6 อย่างที่ “ควรทำ” เมื่อจำเป็นต้องยืมเงินจากเพื่อน หรือ ญาติ

ควรให้การยืมเงินจากเพื่อนหรือญาติ "เป็นอย่างสุดท้ายที่ควรทำ" เมื่อเลี่ยงไม่ได้ก็ควรดูข้อแนะนำเหล่านี้บ้าง

ads

เราอาจเรียกว่าการยืมเงินจากเพื่อน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน เพื่อนโรงเรียนเก่า เพื่อนที่รู้จักกันมานาน เพื่อนซี้ และญาติๆ ทั้งหลายเป็น “ธนาคารที่พึ่งที่สุดท้าย” และที่พึ่งแหล่งสุดท้ายไม่ได้หมายความว่ายืมเงินไปซื้อขนม ลืมเอากระเป๋าตังค์มา ฯลฯ แต่เป็นการยืมเงินก้อนใหญ่ หลักพัน หลักหมื่นบาท

แม้ว่าการยืมเงินจากเพื่อนหรือญาติ ไม่ได้เป็นสิ่งที่เราแนะนำให้ทำ เพราะเรื่องเงินไม่เข้าใครออกใคร แต่เมื่อมันมีความจำเป็นเช่น หากกู้เงินไม่ผ่าน ธนาคารไม่อนุมัติ หรือมีความจำเป็นฉุกเฉินที่ต้องใช้เงินและไม่มีใครที่จะพึ่งได้แล้ว และคุณต้องเห็นว่า “มันมีเหตุผลอันสมควรจริงๆ ในการยืมเงิน” สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ แม้ว่าเพื่อนๆบางคนไม่ได้คิดดอกเบี้ย หรือ เก็บค่าใช้จ่ายคุณในการยืม และเค้าให้อย่างเต็มใจ หรือไม่เต็มใจก็ตาม คุณควรมีข้อเหล่านี้ในใจทันทีที่คิดจะยืม

  • ควรต้องโปร่งใสทั้งก่อน ระหว่าง และ หลังจากคืนเงิน
  • เอกสารยืมเงินควรต้องมี และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสัญญายืมเงิน
  • ควรคืนเงินตามที่ตกลงแบบไม่ต้องมานั่งทวงกัน

และนี่คือ 6 ข้อสำคัญที่คุณควรจำเอาไว้เมื่อจะต้องยืมเงินเพื่อนคนไหนก็ได้ หรือ ญาติๆ

1.ยืมเงินแบบเป็นทางการ ให้ยุติธรรมสำหรับเจ้าของเงินด้วย

การเอาเรื่องเงินมาอยู่ในวงเพื่อนๆหรือญาติๆ เป็นการผสมผสานที่อันตราย แต่ถ้าคุณทำการยืมเงินแบบที่เค้าทำกันอย่างถูกกฎหมาย คุณจะมีโอกาสที่จะมีความสัมพันธ์กับเพื่อนๆ ได้ยืนยาวมากยิ่งขึ้น และไม่เพียงเท่านั้นคุณยังสามารถยืมเงินไปใช้ในสิ่งที่จำเป็นได้ด้วย โดยที่ไม่ต้องมานั่งทะเลาะกันทีหลัง และยังสามารถไปกินข้าวกับเพื่อนได้ตามปกติ ไม่ต้องหนีหน้ากัน

ถ้าคุณต้องยืมเงินเพื่อนจริงๆ ควรใช้คำพูดก่อนว่า “เรามีเรื่องจะขอร้อง แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นอะไรเลยจริงๆ” ด้วยความจริงใจ

  • ถ้าเพื่อนตอบว่า “ไม่ได้” ยอมรับด้วยความจริงใจ ห้ามใช้อารมณ์
  • ถ้าเพื่อนตอบว่า “ได้” ให้ทำ สัญญา กู้ยืมเงิน ด้วยลายมือ

จำไว้ว่าเพื่อนหรือญาติ ให้ยืมได้เท่าไหร่ ต้องเป็นเท่านั้น ไม่มีการต่อรอง เช่น อยากยืมเงิน 30,000 บาท จากเพื่อน แต่เพื่อนให้ยืมได้แค่ 10,000 บาท ห้ามต่อรอง ขอเพิ่มเป็นอันขาด เพราะการขอยืมเงินเพื่อน คุณกำลังบอกให้เพื่อนทำในสิ่งที่เค้าไม่ได้ทำทุกวัน (ปกติไม่ได้ให้ใครยืมทุกวัน) และอาจฝืนใจเพื่อนมากพออยู่แล้ว

2.อธิบายว่าทำไมคุณถึงต้องใช้เงินนี้ ด้วยความจริงเท่านั้น

แม้ว่าเพื่อนคุณจะบอกว่า เค้าไม่อยากรู้หรอกว่าเราเอาเงินไปทำอะไร แต่ในใจลึกๆ ไม่มีใครไม่อยากรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าของเงินเค้าก็ต้องอยากรู้ว่าคุณเอาเงินไปทำอะไร แม้แต่ธนาคารที่ปล่อยกู้ เค้ายังต้องรู้เลยว่าคุณอยากได้เงินไปทำอะไร นั่นเพราะว่า เหตุผลที่คุณอยากยืมเงินไปใช้ เป็นการ วัดอัตราความเสี่ยง ที่เพื่อนคุณจะได้เงินคืนนั่นเอง หากเงินนั้นเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ อธิบายไปตามนั้น อย่าใช้อารมณ์ หากเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจ คุณควรมีอะไรแสดงให้เพื่อนดูด้วย ว่าคุณเอาไปทำอะไรในธุรกิจ

  • ถ้าคุณมีธุรกิจ และยืมเงินเพื่อนไปทำธุรกิจ ควรแสดงให้เพื่อนเห็นว่าธุรกิจคุณเกี่ยวกับอะไร
  • ธุรกิจคุณ กำไร หรือ ขาดทุน?
  • มีหลักฐานแสดงให้เพื่อนเห็นมั้ย?

3. ก่อนยืมเงินเพื่อน ให้แสดงให้เพื่อนดูว่า คุณได้ไปลองกู้จากที่อื่นๆดูแล้ว พร้อมหลักฐานด้วย

เป็นการแสดงให้เพื่อนเห็นถึงความจริงใจของตัวเราเองก่อนการยืมเงิน เพราะ จะต้องให้เค้ารู้ด้วยว่า เราไม่ได้เห็นเพื่อนเป็น “ธนาคาร” แต่เพราะเราไปธนาคารมาจริงๆแล้วธนาคารไม่อนุมัติ และนั่นคือคุณได้ทำทุกอย่างแล้ว และหมดหนทาง

  • คุณอาจมีเครดิตที่ดีกับสถาบันการเงิน แต่มันสั้นไป เช่นบางธนาคารขอดู statement ย้อนหลัง 6 เดือน ซึ่งทำให้เงินกู้ไม่ผ่าน
  • หรือหากคุณต้องใช้เงินเรื่องค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสุขภาพ และอาจติดหนี้อยู่ ก็ต้องแสดงให้เพื่อนเห็นว่า คุณได้ไปต่อรองกับเจ้าหนี้ต่างๆแล้ว

4. ให้เพื่อนมีรายได้ จ่ายดอกเบี้ยสำหรับการยืมเงิน

จุดสำคัญเลยก็คือ ต้องให้ข้อเสนอกับเพื่อน เพราะหากว่าเพื่อนที่จะให้ยืมเงิน เค้าเอาเงินไปฝากหรือไปลงทุน เค้าได้รับผลตอบแทนทั้งนั้น ให้เพื่อนมองเห็นว่าการให้ยืมเงินครั้งนี้ เป็นการลงทุนอีกประเภทหนึ่งที่ไม่ต้องได้รับผลตอบแทนผ่านธนาคาร ฯลฯ แต่รับผลตอบแทนผ่านตัวคุณเอง เช่นหาก ณ ตอนนั้น ดอกเบี้ยสินเชื่ออยู่ที่ 18% เสนอเพื่อนไปเลยว่าขอ 18% เท่าธนาคารได้ไหม หรือมากกว่านิดหน่อยซัก 19% ก็ได้  อันนี้จะทำให้มันดูเป็นการเป็นงานมากขึ้น และจะได้ไม่ผิดใจกันด้วย

  • เพื่อนก็จะสบายใจเพราะอย่างน้อยๆ การยืมนี้ ไม่ใช่การยืมฟรีๆ
  • ผู้ยืม ตัวเราก็จะสบายใจ เพราะอย่างน้อยๆ ก็มีการให้อะไรกลับไปให้เพื่อน

5. เขียนสัญญากู้ยืมเงินไปเลย และควรต้องทำจริงจัง

คนเรามี รัก โลภ โกรธ หลง ทุกคน วันที่คุยกันดี คุณอาจจะยังไม่โกรธกัน ยังไม่โลภ ยังไม่เบี้ยวเงิน แต่เมื่อวันใดวันหนึ่ง อาการโลภ โกรธ มันสามารถกลับมาได้ ยกตัวอย่างหลายๆข่าวที่เราเจอกันทุกวันนี้ คงไม่ต้องอธิบายกันมากว่ามีข่าวเกี่ยวกับอะไรบ้าง เป็นข่าวที่ไม่คาดคิด และเป็นข่าวที่ไม่น่าจะเป็นไปได้เลยจริงๆ การทำ สัญญาเงินกู้ คำว่า “สัญญา” จริงๆแปลว่า “ความจำ” ให้ทุกคนจำไว้ว่า เคยมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เหตุการณ์ที่ เราเคยลำบากไปยืมเงินเพื่อน และเพื่อเป็นการกันตัวเองไม่ให้บิดพลิ้วตามความโลภของตัวเองที่จะเกิดขึ้นมาวันไหนก็ไม่มีใครรู้ และ ทำให้เพื่อนสบายใจ หากว่ามีปัญหาเกิดขึ้น สัญญานั้นจะเป็นตัวช่วยเพื่อนให้มีอำนาจเหนือเราได้ และในสัญญาควรระบุ สิ่งต่างๆดังนี้

  1. จำนวนเงินที่กู้ยืม
  2. ดอกเบี้ยเท่าไหร่
  3. ต้องจ่ายคืนเดือนละเท่าไหร่ และวันไหนบ้าง
  4. ต้องจ่ายหนี้ผ่านอะไร โอนเงิน เงินสด (หากเป็นเงินสดต้องเซ็นต์รับ) หรือผ่าน Promptpay หรือระบบโอนเงิน?
  5. ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย และ ค่าปรับมีมั้ยหากว่าจ่ายเงินคืนช้า?

การทำสัญญาเงินกู้ จะทำให้ความตึงเครียดระหว่างเพื่อนน้อยลง เพราะผู้ยืมก็ต้องมีหน้าที่ตามสัญญา และผู้ให้ยืมก็ควรที่จะได้รับผลตอบแทน และความคุ้มครองตามสัญญานั่นเอง

6. อย่าเข้าข้างตัวเอง ให้ทำตามปกติที่ทำกัน และทำตามความเป็นจริง

ก่อนที่จะยืมเงินเพื่อน ให้มองตัวเองหลักๆ สองสิ่งคือ

  • เราไปยืมเค้า เราจะจ่ายคืนได้มั้ย? และจะจ่ายคืนเมื่อไหร่ อย่าโกหกตัวเอง อย่าเข้าข้างตัวเอง
  • ตอนจ่ายคืนเพื่อน คุณมีแผนสำรองหรือไม่ หากว่าไม่สามารถจ่ายคืนได้ตามที่สัญญากันไว้? ข้อนี้สำหรับให้คิดเอาไว้จะได้ไม่ต้องทะเลาะกัน

ทั้ง 6 ข้อนี้ มีไว้สำหรับ ให้เพื่อนยืมเงินเพื่อนแบบ มีปัญหาน้อยที่สุด ผิดใจกันน้อยที่สุด แต่สิ่งที่แนะนำจริงๆก็คือ จริงๆแล้ว เราไม่ควรยืมเงินเพื่อนแม้แต่บาทเดียว เพราะเรื่องเงินมีปัญหากันมามากแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเพศไหน อายุเท่าไหร่ ทำงานอะไร สถานะทางสังคมเป็นอย่างไร ฯลฯ ทุกคนที่มีปัญหาเรื่องการเงิน ต้องจำเอาไว้ว่า การยืมเงินคนอื่น แปลว่า คุณกำลังผลักภาระ และปัญหาของตัวเองไปให้คนอื่น โดยที่เมื่อคุณภาระของตนเองไปให้คนอื่นแล้ว คุณเป็นคนเดียวที่ได้ประโยชน์จากเงินนั้น เพราะจริงๆแล้ว คงมีเพื่อนจำนวนน้อยมากๆ ที่อยากรวยจากดอกเบี้ยในการปล่อยกู้ หากไม่ได้เป็นผู้ที่ทำธุรกิจนี้โดยตรง

ดังนั้นครั้งต่อไปที่จะยืมเงินเพื่อน คุณควรที่จะ ตรวจสอบ และหาสินเชื่อ หรือบัตรเครดิต ที่คุณสามารถกู้ได้ (ยกเว้นสินเชื่อนอกระบบ เงินกู้นอกระบบ) ที่ถูกกฎหมาย และใช้มันให้ถูกต้อง ก่อนที่จะไปหาเพื่อนหรือญาติของคุณ