3 สิ่งที่เราควรรู้ ก่อนไปค้างคืนที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

ads

หน้าหนาวช่วงที่เขาใหญ่ น่าเที่ยวที่สุด

ไม่น่าเชื่อว่าเผลอแปปเดียว เรากำลังเดินทางมาถึงช่วงปลายปีกันแล้ว นับว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขสันต์ที่เต็มไปด้วยเทศกาลแห่งความสุขสันต์รอเราอยู่ สะสมวันลาของคุณให้พร้อมและเตรียมจองตั๋วเครื่องบิน ที่พักราคาถูก ไปออกทริปปลายปีกันอย่างฟินๆ ได้เลย ต้อนรับหน้าหนาวนี้

ส่วนใครที่ไม่อยากไปไหนไกลอยากออกไปสูดอากาศท่องเที่ยวธรรมชาติในบ้านเรา ถามว่า มีทริปต่างจังหวัดที่ไหนน่าเที่ยวในช่วงหน้าหนาวนี้กัน “อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่” ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติที่ได้รับขนานนามว่าเปนมรดกของโลก จากองค์การ UNESCO การันตีความประทับใจเมือคุณเยี่ยมชม ไปแล้วก็ต้องอยากกลับไปอีก คุณสามารถขับรถไปอุทยานเขาใหญ่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ โดยใช้เวลาแค่เพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น 

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

ขอเริ่มกันที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่กันก่อนเลย ต้อนรับหน้าหนาวที่กำลังจะมาถึงนี้กัน ช่วง ตุลาคม – กุมภาพันธุ์ เป็นช่วงที่ อุทยานเขาใหญ่น่าเที่ยวที่สุด นักท่องเที่ยวที่มาเขาใหญ่ในช่วงนี้จะได้มาสูดอากาศบริสุทธิ์กันอย่างชุ่มปอด กับอากาศเย็นๆ อุณภูหมิเฉลี่ย 23 องศาเซลเซียสต่อปี และรายล้อมไปด้วยธรรมชาติ พร้อมชมทะเลหมอกในตอนเช้าตรู่ ยามพระอาทิตย์ขึ้น

จัดว่าเป็นไฮไลท์ของคนที่มาเขาใหญ่เลยจริงๆ ที่จะต้องมาเยี่ยมชมอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มานอนกางเต๊นท์เปลี่ยนบรรยากาศ หนีความวุ่นวายในเมืองใหญ่ และตกดึกก็พร้อมพรางตัวไปส่องสัตว์น้อยใหญ่

กิจกรรมที่พลาดไม่ได้ : นอนกางเต๊นท์, ส่องสัตว์, เที่ยวน้ำตกเหวสุวัต และ ชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่แต้มผาเดียวดาย

1. ค้างคืนที่ไหนดี ? 

หากคุณอยากนอนพักแรม เพื่อดื่มด่ำบรรยากาศที่อุทยานเขาใหญ่อย่างเต็มที่ ทางอุทยานมีตัวเลือกที่พักทั้งหมดให้คุณเลือก 3 แบบ กางเต็นท์ , ค่ายพักแรม และบ้านพัก

♥ กางเต็นท์ 

ค่าบริการอยู่ที่ 30 บาท / คืน โดยจุดกางเต็นท์จะมีทั้งหมด 2 จุดด้วยกัน ได้แก่ จุดกางเต็นท์ ณ ผากล้วยไม้ และ จุดกางเต็นท์ ณ ลำตะคอง ในช่วง high season แบบนี้ต้องยอมรับเลยว่ามีคนเยอะมากๆ อาจจะไม่ได้รับความสงบอย่างเต็มที่สำหรับใครที่ต้องการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติอย่างสงบ แต่หากคุณมาเป็นกลุ่มพร้อมปาร์ตี้ ครื้นเครง มีอัธยาศัยดี พักที่นี่ก็อาจจะเป็นโอกาสอันดีที่ได้เพื่อนใหม่

กางเต็นท์ที่ผากล้วยไม้ หรือ ลำตะคอง 

สำหรับใครที่อยากจะกางเต็นท์แต่ไม่แน่ใจว่านอนที่จุดกางเต็นท์ผากล้วยไม้ หรือลำตะคองดี วันนี้เราสรุปข้อดี ข้อเสียมาให้คุณลองเลือก จุดกางเต๊นท์ที่เหมาะกับคุณมากท่ี่สุด

พิจารณาจะแผนที่จะเห็นได้ว่า จุดกางเต็นท์ผากล้วยไม้กับลำตะคอง ก็ไม่ได้ห่างกันมากนักห่างกันแค่เพียงถนนกั้นเท่านั้นจุดกางเต็นท์ของทั้งสองจุด ต่างก็มีห้องน้ำ, บริการอาหาร อยู่ใกล้ๆ แต่ก็มี ข้อได้เปรียบจากปัจจัยอื่นๆบ้างดังนี้

จุดกางเต็นท์ลำตะคอง
  • จะใกล้ที่ทำการอุทยาน และศูนย์ที่มีเจ้าหน้าที่ดูแลได้มากกว่า ใครต้องการความปลอดภัย หากมีเหตุการณ์ฉุกเฉิน หรือต้องการติดต่อกับทางที่ทำการอุทยานก็สามารถทำได้อย่างสะดวก
  • เดินทางไปหอส่องสัตว์ใกล้กว่า อาจจะไม่ได้ถึงกับอยู่ใกล้หอส่องสัตว์ แต่ว่าถ้าเทียบกับ ผากล้วยไม้แล้วก็นับว่าใกล้กว่าพอสมควร
  • ที่นี่ใกล้ที่ลานจอดรถด้วยใครที่มีสัมภาระมาเยอะไม่อยากแบกไปไกล นอนที่จุดกางเต็นท์ลำตะคองก็จะได้เปรียบ
  • มีบริเวณกางเต็นท์มากกว่า แต่ก็อาจจะไม่ได้มีต้นไม้เยอะเท่าผากล้วยไม้
  • ตอนกลางวันแดดร้อน
จุดกางเต็นท์ผากล้วยไม้
  • ต้นไม้ร่มรื่นกว่า จะมีบริเวณพื้นที่กางเล็กกว่าแต่ว่ามีต้นไม้ใหร่มเงาอย่างทั่วถึงและปกคลุม
  • ชมธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ใครที่อยากส่องนกแนะนำผากล้วยไม้เลย ตรงบริเวณโซนด้านหลังจะมีต้นไม้อุดมสมบูรณ์ทำให้มีสัตว์ป่ามาแวะเวียนให้เราได้เห็นกันบ้าง
  • จะใกล้น้ำตกเหวสุวัต น้ำตกยอดนิยมที่ใครๆต่างต้องแวะไปเช็คอินถ่ายรูปกันที่นี่ หากคุณอยากกางเต็นท์ใกล้จุดเล่นน้ำตกแห่งนี้ แน่นอนว่ากางที่่ผากล้วยไม้ เดินไปเล่นน้ำตกง่ายที่สุด

♥ ค่ายพักแรมและบ้านพัก

ตัวอย่างบ้านพักกองแก้ว credit photo: khaoyainationalpark.com/?p=358

ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว หากคุณต้องการความเป็นส่วนตัวขึ้นมาอีกหน่อย จะพักที่ค่ายพักแรมและบ้านพัก ของที่นี่ก็ได้ราคาไม่แพงเลย เริ่มต้นคืนละ 800 บาท  เหมาะสำหรับใครที่ไม่อยากกางเต๊นท์ ต้องการอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครัน ไม่ต้องใช้ห้องน้ำรวม

ซึ่งค่ายพักแรม มีทั้งหมด 3 จุด ได้แก่ 1. ค่ายกองแก้ว 2. ค่ายเยาวชน 3. ค่ายสุรัสวดี  อันนี้สำหรับผู้ตั้งใจเดินทางมากันเป็นหมู่คณะ ทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เหมือนกับบ้านพักเลยเพียงแต่จะแบ่งเป็นห้องใหญ่ๆ สำหรับนอนรวม เหมือนเป็นการเหมาจ่าย ตก 28 คน / 9000 บาท ต่อคืน

บ้านพักมี 2 จุดคือ บริเวณทำการอุทยาน และ บริเวณบ้านธนะรัชต์ เหมาะสำหรับคนที่มาเป็นกันเป็นกลุ่มตั้งแต่ 8 คน จะได้ไปเลยทั้งบ้าน แต่หาก มากันแค่ 2 คน อาจจะไม่ค่อยมีความเป็นส่วนตัวนัก ข้อเสียของบ้านพักส่วนตัวก็คือจองยากมาก ยิ่งช่วง High Season แบบนี้คุณควรจะรีบจองที่พักกันตั้งแต่เนิ่นๆ หากไม่อยากพลาดที่พัก ราคาประหยัด รายล้อมธรรมชาติดีดีไป

โดยคุณสามารถเข้าไปตรวจสอบหรือจอง ที่พักหรือจุดกางเต็นท์ ได้ที่ หน้าเว็บไซต์ทางการ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้เลย แนะนำให้จองล่วงหน้าก่อน หลายเดือนหากอยากเข้าพักในช่วงวันเสาร์ อาทิตย์และ High season เพราะ ไม่ว่าจะที่พักแบบไหนๆ ก็ดูเหมือนจะเต็มเร็วไปเสียหมด แตกต่างกันที่ว่าคุณต้องการไลฟ์สไตล์ และบรรยากาศแบบไหนเท่านั้นเอง

2. ส่องสัตว์ กิจกรรมที่ไม่ควรพลาด ต้องทำอย่างไรบ้าง?

สัตว์ในบริเวณอุทยานเขาใหญ่ credit photo: dnp.go.th/mfcd3/kaoyai.html

กิจกรรมที่พลาดไม่ได้เมื่อนอนค้างคืนที่เขาใหญ่ นั้นก็คือ นั่งรถส่องสัตว์ในยามค่ำคืนนั้นเอง ซึ่งจะมีค่าบริการเหมารถกระบะจะอยู่ราวๆ 500 บาท รถจะแบ่งเป็น 2 รอบ ดังนี้ 19:00 น. และ 20:00 น. โดยคุณสามารถติดต่อขอใช้บริการส่องสัตว์ตอนกลางคืนได้ที่ ที่ทำการอุทยาน ได้ตั้งแต่เวลาเปิดทำการ หรือ 8:00 – 20:00 น. คุณจะพบสัตว์กลางคืนหาดูยาก อาทิเช่น เม่น นกฮูก ชะมด หมีขอ เป็นต้น

สำหรับใครที่สนใจอยากส่องสัตว์แนะนำให้คุณติดต่อไปราวๆ เวลา 18:00 น. ถ้าคุณไม่ได้มาเป็นกลุ่มสามารถไปรวมกับคนอื่นได้ โดยจะมีค่าบริการคนละ 40 บาท โดยจะมีแค่รอบ 1 ทุ่มเท่านั้น

 

 

หอส่องสัตว์ credit photo: dnp.go.th/mfcd3/kaoyai.htm
บริเวณที่ชมสัตว์มากินดินโป่ง credit photo: dnp.go.th/mfcd3/kaoyai.htm

และนอกจากนี้ส่องสัตว์เวลากลางคืนแล้วทางอุทยานเขาใหญ่ยังมีหอส่องสัตว์ให้คุณสามารถส่องสัตว์ได้ใน เวลากลางวันได้อีกด้วย โดยมีหอดูสัตว์ทั้งหมด 3 จุด หอดูสัตว์หนองผักชี, หอดูสัตว์มอสิงโต และหอดูสัตว์คลองปลากั้ง ซึ่งคุณก็จะเห็นสัตว์ลงมากินดินโป่ง ไม่ว่าจะเป็น กวาง, ช้างป่า, หรือ กระทิง ให้คุณสังเกตวิถีชีวิตของสัตว์ป่าได้อย่างใกล้ชิด

 

3. สถานที่ชมวิวที่ไม่ควรพลาด 

  • จุดชมวิวผาเดียวดาย – ตื่นเช้าตรู่มาชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า พร้อมสัมผัสทะเลหมอกกันที่จุดชมวิวที่ดีที่สุดในบริเวณนี้ คุณจะมองเห็นภูเขาสุดลูกหูลูกตา ราวกับว่าขึ้นเหนือไปยังภูกระดึง
  • น้ำตกเหวนรก อีกหนึ่ง Checklist น้ำตกที่ไม่ควรพลาด เตรียมฟิตร่างกายให้พร้อมปึนน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในภาคกลาง น้ำตก 3 ชั้น สูงกว่า 150 เมตร ชมสายน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก ราวกับว่าด่ำดิ่งสุดเหวนรก ชมธรรมชาติ เดินฝ่าละอองน้ำตก ดมกลิ่นดินต้นไม้ธรรมชาติ
  • น้ำตกเหวสุวัต – น้ำตกชื่อดังที่ใครๆ ต่างก็จะต้องมาเยี่ยมชม สำหรับใครที่แวะมาที่อุทยานเขาใหญ่แล้ว ไม่แวะมาเล่นน้ำตกก็คงจะเหมือนกับว่ามันไม่ถึง ด้วยชื่อเสียงที่ฮ็อตตลอดปี และ พิกัดเดินทางจากผากล้วยไม้ที่อุทยานแห่งชาติไปได้ราวๆ 3 กิโลเมตรเท่านั้นเอง คุณจะพบกับน้ำตกสูงกว่า 20 เมตร และลำธารน้ำใสสะอาด ให้คุณลงไปเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน ช่วงหน้าฝนจะต้องระวังเป็นพิเศษเพราะว่าน้ำไหลแรงมาก
  • ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ – แวะไหว้ศาลเจ้าเก่าแก่ของเมืองเขาใหญ่ กราบไหว้เพื่อเป็นศิริมงคล ให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ปักษารักษาตลอดการเดินทาง และเรียนรู้วัฒนธรรมความเป็นอยู่ของคุณในท้องที่ ที่ต่าแห่กันมากราบไหว้ แก้บน กันที่ศาลเจ้าแห่งนี้ นับว่าเป็นศาลเจ้าที่คนในท้องถื่นต่างเคารพนับถือ และจัดว่าเป็นอีกที่หนึ่งที่นักเดินทางทั้งหลายต่างไม่ควรพลาด

เป็นอย่างไรกันบ้าง ไปแค่อุทยานเขาใหญ่ก็เที่ยวแทบจะไม่หมดแล้ว จริงๆ ที่อุทยานเขาใหญ่ มีน้ำตกอีกหลากหลายแห่งให้คุณเป็นเยี่ยมชมเยอะมาก บทความนี้จัดเต็มสำหรับผู้ที่มีแผนกำลังจะไปนอนที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โดยเฉพาะ รวมคำถามสุดฮิตที่นักเดินทางทั้งหลายจะต้องสงสัย พร้อมไปสัมผัสธรรมชาติกันแบบจุใจ

หากคุณกำลังมองหาที่เที่ยวพักผ่อน หย่อนใจ ปลายปีนี้ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นอีกหนึ่งที่