ads

เริ่มต้นที่ดี ตอนรับสิ่งใหม่ๆ

ใกล้เข้ามาอีกแล้ว ! สำหรับปีใหม่ ที่เราชาวพุทธจะได้ทำบุญกราบไหว้ขอพร และเริ่มต้นปีใหม่ กับสิ่งดี ๆ เชื่อว่าหลายๆท่านก็คงกำลังมองหาสถานที่หรือวัด เพื่อจะเดินทางไปกราบไหว้ขอพรตอนรับปีใหม่ เพื่อเสริมศิริมงคลให้กับตัวเองและครอบครัว อีกทั้งยังทำให้จิตใจสงบ และได้ทำบุญทำทานเสริมดวงอีกด้วย พร้อมรับทรัพย์รับโชค รวยๆเฮงๆ ตลอดทั้งปี กับสถานที่ที่ได้รับความนิยมและมีความสวยงาม พร้อมแฝงไปด้วยความเป็นมาที่ยาวนาน

วันนี้เราเลยจะมาชวนไปไหว้พระ ทำบุญ ขอพร ด้วยการเริ่มต้นปีกับสิ่งดีๆด้วยกัน กับ 9 สถานที่ ไหว้พระขอพรตอนรับปีใหม่ 2018  ซึ่งได้รวบรวมวัดที่ได้รับความนิยมในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ และ ความสวยงามตระการตา ไม่ว่าจะเป็นการขอพรส่งเสริมในเรื่องต่างๆ อย่างเช่น ความมั่งคง , โชคลาภ , ความรัก , ความรุ่งโรจน์ และอื่นๆ พร้อมให้คุณมากราบไหว้สักการะกันได้แล้ว

1 วัดพระศรีรัตนศาสดาราม 
ขอบคุณภาพจาก : www.travel.kapook.com

ประวัติ / ความเป็นมา

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้ว ที่เรียกกันทั่วไป ตั้งอยู่บริเวณสนามหลวง ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร ซึ่งเป็นพระอารามที่อยู่ในบริเวณพระบรมมหาราชวัง  วัดพระศรีรัตนศาสดารามสร้างขึ้นใน พ.ศ. 2325  ซึ่งภายในวัดพระแก้วนั้นมีความสวยงาม และเรื่องราวมากมาย อาทิเช่น พระอุโบสถอันเป็นประดิษฐาน “พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร”  (วัดพระแก้วมรกต)  ซึ่งมีจิตกรรมฝาผนังเรื่องราวของรามเกียรติ์ที่วิจิตรสวยงามเป็นอย่างมาก รวมถึงเรื่องราวที่ยาวที่สุดในโลก

2 วัดพระมหาธาตุแก่นนคร
ขอบคุณภาพจาก : www.elitetraveler.com

ประวัติ / ความเป็นมา

วัดพระมหาธาตุแก่นนคร หรือ วัดหนองแวง เรียกได้ว่าเป็นวัดที่เก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองชาวขอนแก่นเลยก็ว่าได้ ตั้งอยู่ที่ถนนกลางเมือง ริมบึงแก่นนคร อำเภอเมือง เป็นพระอารามหลวง ที่มีพระมหาธาตุแก่นนคร หรือ พระธาตุเก้าชั้นฐานสีเหลี่ยมที่มีความกว้างด้านละ 50 เมตร ยอดทรงเจดีย์จำลองแบบจากพระธาตุพนม  โดยสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี  ภายในประกอบไปด้วย มหามังคลานุสรณ์ 200 ปี เมืองขอนแก่น  ,  มีพระจุลธาตุ 4 องค์ ตั้งอยู่บริเวณ 4 มุม พร้อมมีกำแพงแก้วพญานาค 7 เศียรล้อมรอบ เป็นต้น พร้อมศิลปะที่งดงามในสมัยทวาราวดี ที่ได้ผสมผสานศิลปะอินโดจีนเข้าไว้ด้วยกัน

♦ พระธาตุ 9  ชั้นได้แก่

  • ชั้นที่ 1 จะประกอบไปด้วย หอประชุมมีพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งประดิษฐานอยู่บนบุษบกและพระประธาน 3 องค์ ตั้งอยู่ตรงกลาง พร้อมโต๊ะสำหรับท่านที่ต้องการตักบาตร ที่เรียกว่า “ตักบาตร 108” โดยใช้เหรียญในการตักบาตรเท่านั้น เพื่อเป็นศิริมงคลแก่ตัวท่านและครอบครัว พร้อมพระประจำวันเกิด ที่นะมาประดิษฐานไว้ อีกทั้งยังสามารถเสี่ยงเซียมซีหรือการยกช้างเผือกเหลือง เพื่อเป็นการเสี่ยงทายสิ่งต่างๆว่าจะสมหวังหรือเปล่า
  • ชั้นที่ 2 ชั้นนี้จะรวบรวมข้าวของและเครื่องใช้ต่างๆในอดีตที่หาดูยาก เรียกได้ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ของชาวอีสานเลยล่ะ แถมยังมีลวดลายบนผนังเกี่ยวกับข้อห้ามของคนอีสานในการพฤติตนอยู่รวมกัน ที่เรียกว่า “คะลำ” ผ่านภาพต่างๆ ทั้งหมด 35 ข้อ
  • ชั้นที่ 3 เรียกได้ว่าเป็นหอปริยัติ ซึ่งได้เขียนเรื่องราวผ่านบานประตู กับลวดลายเบญจรงค์ที่แกะสลักนิทานเรื่อง นางผมหอม ซึ่งเป็นนิทานที่เล่าสืบต่อกันมาแต่โบราณของชาวอีสาน  ถายในประกอบไปด้วย ตาลบัตร , พัดยศ , และเครื่องอัฐบริขารของพระภิกษุสงฆ์ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดขอนแก่น
  • ชั้นที่ 4 เป็นหอปริยัติธรรม โดยภายในนั้นมีพิธภัณฑ์ที่ได้รวบรวมของเก่าโบราณ อย่างเช่น บานประตูหน้าต่าง , ภาพพระประจำวันเกิด , และเทพประจำทิศ
  • ชั้นที่ 5  พิธภัณฑ์ที่ประกอบไปด้วย บริขารของหลวงปู่พระครูปลัดบุษบา สุมโน  โดยประตูหน้าต่างได้มีการแกะสลักภาพพุทธชาดกไว้
  • ชั้นที่ 6 หอพระอุปัชฌาจารย์ โดยมีการแกะสลักนิทานชาดกเรื่อวเวสสันดรไว้บริเวณบานประตูหน้าต่าง
  • ชั้นที่ 7 หอพระอรหันต์สาวก โดยมีการแกะสลักนิทานเรื่องพระเตมีย์มีใบ้ ไว้บริเวณบานประตูหน้าต่าง
  • ชั้นที่ 8 หอพระธรรม โดยชั้นนี้ได้รวบรวมพระธรรมต่างๆอย่าง คัมภีร์สำคัญ ทางศาสนาโดยมีประไตรปิฎก เล่าเรื่องผ่านทางบานประตูพร้อมการแกะสลักรูปพรหมที่งดงาม 16 ชั้น
  • ชั้นที่ 9 หอพระพุทธ โดยตรงกลางมีบุษบก ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ผ่านทางบานประตูด้วยการแกะสลักภาพ 3 มิติ รูปพรหม 16 ชั้น พร้อมการชมทัศนียภาพของตัวเมืองของแก่นทั้ง 4 ด้านไว้ อีกทั้งชั้นนี้ยังสามารถมองทิวทัศน์ของบึงแก่นนครได้อย่างสวยงาม
3 วัดพระธาตุศรีสองรัก
ขอบคุณภาพจาก : www.tlcthai.com

ประวัติ / ความเป็นมา

เริ่มมาเพียงแค่ชื่อนั้นคงจะทราบกันดีว่าควรมาขอในเรื่องใด สำหรับท่านไหนที่กำลังอยากมีความรักหรือเริ่มรัก แนะนำวัดพระธาตุศรีสองรัก จังหวัดเลย ค่ะ ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำหมัน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย สร้างขึ้นสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช เมื่อปี พ.ศ. 2103 โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นสักขีพยานในเรื่องของการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ระหว่างกรุงศรีอยุธยา และ กรุงศรีสัตนาคนหุต อีกทั้ง วัดพระธาตุศรีสองรัก นั้นมีความเชื่อว่า ไม่ว่าใครที่ไปกราบไหว้หรือข้อพรในเรื่องของความรักที่พระธาตุศรีสองรัก จะได้พบกับความรักที่สมหวัง ความสุข สำหรับท่านไหนที่มาบนบานศาลกล่าวนั้นจะต้องมาถวายต้นผึ้งถึงจะสมปรารถนา

ข้อควรระวัง : ไม่ควรที่จะแต่งกายชุดสีแดง รวมไปถึงของและดอกไม้สีแดง  ซึ่งเป็นสีที่มความรุนแรงหรือสีของเลือด

 

4 วัดอรุณราชวรารามวรมหาวิหาร
ขอบคุณภาพจาก : www.bloggang.com

ประวัติ / ความเป็นมา 

วัดอรุณราชวรารามวรมหาวิหาร หรือที่เรียกกันว่า วัดแจ้ง , วัดอรุณ  ซึ่งเป็นวัดโบราณ สร้างขึ้นเมื่อสมัยอยุธยา จนมาถึงรัชกาลที่ 4 ได้โปรดเกล้าให้อัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารของรัชกาลที่ 2 เพื่อมาบรรจุที่พุทธอาสน์ของพระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก และได้พระราชทานนามวัดใหม่ว่า “วัดอรุณราชวรารามมีความเชื่อกันว่า เมื่อใครที่ได้มากราบไหว้นั้น “ชีวิตจะรุ่งโรจน์ทุกคืนวัน”

 

5 วัดราชาธิวาสราชวรวิหาร
ขอบคุณภาพจาก : www.mapio.net

ประวัติ / ความเป็นมา 

วัดราชาธิวาสราชวรวิหาร หรือ วัดราชาธิวาสวิหาร ซึ่งเป็นพระอารามหลวงชั้นโท  ตั้งอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งพระนคร ซึ่งห่างจากสนามหลวง 2 กิโลเมตร เป็นวัดที่สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาททรงสถาปนาจาก “วัดสมอราย” ได้รับการปฏิสังขรณ์ต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 ถึง รัชกาลที่  3 จนมาถึงรัชากลที่  4 และได้พระราชทานนามใหม่ว่า “วัดราชาธิวาสวิหาร”  โดยวัดนี้มีความหมายว่า “วัดอันเป็นที่ประทับของพระราชา”  และยังเป็นวัดอันดับแรกที่ถือกำเนิดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย  เชื่อกันว่าเมื่อมากราบไหว้แล้วนั้น จะมีลาภยศที่ยิ่งใหญ่  ดุจพระราชา  วัดนี้มีความน่าสนใจตรงที่พระอุโบสถ ที่เป็นทรงขอมคล้ายนครวัด และภาพจิตกรรมฝาผนังแสดงเรื่องราวพระเวสสันดรชาดกโดยมีการออกแบบเทคนิคการเขียนด้วย (สีปูนเปียก)

6 วัดโสธรวรารามวรวิหาร
ขอบคุณภาพจาก : www.bigmapthailand.com

ประวัติ / ความเป็นมา 

วัดโสธรวรารามวรวิหาร ตั้งอยู่ที่ริมแม่น้ำบางประกง ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ซึ่งวัดโสธรวรารามวรวิหารนั้นมีชื่อเดิมว่า วัดหงษ์ สร้างขึ้นเมื่อสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโสธร พระคู่บ้างคู่เมืองของฉะเชิงเทรา โดยมีตำนานที่เล่าสืบต่อกันมาว่า พระพูทธรูปหล่อสำริดปางสมาธิ ที่มีรูปทรงสวยงามนั้นได้แสดงปาฏิหาริย์ลอยน้ำมา และได้มีการอันเชิญขึ้นมาประดิษฐานที่วัดแห่งนี้ แต่ด้วยวัดเกรงว่าจะมีผู้ที่มาลักพาไป จึงได้เอาปูนมาพอกเสริมและหุ้มองค์เดิมไว้  ภายในประกอบไปด้วยศิลปะต่างๆที่งดงาม อาทิเช่น ภาพจิตรกรรมฝาผนัง เสา เพดานพร้อมบรรจุเรื่องราวให้เป็นแดนแห่งทิพย์  เรื่องราวของสีทันดรมหาสมุทร พรหมโลก ดวงดาว จักรวาลและอื่นๆ โดยท่านใดที่มาขอพรบนบานศาลกล่าวจะต้องมาแก้บนด้วยการน้ำไข่ต้มมาถวาย

7 วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร
ขอบคุณภาพจาก : www.chiangmai-e-archive.com

ประวัติ / ความเป็นมา 

วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร  ตั้งอยู่ไม่ไกลมากมากจากตัวเมืองเชียงใหม่ แต่วัดพระธาตุแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับยอดดอยสุเทพ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1929  ในสมัยพญากือนา กษัตริย์องค์ที่ 6 แห่งราชอาณาจักรล้านนา ราชวงค์มังราย เป็นพระอารามหลวงชั้นโท  มีการก่อสร้างตามแบบศิลปะล้านนา ซึ่งสามารถเดินขึ้นบันไดนาคจำนวน 309 ขั้น หรือสำหรับท่านไหนที่ไม่ต้องการเดินก็สามรถเลือกขึ้นกระเช้าลอยฟ้าเพื่อขึ้นไปนมัสการองค์พระเจดีย์ได้  มีความสวยงามมาก มีความเชื่อว่าเมื่อมากราบไหว้ พระธาตุดอยสุเทพแล้วนั้น จะมีแต่ความสำเร็จสมหวังดังปรารถนา และแคล้วคลาดผ่านอุปสรรคนานาไปได้ โดยการเดินเวียนขาว 3 รอบ และควรไหว้พระธาตุให้ครบทั้ง 4 ทิศ นอกจากจะมานมัสการพระธาตุดอยสุเทพแล้วนั้น ยังสามารถมากราบไหว้อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา เพื่อความเป็นสิริมงคงให้แก่ตัวเองและครอบครัว

8 วัดพระศรีอารย์
ขอบคุณภาพจาก : twitter : Next Step‏

ประวัติ / ความเป็นมา 

วัดพระศรีอารย์ อุโบสถทองคำร้อยล้าน จังหวัดราชบุรีตั้งอยู่ที่อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2275 ตรงกับสมัยอยุธยาตอนปลาย ซึ่งเดิมมีชื่อว่า “วัดสระอาน” โดยที่ไม่มีพระภิกษุอยู่ประจำพรรษา จึงได้มีการเปลี่ยนชื่อว่าเป็น “วัดพระศรีอารย์” มีความโดดเด่นในเรื่องอุโบสถทองคำร้อยล้าน ตกแต่งไปด้วยงานปูนปั้นสีทองทั้งหลัง มีความตระการตา อยู่กลางหลานกว้าง สวยงามด้วยศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลาย ด้วยจิตรกรรมเรื่องพระมหาชนก ทศชาติพระเจ้าห้าพระองค์ และที่สำคัญอุโบสถทองคำนี้ใช้เวลาในการสร้างกว่า 37 ปี โดยมีความเชื่อว่าเมื่อมากราบไหว้ แล้วถ้าหากแตะบานประตูไม้แกะสลักบานใหญ่ ของอุดบสถนั้นแล้วตั้งจิตรอธิฐาน จะประสบความสำเร็จดังที่ปรารถน

9 พระมหาเจดีย์ชัยมงคล
ขอบคุณภาพจาก : www.roiet.go.th

ประวัติ / ความเป็นมา 

พระมหาเจดีย์ชัยมงคล วัดสวยเหมือนอยู่ในแดนสวรรค์ จังหวัดร้อยเอ็ด ตั้งอยู่บริเวณวัดผาทิพย์เทพประสิทธิ์วราราม ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด มีบันไดราวสูงชันสำหรับการไต่ลงไปได้ อีกทั้งน้ำที่ไหลนี้จะไหลผ่านตลอดปี  พระมหาเจดีย์ชัยมงคลซึ่งมีลักษณะเป็นพระมหาเจดีย์ที่มีขนาดใหญ่วิจิตรพิสดาร  ด้วยการใช้ศิลปกรรมที่ร่วมสมัยระหว่างภาคกลางและภาคอีสาน และเป็นการผสมผสานระหว่างพระปฐมเจดีย์และพระธาตุพนมเข้าไว้ด้วยกัน โดยมีงบแระมาในการสร้างนั้น 3,000 ล้านบาท  ภายในมีความสวยงามเป็นอย่างมาก ร่มเย็นและเงียบสงบ พระมหาเจดีย์ชัยมงคลออกแบบโดยกรมศิลปากร  ที่เป็นสีขาวตกแต่งอย่างตระการตาด้วยสีทองงดงามมาก เหมือนได้อยู่ในดินแดนสวรรค์

เรียกได้ว่าเป็น 9 สถานที่ ไหว้พระขอพรตอนรับปีใหม่ 2018 ที่มีความโดดเด่น และงดงามเป็นอย่างมาก ใกล้จะถึงปีใหม่แล้ว อย่าลืมชวนเพื่อนหรือครอบครัวไปไหว้พรขอพร เสริมสิริมงคลให้แก่เราและครอบครัว เพื่อเป็นการเริ่มต้นที่ดีและสิ่งใหม่เข้ามาในชีวิต อย่าลืมไปไหว้พระขอพรล้วงหน้ากันนะ