อยากปิดหนี้บัตรเครดิต? 4 สินเชื่อรีไฟแนนซ์ เงินเดือนน้อย กลาง สูง พร้อมเทคนิคชำระหนี้

    ภาวะเงินฝืด ไม่เข้าใครออกใครอยู่แล้ว และส่วนใหญ่คนจะเป็นหนี้ธนาคาร และมากที่สุดก็อาจจะเป็นบัตรเครดิตก็เป็นได้ หลายคนอยากจะหลุดพ้นจากหนี้บัตรเครดิต ก็จะไปหา Online Community ที่ชื่อว่า Debtclub.consumerthai.org ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นองค์กรที่ ช่วยเหลือคน ให้ความรู้ เกี่ยวกับการปิดบัตรเครดิตต่างๆ โดยมีการแนะนำเทคนิคในการอยู่รอดในภาวะติดหนี้สินจากบัตรเครดิต อย่างไรก็ดี สำหรับผู้ที่ติดหนี้บัตรเครดิตหลายคนอาจทนไม่ได้กับ ดอกเบี้ยที่สูง และทบมากขึ้นทุกวัน และต้องการจะปิดบัตรเครดิต หรือการทำ Refinance บัตรเครดิต โดยการกู้เงินสินเชื่อส่วนบุคคลจากธนาคาร หรือ Non-bank มาเพื่อชำระหนี้บัตรให้หมด ซึ่งหลักการมันก็คือ ผู้ที่ต้องการปิดหนี้บัตรเครดิต อาจมีบัตรหลายใบ และทางออกอันหนึ่งก็คือ การขอสินเชื่อเพื่อปิดบัตรเครดิต คือการรวมหนี้หลายๆก้อน มาผ่อนชำระเป็นก้อนเดียว กับเจ้าหนี้ที่เป็นสินเชื่อเจ้าเดียวนั่นแหละ และวันนี้ เราจะมาแนะนำ สินเชื่อปิดบัตรเครดิต จาก 4 ธนาคาร ซึ่งเป็นสินเชื่อบุคคลอเนกประสงค์ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งมีขั้นต่ำรายได้ที่ไม่สูงมากจนเกินไป และดอกเบี้ยไม่ได้เยอะมากจนเกินไป จึงอยากนำมาแชร์ และนำเสนอกันในหน้านี้

    1 สินเชื่อสำหรับปิดบัตรเครดิตตัวท๊อป สำหรับคนอยากปิดบัตร

    หลักการง่ายๆของมัน สำหรับคนที่คิดง่ายๆ คือมีความเป็นไปได้ว่า ธนาคารที่ไม่ได้เด่นไม่ได้ดัง และไม่ค่อยออกโปรโมชั่นมาล่อใจเยอะ “อาจจะ” เป็นธนาคารที่อนุมัติสินเชื่อ Refinance บัตรเครดิต ง่ายกว่าธนาคารอื่นๆ เหตุผลของมันก็ “อาจจะ” เป็นเพราะว่า ธนาคารเหล่านี้ เป็นธนาคารที่มีเม็ดเงินสำหรับสินเชื่อค่อนข้างเยอะ และรอลูกค้ามาขอใช้บริการนั่นแหละ พูดง่ายๆ เหมือนกันกับว่า หากร้านค้าไหนมีสินค้าเยอะๆ และไม่ได้ทำการตลาดมาก แต่เจ้าของร้านก็อยากจะปล่อยสินค้าให้ได้เยอะที่สุด ก็อาจจะมีการลด แลก แจกแถม เพื่อให้สินค้าของตัวเองขายได้เยอะขึ้น มากขึ้น ซึ่งก็คงเหมือนกันกับสินเชื่อปิดบัตร หรือสินเชื่อ Refinance สำหรับวัตถุประสงค์ ต่างๆ เค้าก็คงอยากปล่อยสินเชื่อเหมือนกัน เรามาดูกันว่า สินเชื่อปิดบัตรเครดิต เจ้าไหน ที่อาจจะสามารถปล่อยสินเชื่อสำหรับคุณได้ ด้วยอัตราดอกเบี้ยแบบ “friendly” ไม่โหดเกินไป เพื่อให้คุณได้หายใจหายคอ และรวมหนี้เป็นก้อนเดียวไปเลย

    Cimb Thai ดอกเบี้ย 9% รายได้รวมขั้นต่ำ 20,000 บาท

    สำหรับสินเชื่อ ที่สามารถนำไปปิดบัตรเครดิตได้ของ CIMBT ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียนั่นแหละ สำหรับข้อดีของมันคือ มันสามารถผ่อนชำระได้ถึง 5 ปี ( 60 เดือน ) ซึ่งยาวนานมาก แต่ก็จะมีดอกเบี้ยสูงมากเช่นเดียวกันคือถึง 18% แต่ สินเชื่อ CIMB Thai ก็มีดอกเบี้ยต่ำสุด 9% ต่อปี หากจะผ่อนชำระแค่ 12 เดือน หรือ 1 ปี เรียกได้ว่า ชิลๆ เลยละกัน

    • ดอกเบี้ย 9 % ต่อปี ตลอดอายุสัญญา 12 เดือน สำหรับผู้ที่มีรายได้ 20,000 บาท ขึ้นไป
    • ดอกเบี้ย 12 % ต่อปี ตลอดอายุสัญญา 24 เดือน สำหรับผู้ที่มีรายได้ 20,000 บาท ขึ้นไป
    • ดอกเบี้ย 15 % ต่อปี ตลอดอายุสัญญา 36 เดือน สำหรับผู้ที่มีรายได้ 30,000 บาท ขึ้นไป
    • ดอกเบี้ย 18 % ต่อปี ตลอดอายุสัญญา 60 เดือน สำหรับผู้ที่มีรายได้ 20,000 บาท ขึ้นไป

    สินเชื่อ UOB i-Cash รายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาท

    เป็นสินเชื่อเหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้ต่ำๆ ตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด คือ 15,000 บาท ขึ้นไป คือมันเข้าถึงได้สำหรับผู้มีรายได้น้อยเงินเดือนน้อยนั่นแหละ แต่การคิดดอกเบี้ย ตามขั้นบันไดของ สินเชื่อ UOB จะไม่เหมือนกันกับ CIMBT เลยซักนิดเดียว เพราะเค้าจะคิด ดอกเบี้ย ยิ่งเงินเดือนต่ำยิ่งดอกเบี้ยสูง ตามตารางด้านล่างนี้ เรียกได้ว่า มันเหมาะสำหรับคนที่ไม่มีทางเลือกอื่นๆ เพราะเงินเดือนน้อย แต่ก็ต้องแบกรับดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่าเดิม แต่ต้องยอมรับว่า จริงๆแล้ว ไม่ค่อยมี สินเชื่อบุคคลที่เงินเดือนขั้นต่ำที่ 15,000 บาท เท่าไหร่ นัก และ UOB i-Cash ก็เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับการกู้ไปปิดบัตรนั่นแหละ

     รายได้ต่อเดือน ดอกเบี้ย
    พนักงาน
    ประจำ
    15,000-25,000 28.00% (MRR**+20.10%)
    25,001-50,000 24.75% (MRR**+16.85%)
    50,001-100,000 22.75% (MRR**+14.85%)
    >100,000 19.99% (MRR**+12.09%)

     

    สินเชื่อ K-Personal Loan ดอกเบี้ยวันละ 2.34 บาท

    สำหรับ K-personal loan หากใครอยากจะทำเรื่องขอสินเชื่อตัวนี้ และผ่านง่ายๆ ต้องเป็นคนที่มีบัญชีเงินเดือนกับทางธนาคารกสิกรไทย นอกจากจะผ่านง่ายแล้ว ยังมีดอกเบี้ยที่ต่ำมากจนน่าตกใจอีกด้วย เพราะดอกเบี้ยต่ำสุดของเค้าก็คือ 2.34 บาท / 10,000 บาท คือหากมียอดสินเชื่อ 10,000 บาท จะมีดอกเบี้ย 2.34 บาท ต่อวันเท่านั้น แต่ที่น่าเสียดายก็คือ ผู้กู้ต้องมีเงินเดือนหรือรายได้รวมกัน 20,000 บาท ขึ้นไปนั่นแหละ

    วงเงินอนุมัติ อัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาผ่อนชำระ
    ผู้มีเงินเดือนผ่านกสิกร ลูกค้าทั่วไป
    พนักงานประจำ เจ้าของธุรกิจส่วนตัว
    ตั้งแต่ 240,0001 บาทขึ้นไป หมื่นละ 2.34 บาท ต่อวัน หรือเท่ากับ 16% ต่อปี หมื่นละ 2.66 บาท ต่อวัน หรือ 18% ต่อปี 20% ต่อปี 12,18,24,36,48,60
    80,001 – 240,000 บาท 21% ต่อปี 22% ต่อปี 24% ต่อปี
    20,001 – 80,000 บาท 25% ต่อปี 26% ต่อปี 26% ต่อปี
    10,000 – 20,000 บาท 25% ต่อปี 26% ต่อปี 26% ต่อปี 12,18,24

     

    Summit Capital สินเชื่ออเนกประสงค์ เงินเดือนไม่ค่อยเอื้อที่ 35,000 บาท

    สำหรับ Summit Capital หลายคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นหูคุ้นตา แต่มันเป็น Non-bank อีกตัวที่อาจจะช่วยในยามฉุกเฉินได้เป็นอย่างดี ดอกเบี้ย เค้ามีช่วงโปรโมชั่น คือสำหรับคนที่ขอสินเชื่อตั้งแต่ 60,000 บาท ขึ้นไป 6 เดือนแรก ดอกเบี้ย 0% คือดีมาก ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยเลย แต่หลังจากนั้น ดอกเบี้ยจะค่อนข้างสูงที่ 28% และต่ำสุดที่ 19.99% แต่ผ่อนได้ 5 ปีเลยทีเดียว และนอกจากนี้ Summit Capital ยังมีสินเชื่อสำหรับมอเตอร์ไซด์ด้วย

    วงเงินสินเชื่อ อัตราดอกเบี้ยเเละค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ
    เดือนที่ 1 – 6 เดือนที่ 7 เป็นต้นไป
    ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน รวม ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน รวม
    <60,000 15% 13% 28% 15% 13% 28% 12-60
    60,000 – 99,999 13.50% 0% 13.50% 15% 11% 26% 12-60
    100,000 – 149,999 13.50% 0% 13.50% 15% 9% 24% 12-60
    150,000 – 299,999 13.50% 0% 13.50% 15% 8% 23% 12-60
    ตั้งเเต่ 300,000 ขึ้นไป 13.50% 0% 13.50% 15% 4.99% 19.99% 12-60

     

     

    2 แล้วถ้า ไม่อยากขอสินเชื่อมาปิดหนี้บัตรเครดิตหล่ะ? เค้าทำกันยังไง?

    ลูกหนี้บัตรเครดิตหลายคน โดยมากแล้วจะไม่ได้มีบัตเครดิตแค่ใบเดียวที่ติดหนี้อยู่ อาจจะมี หนี้บัตรกดเงินสด หนี้บัตรเครดิต หนี้พวกรถยนต์ติดตามมาด้วย การที่คนที่ติดหนี้มีความประสงค์ที่จะชำระหนี้นั้น ถือเป็นเรื่องดี เพราะแสดงถึงความรับผิดชอบที่มีต่อหนี้สินที่ตัวเองก่อขึ้นมา อย่างไรก็ดี การที่จะเคลียร์หนี้ให้หมดกับบัตรเครดิตทุกใบ หรือทุกธนาคารนั้น ความเป็นไปได้คือ 0% หากพึ่งเงินเดือนตัวเองอย่างเดียว และขั้นตอนที่สามารถสรุปง่ายๆสั้นๆให้ได้ใจความ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ติดหนี้บัตรเครดิตหลายๆใบก็คือ

    1. หยุดการกู้ยืมเงิน ยืมเงินเพื่อน ญาติ หรือก่อหนี้ใหม่เพิ่ม นั่นคือการหยุดหมุนเงิน หรือหยุดสร้างหนี้เพิ่มนั่นเอง เพราะหากสร้างหนี้เพิ่มแล้วก็จะไม่มีที่สิ้นสุด
    2. ทำบัญชี รายรับรายจ่าย ของตัวเองทุกวัน เพื่อให้เห็นถึงปัญหา จุดรั่วไหล และอาจสามารถตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปได้
    3. แยกจำนวนหนี้ และทำตารางหนี้สิน ภาระที่ต้องจ่ายแต่ละเดือนออกมา เพื่อหาวิธีการเคลียร์หนี้ให้ดีที่สุด
    4. เลือกวิธีการชำระหนี้ เช่นการจ่ายขั้นต่ำเลี้ยงไปเพื่อให้ถึงวันที่สามารถชำระหนี้ได้ครบถ้วน หรือการหยุดจ่ายไปเลยเพื่อประนอมหนี้ หรือ การรวบหนี้หลายๆก้อนมาเป็นก้อนเดียว เช่นการทำสินเชื่อปิดบัตรเครดิตนั่นเอง

    3 หนี้ในระบบทั้งหมดบนโลกใบนี้มี 2 ประเภทคือ Secured และ Unsecured

    การที่หลายๆคนติดหนี้ทั้งหมดที่อยู่ในระบบมันจะถูกแบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ๆ คือ หนี้สินแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน (secured) และหนี้สินแบบไม่มีหลักทรัพย์ (unsecured) และการขอสินเชื่อ เช่นสินเชื่อปิดบัตรเครดิตแบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน จะเป็นอะไรที่ยากที่สุด เพราะธนาคารไม่มีหลักทรัพย์มาเป็น leverage หากคุณผิดนัดชำระหนี้ และนั่นคือสาเหตุที่ว่า ทำไมมันถึงผ่านยากเย็นนัก และเพราะเค้าต้องดู Credit History หรือประวัติเครดิตของแต่ละคน และนี่คือรายละเอียดของ หนี้แบบมีหลักทรัพย์ และไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ว่ามันแตกต่างกันอย่างไร

    หนี้แบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน

    หนี้มีหลักทรัพย์ เป็นหนี้ที่เกิดขึ้นมาจากการกู้ยืมธนาคารหรือสถาบันการเงิน ซึ่งการกู้ยืมประเภทนี้ถือว่าง่ายที่สุด และเข้าถึงได้มากกว่า เพราะธนาคารหรือสถาบันการเงินมีความเสี่ยงน้อยกว่า เนื่องจากผู้ขอกู้ยืมมีหลักทรัพย์ไปค้ำเอาไว้ ซึ่งหากผู้กู้ยืมไม่มีเงินชำระ ก็สามารถยึดทรัพย์สินนั้นๆได้เช่นเดียวกัน และนั่นส่งผลทำให้ อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าการกู้ยืมแบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันนั่นเอง สำหรับตัวอย่างของ สินเชื่อแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกันก็เช่น ศรีสวัสดิ์ เงินติดล้อ หรือ สินเชื่อรถยนต์ยี่ห้ออื่นๆ

    หนี้แบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน

    เป็นสินเชื่อหรือหนี้ที่ผ่านยากกว่า อนุมัติยากกว่า เพราะไม่มีอะไรมาเป็นตัวลดความเสี่ยงระหว่างธนาคารเจ้าของหนี้กับลูกค้านั่นเอง และธนาคารปล่อยกู้ เพราะเชื่อในเครดิตของลูกค้าล้วนๆ แต่ก็มีปัจจัยอื่นมาผสมเช่น ฐานเงินเดือน รายได้ เงินฝาก ฯลฯ ดังนั้นความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ทางธนาคารจึงต้องชาร์จดอกเบี้ยโหดๆ มากถึง 28% เพื่อลดความเสี่ยงในการชำระหนี้ลงไป และการกู้ยืมเงินประเภทนี้เค้าเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Signature loans ตัวอย่างของ หนี้แบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยมากแล้วเกิดจาก สินเชื่อส่วนบุคคลประเภทต่างๆ หรือจะเป็น บัตรกดเงินสด บัตรที่สามารถถอนเงินได้ทันที ฯลฯ

     

     

    Exit mobile version