ทริปขับรถเที่ยวญี่ปุ่น เมืองไหนดีที่สุด ? ควรระวังอะไรในการขับรถที่ญี่ปุ่น ?

ads

ขับรถเที่ยวชิล ๆ ในญี่ปุ่นด้วยตัวเอง มีที่ไหนบ้างแนะนำ

หากเมื่อนึกถึงประเทศยอดนิยมสำหรับการท่องเที่ยว อันดับต้น ๆ ของหลาย ๆ คนคงจะมีประเทศญี่ปุ่นอย่างแน่นอน และประเทศญี่ปุ่นนั้นมียอดท่องเที่ยวทะลุหลักล้านต่อปี ซึ่งถือว่าเป็นประเทศเศรษฐกิจของโลกเลยก็ว่าได้ และคนที่เดินทางมาที่ญี่ปุ่นส่วนใหญ่นั้น มักจะเดินทางด้วยตั๋วรถไฟฟ้า JR Pass ที่นักท่องเที่ยวมือใหม่มักจะใช้กัน แต่ถ้าใครที่ไม่ชอบการนั่งรถไฟฟ้า หรืออยากเดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยวที่ JR Pass เข้าไม่ถึง ก็คงต้องขับรถยนต์ไปกันเองแล้วครับ และที่ไหนบ้างควรค่าแก่การขับรถไปเดี๋ยวมาดูกันหน่อยดีกว่า


1กรุงโตเกียว

หากมาญี่ปุ่นแต่จะพลาดเมืองหลวงของญี่ปุ่นอย่างกรุงโตเกียวได้ยังไง โดยกรุงโตเกียวนั้นถือว่าเป็นเมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยวเยอะมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นย่านชิบูย่า ,แหล่งทองเที่ยววัฒนธรรมอย่างฮาราจูกุ , แหล่งความเครื่องใช้ไฟฟ้ากับคาเฟ่ชื่อดังอย่างย่านอากิฮาบาระ , สวนสนุกโตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท และสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ อีกมากมายในโตเกียว พร้อมพบของฝากอีกเพียบ แค่เมืองเดียวอาจจะกินเวลาไปหลายวันแล้วก็ได้

2

เมืองคารุอิซาว่า

เมืองนี้จะตั้งอยู่ไม่ไกลจากโตเกียวมากนัก เป็นเมืองที่มีอากาศค่อนข้างเย็นสบาย จึงทำให้หน้าร้อนจะมีคนเดินทางมาที่เมืองนี้ค่อนข้างเยอะ ซึ่งเมืองนี้นั้นจะเต็มไปด้วยบรรยากาศที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ และความสงบ หากใครที่อยากหนีความวุ่นวายในเมือง และมารับอากาศบริสุทธิ์ แนะนำเลยว่าต้องมาที่นี่ หรือใครที่อยากเล่นน้ำตกที่เมืองนี้ก็มีน้ำตกชื่อดังอย่าง น้ำตกชิราอิโตะ และน้ำตกเซ็งกาทาคิ นอกจากนี้ยังมีทะเลสาบชื่อดังอย่างชิโอซาว่า ให้ได้เล่นน้ำกันอีกด้วย

3

เมืองมัตสึโมโตะ

สำหรับเมืองนี้แนะนำเลยว่าให้เพื่อน ๆ ขับรถมา เพราะเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมา ไม่แพ้เมืองหลวงอย่างโตเกียวเลย เมืองนี้ได้ฉายาว่าเป็นเมืองแห่งภูเขา เพราะเมืองถูกรายล้อมไปด้วยภูเขาและป่าไม้ ไฮไลท์สำคัญของเมืองนี้ที่เพื่อน ๆ ต้องเดินทางไปเลยก็คือ ปราสาทมัตสึโมโตะ ซึ่งเป็นปราสาทที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดของญี่ปุ่น นอกจากนี้ภายเมืองยังเต็มไปด้วยแหล่ง ช้อปปิ้งดี ๆ ที่ถนนนาวาเตะ และหากใครอยากรับชมประวัติศาสตร์ของเมือง ยังสามารถไปชมได้ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะมัตสึโมโตะ ก็ดีไม่น้อยเลย

4

ซัปโปโร

หลังจากเที่ยวในเมืองกันมาแล้ว เราข้ามมาบนเกาะฮอกไกโดกันบ้างดีกว่า สำหรับซัปโปโรนี้นั้นเป็นเมืองหลักของเกาะ ถ้ามาในช่วงหน้าหนาวที่นี่ยังมีเทศกาลหิมะที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น และที่นี่ก็มีแหล่งท่องเที่ยวไม่แพ้กรุงโตเกียวเลย ไม่ว่าจะเป็นสวนสนุก หรือจุดชมวิวภูเขาโมอิวะ และโรงเบียร์แห่งแรกของประเทศญี่ปุ่น สำหรับใครที่ชอบการกินเบียร์ไม่ควรพลาด

5

โทยะออนเซ็น

อีกหนึ่งเมืองจากเกาะฮอกไกโดส่งเข้าประกวด เมืองนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งการอาบน้ำแร่ หากใครที่มีภาพในหัวว่า จะนอนแช่น้ำแร่ในริมทะเลสาบ ที่นี่ก็จะมาสานความฝันให้กับเพื่อน ๆ  นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมยอดฮิตอย่างการล่องทะเลสาบ หรือจะไปเยี่ยมชมภูเขาไฟอุซุ ที่สวยไม่แพ้ภูเขาไฟฟูจิเลยครับ

และหากใครที่จะขับรถข้ามไปฝั่งเกาะฮอกไกโดนั้นไม่มีสะพานข้ามไปนะครับ เพื่อน ๆ จะต้องนั่งเรือไม่พร้อมกับรถแล้วเอารถไปด้วย หรือหากใครที่ต้องการเช่ารถเฉพาะที่ฮอกไกโดก็สามารถทำได้เช่นเดียว เพราะ Klook มีบริการเช่ารถสุดคุ้มสูงสุด 6 วัน 5 คืน โดยรถที่มีบริการนั้นมีด้วยกัน 4 ระดับ คือ S สำหรับ 5 ที่นั่ง , EA สำหรับ 5 ที่นั่ง , WA สำหรับ 8 ที่นั่ง และ WC สำหรับ 10 ที่นั่ง สนใจสามารถกดปุ่มได้ที่ เช่ารถเที่ยวฮอกไกโด ได้เลยที่ด้านล่างนี้


ข้อควรระวังของการขับรถในประเทศญี่ปุ่น

  1. ทำใบขับขี่สากลก่อนไปเช่ารถที่ต่างประเทศ สำหรับใครที่รู้ตัวว่าจะต้องขับรถที่ต่างประเทศ เพื่อน ๆ จะต้องทำใบขับขี่สากลกันด้วยนะครับ ทำให้ทั่วขนส่งประเทศไทยเลย โดยขั้นตอนการทำก็ง่าย ๆ สามารถทำได้เลยตามนี้
  • นำใบขับขี่ตัวจริง พร้อมกับสำเนาบัตร 1 ชุด (หากลืมถ่ายเอกสารไป ลองมองหาร้านที่ขนส่งดูก็ได้ครับส่วนใหญ่จะมีอยู่)
  • บัตรประชาชนตัวจริง พร้อมกับสำเนา 1 ชุด
  • รูปถ่ายแนวตั้ง 2 ใบ ขนาดไม่เกิน 2 นิ้ว พื้นหลังเป็นสีขาวเท่านั้น หากใครมีรูปที่พื้นหลังสีฟ้าจะไม่สามารถใช้ได้นะครับ
  • กำเงินไปอีก 505 บาท และเมื่อทำแล้วใบขับขี่จะมีอายุ 1 ปีนับจากวันที่ทำครับ หากใครที่คิดว่าจะต้องไปสอบใบขับขี่ใหม่ บอกเลยว่าไม่จำเป็นครับ
  1. ที่ญี่ปุ่นไม่มีเลี้ยวซ้ายผ่านตลอด หากขับรถในประเทศไทย เพื่อน ๆ หลายคนอาจจะค่อนข้างชินกับเลี้ยวซ้ายผ่านตลอด แต่สำหรับญี่ปุ่นนั้นไม่มีครับ ต้องรอไฟเขียวเท่านั้นถึงจะขับออกไปได้ หากเพื่อน ๆ ลืม อาจจะโดนตำรวจเรียกนะครับ
  2. ทุกคนบนรถต้องคาดเข็มขัด แม้ว่าจะขับในประเทศไทยสิ่งนี้ก็ควรทำ แต่ส่วนใหญ่แล้วก็จะคาดแค่คนนั่งหน้า แต่ถ้าเพื่อน ๆ ไปที่ญี่ปุ่น แล้วถ้ามีคนใดคนหนึ่งในรถไม่คาด เมื่อถึงด่านตรวจทางด่วน หรือจุดตรวจของเจ้าหน้าที่ มีสิทธิ์ที่จะโดนปรับสูงมาก ๆ แล้วยังถูกตัดแต้มใบขับขี่อีกด้วย หากแต้มหมดก็จะถูกยึดใบขับขี่ ทีนี้แหละได้ทำเรื่องทำบัตรใหม่อีกนานแน่ ๆ
  3. หากเห็นคำว่า 止まれ บนพื้นถนนตัวใหญ่ ๆ คุณต้องหยุดแล้วมองซ้ายขวาให้ดี ๆ ถ้าเพื่อน ๆ คิดว่าจะไม่มีอะไร คุณคิดผิดครับ เพราะถ้าคุณไม่หยุดคุณกำลังทำผิดกฏหมายอยู่ และมีสิทธิ์ถูกตำรวจจับได้ ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเห็นอักษรนี้ตามถนนใหญ่ ๆ ครับ
  4. การขับรถบนทางด่วน สำหรับการขึ้นทางด่วนนั้นก็ไม่ต่างจากประเทศไทยมากนัก เพราะจะช่วยประหยัดเวลาท่องเที่ยวของเพื่อน ๆ ได้อย่างดี โดยทางด่วนของญี่ปุ่นนั้น จะจำกัดความเร็วอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และบางที่ 60-80 ต้องดูป้ายกันดี ๆ เพราะตามทางด่วนจะมีกล้องตรวจจับความเร็วอยู่ หากเร็วเกินกำหนดคุณอาจจะโดนตำรวจขับรถไล่เหมือนในหนังเลยก็ได้ครับ
  5. มารยาทคือสิ่งสำคัญในการขับรถ หากใครที่ขับรถในประเทศไทยจนชิน ไปที่ญี่ปุ่นอาจจะต้องอดทนกันหน่อยนะครับ เนื่องจากที่ญี่ปุ่นจะไม่ค่อยมีคนที่ขับเปลี่ยนเลนบ่อย ๆ เหมือนบ้านเรา ปกติแล้วจะขับเลนไหนจะแช่อยู่เลนนั้นไปเรื่อย ๆ
  6. เมื่อต้องการขอบคุณเพื่อนร่วมทาง สามารถกดไฟฉุกเฉิน 2 ครั้ง เพื่อเป็นสัญญาณการขอบคุณของประเทศญี่ปุ่นครับ คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะใช้วิธีนี้แทนคำขอบคุณในระหว่างการใช้ถนนร่วมกัน
  7. หากเช่ารถแนะนำให้ทำประกันรถยนต์ไปด้วย เพราะจ่ายเพิ่มแค่ไม่กี่เยน เราก็จะได้ประกันป้องกันทั้งรถแล้ว เมื่อส่งรถ หากเพื่อน ๆ ไม่ได้ทำประกัน อาจจะต้องรอตรวจรถยนต์เป็นชั่วโมงเลยก็ได้ครับ แต่ถ้ามีประกันรถเราก็ไม่จำเป็นต้องรอให้เค้าตรวจรถนั่นเอง
  8. ที่ญี่ปุ่นนั้นคนเดินเท้าสำคัญอันดับแรก เพื่อน ๆ จะต้องหยุดให้คนข้ามถนนที่ทางม้าลายก่อนเสมอ ถ้าเกิดมีอันตรายกับคนเดินเท้า ผู้ขับจะต้องรับผิดชอบ และมีโทษปรับหนักอย่างแน่นอน
  9. วางแผนการเดินทางตามสถานที่ท่องเที่ยวที่เพื่อน ๆ อยากไป และศึกษาเส้นทางไว้อย่างดีเพื่อที่จะไม่ต้องหลง และต้องเสียเวลาในการเดินทาง ที่สำคัญจะทำให้การท่องเที่ยวญี่ปุ่นของเพื่อน ๆ ในทริปนี้นั้น สะดวกสบายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมทั้งตัวคุณและครอบครัว


นี่ก็คือข้อควรรู้ก่อนไปญี่ปุ่น สำหรับใครที่จะขับรถยนต์เที่ยวญี่ปุ่นนั้น คงจะไม่มีใครขับตั้งแต่ประเทศไทยมาญี่ปุ่นหรอกนะครับ จึงจำเป็นที่จะต้องหารถเช่าที่ญี่ปุ่น และบริการรถยนต์เช่าของ Klook เองก็ได้รับรีวิวในค่อนข้างดีไม่น้อยเลยครับ หากเพื่อน ๆ ไปสามารถเลือกใช้บริการจาก Klook ได้ในช่องทางนี้ แต่ถ้าหากใครที่อยากเช่ารถยนต์เดินทางในประเทศไทย สามารถใช้บริการของ drivehub ได้อีกหนึ่งทางเลือกครับ เพราะมีรถยนต์ให้เลือกหลายรุ่นหลายยี่ห้อมาก ๆ

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่