ads

ในปีนี้ การกู้เงิน หรือ การสมัครสินเชื่อเงินด่วนๆ มันทำได้ยากขึ้น ด้วยกฎข้อบังคับหลายๆอย่าง ที่ทำให้ การอนุมัติของสินเชื่อส่วนบุคคลไม่ได้สบายๆเหมือนสมัยก่อนนี้ ดังนั้นเราจึงเห็นหลายคนเปลี่ยนจากการขอสินเชื่อแบบไม่มีหลักทรัพย์มาเป็นสินเชื่อแบบมีหลักทรัพย์อย่าง บ้าน และ รถยนต์ เพื่อทำให้ได้เงินก้อนออกมาบริหารจัดการกับชีวิตได้ง่ายมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การรีไฟแนนซ์รถยนต์ เพื่อนำเงินสดออกมาใช้จ่าย ในปีนี้ จะเป็นที่นิยมมากขึ้น ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมด และมันจะเป็นการกู้เงินแบบจำนำทะเบียนที่ผ่านง่ายมากขึ้น หากมีเอกสาร และ คุณสมบัติ ครบถ้วน

ข้อดีของการมีเอกสาร และคุณสมบัติ พร้อม ก่อนการรีไฟแนนซ์

  1. เสียเวลาน้อยลงในการเดินเรื่อง
  2. มีโอกาสที่จะได้วงเงินสูงกว่า
  3. ตัดความเสี่ยงในเรื่องของการไม่อนุมัติวงเงิน
  4. อนุมัติสินเชื่อเร็วกว่า
  5. ไม่เสียเครดิต

CAR REFINANCE CHECK LIST – สำรวจตัวเองก่อนสมัครรีไฟแนนซ์รถ

เพื่อเป็นการตัดความเสี่ยงของการรอรีไฟแนนซ์รถยนต์ และเป็นการเตรียมพร้อมก่อนการ เอารถยนต์ไปจำนำทะเบียน หรือการรีไฟแนนซ์ เราควรตรวจสอบ 5 ข้อนี้ก่อน ว่ามีครบหรือไม่? และขาดอะไรไปบ้าง?

1ประเภทรถยนต์ที่เอามาจำนำ

ประเภทรถยนต์ที่เอามาจำนำ ควรต้องเป็นรถยนต์ที่ทาง บริษัทไฟแนนซ์กำหนดมา ซึ่งแต่ละที่อาจมีความแตกต่างกันออกไป บางแห่งรับรถมอเตอร์ไซค์ รถบรรทุก แต่บางแห่งรับรีไฟแนนซ์แค่รถกระบะ และบางแห่งรับรถเก๋งเพียงอย่างเดียว และนี่คือ ประเภทรถที่นิยมเอามาจำนำทะเบียน หรือ รีไฟแนนซ์กัน

  • มอเตอร์ไซค์
  • รถเก๋ง 4 ประตู รวมถึง SUV รถอเนกประสงค์ด้วย
  • รถตู้
  • รถกระบะ
  • รถบรรทุก

2ยังติดไฟแนนซ์อยู่หรือเปล่า? หรือ ผ่อนหมดแล้ว?

หากกำลังจะรีไฟแนนซ์รถ ที่ยังติดไฟแนนซ์เจ้าอื่นอยู่ นั่นแปลว่า กำลังจัดไฟแนนซ์สำหรับรถยนต์ที่ยังผ่อนไม่หมด แต่เอาเข้าจริง รถที่ผ่อนหมดแล้ว และ ผ่อนไม่หมด ก็สามารถรีไฟแนนซ์ได้ทั้งคู่เช่นเดียวกัน แต่จะแตกต่างกันในเรื่องของ เจ้าของกรรมสิทธิ์ และ ผู้ครอบครอง

  • เจ้าของกรรมสิทธิ์ คือ ผู้ที่เป็นเจ้าของรถที่แท้จริง เจ้าของเล่มทะเบียน (ถ้ายังผ่อนไม่หมด ไฟแนนซ์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์)
  • ผู้ครอบครอง คือ ผู้ที่นำเอารถไปใช้ ผู้ขับขี่

สำหรับการที่ไปรีไฟแนนซ์รถยนต์ที่ยังผ่อนไม่หมด (ในกรณี สินเชื่อโอนเล่มทะเบียน) ทางบริษัทไฟแนนซ์เจ้าใหม่ จะต้องได้รับเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์ และหลังจากที่ลูกค้าผ่อนหมดแล้ว ก็จะโอนกรรมสิทธิ์เป็นของเจ้าของรถตามเดิม

3อายุเท่าไหร่ ถึงจะรีไฟแนนซ์ได้?

ใครบอกว่าอายุเป็นเพียงแค่ตัวเลข? เพราะจริงๆแล้ว อายุ มีไว้สำหรับการพิจารณาสินเชื่อแบบรีไฟแนนซ์รถยนต์ด้วย โดยมากแล้ว สถาบันการเงินจะให้อายุเริ่มต้นที่ 21 ปี ไปจนถึง 65 ปี และเหตุผลในเรื่องนี้ก็คือ หากอายุน้อยเกินไป อาจไม่สามารถหาเงินมาใช้หนี้ได้ และถ้าอายุมากเกินไป ก็อาจจะเสียชีวิตก่อนการใช้หนี้หมดได้ ซึ่งมีความเสี่ยงนั่นเอง และ อายุยังเป็นตัวแปรอีกตัวหนึ่ง สำหรับการกำหนดดอกเบี้ย ตามอัตราความเสี่ยงของทางสถาบันการเงินอีกด้วย

4วงเงินที่อยากได้ อย่าหวังสูงเกินไป ระวังผิดหวัง

วงเงินที่ได้จากการรีไฟแนนซ์ จะต้องผ่านการประเมินราคาของทางบริษัทไฟแนนซ์ และจะต้องผ่าน การเช็คราคากลางของรถยนต์คันนั้นๆ เสียก่อน ไม่ว่าราคาตลาดของรถที่เป็นเจ้าของจะเป็นเท่าไหร่ก็ตาม ยกตัวอย่างเช่น ธนชาต Cash You Car ทางธนาคารเค้าจะมีการเช็คราคากลางที่เรียกว่า Thanachart Blue Book ก่อนเพื่อเป็นการประเมินราคารถยนต์ และหลังจากนั้น จะต้องมีการประเมินราคารถยนต์ตัวจริงอีกครั้งหนึ่ง และโดยมากแล้ว หลายๆสถาบันการเงินจะอนุมัติวงเงินระหว่าง 80% – 120% ของราคากลางรถยนต์ และสำหรับผู้ที่วงเงินสูง ดอกเบี้ยก็จะสูงตาม (ณ วันปิดบัญชี งวดสุดท้าย)

5เตรียมพร้อมเอกสาร 4 ตัวนี้ ก่อนการไปติดต่อเจ้าหน้าที่

  • สำเนาบัตรประชาชนผู้ครอบครองรถ
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • เล่มทะเบียนตัวจริง หรือ ถ่ายเอกสาร (สำหรับผู้ที่ยังผ่อนไม่หมดกับไฟแนนซ์เจ้าอื่น)
  • รถยนต์คันจริง

อ่านต่อ เอกสารอะไรบ้าง ที่ควรเอาติดตัวไป รีไฟแนนซ์รถ