ads

เราต้องยอมรับกันอย่างนึงคือ การใช้บัตรเครดิตอาจมองว่าเป็นเรื่องที่สะดวก รวดเร็ว ก็แค่แตะ หรือ รูด แค่นี้ก็จ่ายเงินได้แล้ว และการจ่ายเงิน และนอกจากนั้น ยังได้ส่วนลดต่างๆที่มาพร้อมบัตรเครดิต แถมยังสามารถสะสมคะแนนได้อีกต่างหาก และบางคนก็ใช้บัตรเครดิตกันอย่างจริงๆจังๆ สำหรับการสะสมไมล์ ไปเที่ยวฟรีๆกันได้อย่างสบายๆ

แต่ความซวยอาจมาเยือนหากการใช้บัตรเครดิตอย่างไม่ระมัดระวัง แบบไม่ได้ดูความสามารถในการจ่ายค่าบัตรฯ ของตัวเอง ก็อาจทำให้ติดหนี้บัตรเครดิตกันบานเบอะได้ง่ายๆ เหมือนกัน ซึ่งผลกระทบมันก็มีมาเยอะ จนมีกลุ่มบุคคลที่จัดตั้ง ชมรมหนี้บัตรเครดิตกันขึ้นมาเลยทีเดียว

แต่ต้องบอกว่า บัตรเครดิต หรือ บัตรกดเงินสดต่างๆ ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอย่างเดียวที่สามารถได้มาซึ่งเงินสด และนั่นเป็นเพราะว่า มันยังมี สินเชื่อส่วนบุคคลที่สามารถทำให้ได้เงินสดมาใช้ได้เช่นเดียวกัน และสินเชื่อส่วนบุคคลก็มีหลายๆรูปแบบ ดังนี้

  1. สินเชื่อส่วนบุคคล แบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เช่น สินเชื่อบุคคลซิตี้, สินเชื่อบุคคล UOB i-Cash, หรือ CIMB
  2. สินเชื่อบุคคลแบบใช้ รถค้ำประกัน หรือ การรีไฟแนนซ์รถยนต์ เช่น SCB My Car My Cash, หรือ ธนชาต Cash Your Car
  3. สินเชื่อบุคคลแบบใช้บ้านค้ำประกัน เช่น SCB My Home My Cash ฯลฯ
  4. อื่นๆ เช่น P2P lending หรือ สินเชื่อที่ใช้ทองคำค้ำประกัน

แต่ทีนี้ เรามาดูการใช้ หรือการขอสินเชื่อส่วนบุคคล และวิธีการใช้งานของมัน ที่ในหลายๆครั้ง ทำไมหลายๆคนเลือกที่จะใช้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลมากกว่าที่จะใช้ บัตรเครดิตกัน

เมื่อไหร่ที่การใช้สินเชื่อส่วนบุคคล ดีกว่าการใช้บัตรเครดิตบ้าง?

เมื่อต้องการเงินสดเป็นก้อน

การใช้สินเชื่อส่วนบุคคล ด้วยเหตุผลแรกๆก็คือ ต้องการใช้เงินเป็นก้อนโต สำหรับการทำอะไรบางอย่าง ซึ่งไม่จำเป็นต้องจ่ายหนี้คืนทั้งก้อนเดี๋ยวนั้น หรือในทันทีนั่นเอง เพราะการใช้บัตรเครดิตถอนเงินก้อนโตออกมาใช้ อาจทำให้ผิดนัดชำระหนี้ และทำให้เสียคะแนนเครดิตได้

ยกตัวอย่างเช่นการซ่อมบ้าน หรือ ต่อเติมบ้าน ที่ต้องใช้เงินก้อนไม่ต่ำกว่าหลักแสนบาท หรือการนำเงินไปจ่ายค่ารักษาพยาบาลในช่วงฉุกเฉินเจ็บป่วย เหล่านี้ใช้สินเชื่อส่วนบุคคลกันทั้งนั้น แต่ถ้ามามองถึงในเรื่องของการซื้อของเข้าบ้านเช่นเครื่องใช้ไฟฟ้า ซื้อชุดโซฟา หรือซื้อของจุกจิก เหล่านี้ ส่วนใหญ่ก็ใช้บัตรเครดิตกัน และเพราะมันมีโปรแกรมผ่อนแบบ 0% กันค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว

เมื่อสู้ดอกเบี้ย บัตรเครดิตไม่ไหว

เพราะสินเชื่อส่วนบุคคล ถูกออกแบบมาให้มีระยะการจ่ายคืนที่ยาวเป็นปี และในบางครั้งสูงถึง 6 ปี เลยทีเดียว ดังนั้นการคิดอัตราดอกเบี้ยก็จะสามารถคิดได้ในอัตราที่ถูกกว่า ยกตัวอย่างเช่น ของ สินเชื่อบุคคล Citi ที่ มีโปรโมชั่นอัตราดอกเบี้ยที่ค่อนข้างต่ำ (ตาม condition ต่างๆ) และต่ำได้มากที่สุดที่ 13.99% ในปี 2562 นี้ ซึ่งอัตราดอกเบี้ยของบัตรเครดิตจะอยู่ที่ 18% ทำให้มันน่าสนใจมากกว่าหากต้องการเงินก้อน

เมื่อเราไม่สามารถจ่ายค่าบัตรเครดิตได้หมดเร็ว

ดอกเบี้ยของบัตรเครดิตเป็นแบบ ทบต้นทบดอก และยังเอาค่าปรับ ค่าทวงถามมารวมไว้ในการคิดดอกเบี้ยด้วย ซึ่งถ้าเป็นคนที่ไม่มีกำลังพอที่จะผ่อนค่าบัตรเครดิตได้ และสามารถปิดให้จบได้เร็ว การใช้สินเชื่อส่วนบุคคลนั้นเป็นอะไรที่มีราคาถูกในเรื่องดอกเบี้ยกว่ามากๆเลยทีเดียว เพราะถ้าต้องผ่อนค่าบัตรเครดิตนานเกิน 1 ปี ขึ้นไป หรือแม้แต่ครึ่งปีก็ตาม ดอกเบี้ยจะแพง และบานมากกว่าการใช้สินเชื่อส่วนบุคคล

ห่วงคะแนนเครดิตตัวเอง หรือกังวลเรื่องประวัติค้างชำระ

ต่อจากข้อที่แล้วก็คือ การไม่สามารถจ่ายเงินค่าบัตรเครดิตได้หมด นั่นแปลว่า อาจมีความผิดพลาดในการจ่ายเงิน จ่ายล่าช้า หรือ จ่ายขั้นต่ำ มันจะทำให้เรามากังวลเรื่องการเสียเครดิตในการกู้ยืมเงิน

และรู้หรือไม่ว่า ถ้าเรายิ่งใช้เงินในบัตรเครดิตเต็มวงเงินมากเท่าไร่ มันจะทำให้วงเงินเหลือน้อย และมีผลกระทบต่อคะแนนเครดิตได้ ซึ่งธนาคารมักจะให้เครดิตเกี่ยวกับผู้ที่กู้เงินกับสินเชื่อส่วนบุคคลมากกว่าผู้ที่ใช้บัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสด เนื่องจากสินเชื่อส่วนบุคคลมีความเสี่ยงน้อยกว่า สินเชื่อส่วนบุคคลนั่นเอง

เมื่อการจ่ายหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล ง่ายกว่าบัตรเครดิต

ข้อแตกต่างระหว่างสินเชื่อส่วนบุคคล และ บัตรเครดิต ก็คือ ระยะเวลา และ วิธีการจ่ายคืน เพราะการจ่ายค่าบัตรเครดิต จะจ่ายเมื่อมันมียอดที่ค้างหนี้ ซึ่งดอกเบี้ยจะโตขึ้นเมื่อมียอดหนี้สูงขึ้น

แต่ถ้าเป็นในแง่ของสินเชื่อส่วนบุคคล ยอดเงินจะถูกโอนมาให้ตัวเราเองก่อน และ จะมีระยะเวลาการจ่ายคืนที่เท่าๆกันทุกเดือน ซึ่งจะทำให้ รู้ว่าจะต้องจ่ายเท่าไหร่ และ รู้เลยว่าจะจ่ายหนี้จบเดือนไหน

สรุปง่ายๆเลยก็คือ การจ่ายหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล มันเป็นแบบปลายปิด คือ รู้ว่าจะจบวันไหน จ่ายเท่าไหร่ต่อเดือน แต่ บัตรเครดิตจะเป็นแบบปลายเปิด ก็คือ ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเราจะใช้เงินในอนาคตตอนไหนบ้าง และ ต้องจ่ายคืนเท่าไหร่ และจะจบเมื่อไหร่

เมื่อต้องการจะรวมหนี้เป็นที่เดียว

หลายคนมีหนี้หลายแห่ง แต่ยังมีวงเงินเหลือในบัตรเครดิต และกดออกมาเพื่อใช้หนี้ ต้องบอกเลยว่าห้ามทำเป็นอันขาด เพราะการกดออกมาไปใช้หนี้ที่อื่นๆแบบฉุกเฉิน จะทำให้เราไม่สามารถจ่ายคืนหนี้บัตรตัวนี้ได้ และทำให้มีหนี้บานออกไปอีก วิธีที่ดีที่สุดคือการใช้สินเชื่อโอนหนี้ หรือที่เรียกว่า “Debt Consolidation” นั่นเอง โดยการใช้สินเชื่อส่วนบุคคล ที่เปิดขึ้นมาเฉพาะการโอนหนี้

นั่นเป็นเพราะว่า การใช้สินเชื่อส่วนบุคคล จะมีดอกเบี้ยต่ำกว่า การกดเงินออกจากบัตรเครดิต ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลประเภทไหนก็ตาม เช่น สินเชื่อรีไฟแนนซ์รถยนต์ หรือ บ้าน ก็สามารถใช้ได้ทั้งนั้น

เปรียบเทียบ สินเชื่อ VS บัตรเครดิต VS บัตรกดเงินสด ใครดอกต่ำที่สุด?

อ่านต่อ: