ads

เที่ยวฮ่องกงครั้งนี้…อย่าลืม! นั่งรถชมวิวสวย ๆ รอบเมือง

หากใครมีแพลนที่จะไปเที่ยวฮ่องกง แล้วอยากที่จะนั่ง “รถราง” หรือว่า “รถบัส” ชมเมืองฮ่องกงนั้น เราก็มีเรื่องราวดี ๆ มาบอกต่อกันอีกแล้วค่ะ โดยเฉพาะใครที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกนั่งแบบไหน ลองศึกษาข้อมูลกันดูก่อนนะคะ แต่ถ้าใครตัดสินใจไม่ได้เราก็ขอแนะนำให้คุณเลือกนั่งทั้งสองแบบเลยค่ะ

รถราง (Tram) 

เราขอเริ่มต้นกันที่ รถราง (Tram) กันก่อนนะคะ รถรางบนเกาะฮ่องกงนั้น ได้เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวและชาวฮ่องกง ตั้งแต่ปี ค.ศ 1904 จวบจนปัจจุบันก็ยังคงมีให้บริการอยู่ รถรางเป็นระบบการขนส่งอีกหนึ่งอย่างบนเกาะฮ่องกงที่มีความคลาสสิคและเป็นเสน่ห์อีกหนึ่งอย่างของฮ่องกงเลยก็ว่าได้ รถรางนี้ชาวฮ่องกงจะเรียกกันว่า “Ding Dings” มีลักษณะเป็นรถราง 2 ชั้น โดยชั้นบนจะเปิดโล่ง วิ่งอยู่บนราง ซึ่งเจ้ารางนี้ก็อยู่บนถนนปกติเลยค่ะ วิ่งเคียงคู่ไปกับรถยนต์บนท้องถนนกันไปเลย

หากใครที่อยากจะสัมผัสฮ่องกงให้ทั่วแต่ไม่อยากที่จะออกแรงเดินนั้น เราขอแนะนำให้คุณกระโดดขึ้นรถรางย้อนยุค เพื่อชมวิวทิวทัศน์ ทัศนียภาพบนเกาะฮ่องกงที่เต็มไปด้วยถนนหนทางที่คับคั่งไปด้วยรถและผู้คน รวมไปถึงตึกราวระฟ้าและสถานที่ท่องเที่ยวมากมายกันค่ะ

เส้นทางบริการ รถราง (Tram)

เส้นทางที่รถรางให้บริการนั้น จะมีทั้งหมด 6 สาย วิ่งระหว่างเมือง Kennedy Town และ Shau Kei Wan โดยจะเริ่มให้บริการตั้งแต่เวลา 06.00 – 24.00 น. มีสถานีให้คุณได้เลือกลงกว่า 60 ป้าย ซึ่งเส้นทางทั้ง 6 สาย มีดังนี้

Shau Kei Wan ↔ Western Market
Shau Kei Wan ↔ Happy Valley
North Point ↔ Whitty Street

Happy Valley ↔ Kenned Town
Causeway Bay ↔ Kennedy Town
Western Market ↔ Kenney Town

ขั้นตอนการขึ้นรถราง

• คุณสามารถขึ้นรถรางได้ง่าย ๆ เพียงไปรอตรงป้ายจอดรถรางค่ะ แล้วสังเกตที่หน้ารถรางว่ารถรางคันนี้วิ่งสายอะไร
• เมื่อรถรางมาถึงให้คุณเดินไปขึ้นที่ประตูด้านหลังเท่านั้นนะคะ เพราะประตูด้านหน้าจะใช้ตอนจะลงจากรถราง
• เลือกที่นั่งตามใจชอบ ใครที่อยากเห็นวิวเมืองแบบจัดเต็มนั้น ก็เลือกที่นั่งชั้น 2 กันไปเลย
• หากคุณต้องการที่จะลงก็เพียงกรดกิ่ง แล้วเดินมาที่ประตูด้านหน้า ชำระค่าโดยสาร ซึ่งคุณสามารถใช้บัตร Octopus แตะที่เครื่องเพื่อชำระเงิน หรือเลือกหยอดเหรียญค่าโดยสารลงกล่องก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่ขอบอกต่ออีกสักนิดว่าใครเลือกแบบหยอดเหรียญนั้น ต้องเตรียมค่าโดยสารให้พอดี เพราะไม่มีการทอนเงินนะคะ

Big Bus Tour 

มาต่อกันที่ Big Bus Tour กันบ้างดีกว่า หลังจากที่เรานั่งรถรางบนเกาะฮ่องกงกันไปแล้วใช่ไหมคะ เราลองมานั่ง Big Bus Tour รถนำเที่ยว 2 ชั้น ซึ่งชั้นบนก็จะเปิดโล่งเหมือนกับรถรางเลยค่ะ โดยเจ้ารถบัสคันนี้จะวิ่งผ่านสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งช้อปปิ้งต่าง ๆ มากมายทั้งในฝั่งฮ่องกงและฝั่งเกาลูน

เส้นทางบริการ Big Bus Tour

เส้นทางที่ Big Bus Tour วิ่งนั้น มีทั้งหมด 4 สายด้วยกัน ดังนี้
สายสีฟ้า (Kowloon Tour) ให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 – 18.00 น. ระยะเวลาในการทัวร์ 1 รอบ อยู่ที่ประมาณ 2 ชั่วโมง โดยรถบัสจะวิ่งในฝั่งเกาลูน ผ่าน Tsim Sha Tsui East Promenade, The Peninsula, Langham Place, Temple Street, West Kowloon Promenade, Hankow Road, Mody Road เป็นต้น
• สายสีแดง (Hong Kong Island Tour) ให้บริการตั้งแต่เวลา 09.30 – 18.10 น. ระยะเวลาในการทัวร์ 1 รอบ อยู่ที่ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที โดยรถบัสจะวิ่งผ่าน Central Star Ferry Pier 7, HK Convention and Exhibition Centra, Causeway Bay SOGO, Park Lane Hotel, Wan Chai Computer City, Lower Peak Tram Terminus, Mid-level Escalator, Man Mo temple, Hotel LKF เป็นต้น
• สายสีเขียว (Stanley Tour) ให้บริการตั้งแต่เวลา 09.45 – 16.45 น. ระยะเวลาในการทัวร์ 1 รอบ อยู่ที่ประมาณ 2 ชั่วโมง โดยรถบัสจะวิ่งผ่าน Central Star Ferry Pier 7, Lower Park Tram Terminus, Ocean Park, Repulse Bay, Stanley Beach Road, Repulse Bay, Aberdeen, St.John’s Cathedral เป็นต้น
• สายสีม่วง (Kowloon Night Tour) ให้บริการตั้งแต่เวลา 18.15 – 19.00 น. ระยะเวลาในการทัวร์ 1 รอบ อยู่ที่ประมาณ 1 ชั่วโมง โดยรถบัสจะวิ่งผ่าน Central Star Ferry Pier 7, Tsim Sha Tsui East Promenade, Ladies Market, Temple Street Night Market เป็นต้น
ขอขอบคุณข้อมูลเส้นทาง Big Bus Tour จากเว็บไซต์ HongKong Fanclub 

ความแตกต่างระหว่าง “รถราง” และ “รถบัส” หากเลือกนั่งได้เพียงหนึ่งเลือกอะไรดี ?

หากใครไปเที่ยวฮ่องกงแต่ว่าเลือกนั่งได้เพียงหนึ่งอย่างเท่านั้น ก่อนอื่นจะต้องดูก่อนค่ะว่าคุณพักที่ฝั่งไหน หากพักบนฝั่งฮ่องกง เราขอแนะนำให้เลือกเป็นรถรางแทนค่ะ เพราะว่ารถรางจะมีแค่ที่ฝั่งฮ่องกงเท่านั้น แต่ถ้าใครอยู่ที่ฝั่งเกาลูนเป็นส่วนใหญ่ก็สามารถเลือกเป็นแบบรถบัสแทนได้ค่ะ ในความรู้สึกของเรา เราว่าไม่ได้แตกต่างกันมากนัก เพียงแต่ความคลาสสิคและเส้นทางที่แตกต่างกันมากกว่า และราคารถรางจะมีราคาถูกกว่ารถบัสนั่นเอง


เอาเป็นว่าใครมีแพลนที่จะไปเที่ยวฮ่องกงนั้น ก็ลองเลือกนั่งรถชมเมืองฮ่องกงกันดูนะคะ เรียกได้ว่าเป็นเส้นทางบินที่คุณไม่ควรพลาดอีกหนึ่งเส้นทางเลยก็ว่าได้ ส่วนใครที่ยังไม่รู้ว่าครึ่งปีหลังจะไปเที่ยวที่ไหน ลองไปเที่ยวฮ่องกงกันดูนะคะ ขอบอกเลยว่าช่วงนี้ตั๋วเครื่องบินก็ถูก ส่วนลดที่พักก็มีมากมาย อีกทั้งใครที่ต้องการจะซื้อบัตรเข้าสถานที่ท่องเที่ยว เราก็มีเว็บไซต์มาแนะนำคุณกันค่ะ ซึ่งเว็บไซต์ที่เราจะมาบอกต่อคุณก็คือ เว็บไซต์ KLOOK เว็บไซต์ที่จะทำให้คุณได้บัตรในราคาถูก สามารถเข้าไปจับจองกันดูได้นะคะ ส่วนเรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับฮ่องกงครั้งหน้าจะเป็นอะไรนั้น เราไม่พลาดที่จะมาบอกต่อคุณอย่างแน่นอน