เช็กลิสต์ ! 12 เที่ยวบินการบินไทยที่ถูกยกเลิกไปจีน ไม่มีกำหนด

ads

#ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่2019 ทำพิษ

นอกจากปัญหาฝุ่นพิษ #ฝุ่นPM25 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนไทยแล้ว ก็ยังมีข่าวการระบาดของโรคติดต่อทางเดินหายใจจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน ที่สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วโลก หลังองค์การอนามัยโลก (WHO) ตัดสินใจประกาศให้ไวรัสโคโรนา หรือ #ไวรัสอู่ฮั่น เป็นภาวะฉุกเฉินระหว่างประเทศแล้ว หลังจากเชื้อตัวนี้แพร่ระบาดไปนอกจีนอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้พบผู้ป่วยในอีกหลายประเทศ อาทิ ไทย ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ ฮ่องกง อิตาลี แคนาดา อังกฤษ หรือฝรั่งเศส เป็นต้น

และเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่เชื้อไม่ให้แพร่ระบาดยิ่งกว่าเดิม นานาประเทศต่างออกมาตรตรวจเข้ม โดยเฉพาะการตั้งจุดคัดกรองผู้โดยสารขาเข้าที่เดินทางจากจีนอย่างเข้มงวด ซึ่งทุกคนจะต้องผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเดินทางเข้าประเทศ เร่งประชาสัมพันธ์วิธีป้องกันหรือดูแลตนเอง เพื่อให้ปลอดภัยจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ไปจนถึงการปรับลดเที่ยวบินไปจีน โดย “การบินไทย” ก็เป็นอีกหนึ่งสายการบินที่ประกาศปรับเส้นทางไป-กลับจีน เช่นกัน


การบินไทย ยกเลิกเที่ยวบินไปจีน เส้นทางไหนบ้าง ?


หลังจากที่บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินและคืนบัตรโดยสาร จากกรณีไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่แพร่ระบาดในจีนไปไม่นาน เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 นายนนท์ กลินทะ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายขาย บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) แจ้งว่า เนื่องจากมีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ การบินไทยจำเป็นต้องประกาศยกเลิกการทำการบินไปและกลับไปยังประเทศจีนจำนวน 6 เส้นทางบิน รวมจำนวน 12 เที่ยวบิน โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. เส้นทาง กรุงเทพ – ปักกิ่ง – กรุงเทพ

ยกเลิก 2 เที่ยวบิน คือ

(1) เที่ยวบิน TG674 เส้นทาง กรุงเทพ – ปักกิ่ง ระหว่าง 8-29 กุมภาพันธ์ 2563

(2) เที่ยวบิน TG675 เส้นทาง ปักกิ่ง – กรุงเทพ ระหว่างวันที่ 9 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2563

ซึ่งทั้ง 2 เที่ยวบิน เป็นการเดินทางไป-กลับ ระหว่างสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานนานาชาติแคปิตอล ปักกิ่ง ประเทศจีน

2. เส้นทาง กรุงเทพ – เซี่ยงไฮ้ – กรุงเทพ

ยกเลิก 2 เที่ยวบิน คือ

(1) เที่ยวบิน TG662 ระหว่างวันที่ 10-29 กุมภาพันธ์ 2563

(2) เที่ยวบิน TG663 ระหว่างวันที่ 10-29 กุมภาพันธ์ 2563

ทั้ง 2 เที่ยวบินนี้ เป็นการเดินทางไป-กลับ ระหว่างสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานนานาชาติเซี่ยงไฮ้ผู่ตง ประเทศจีน

3. เส้นทาง กรุงเทพ – กวางโจว – กรุงเทพ

ยกเลิก 2 เที่ยวบิน คือ

(1) เที่ยวบิน TG768 ระหว่างวันที่ 8-29 กุมภาพันธ์ 2563

(2) เที่ยวบิน TG679 ระหว่างวันที่ 8-29 กุมภาพันธ์ 2563

ทั้ง 2 เที่ยวบิน เป็นการเดินทางไป-กลับ ระหว่างสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานนานาชาติไป่หยุน กว่างโจว ประเทศจีน

4. เส้นทาง กรุงเทพ – เฉิงตู – กรุงเทพ

ยกเลิก 2 เที่ยวบิน คือ

(1) เที่ยวบิน TG618 วันที่ 6, 10, 13, 17, 20, 24 และ 27 กุมภาพันธ์ 2563

(2) เที่ยวบิน TG619 วันที่ 6, 10, 13, 17, 20, 24 และ 27 กุมภาพันธ์ 2563

เป็นการเดินทางไป-กลับ ระหว่างสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานนานาชาติซวงหลิว เฉิงตู ประเทศจีน

5. เส้นทาง กรุงเทพ – คุณหมิง – กรุงเทพ

ยกเลิก 2 เที่ยวบิน คือ

(1) เที่ยวบิน TG612 วันที่ 6, 8, 10, 11, 13, 15, 17, 18, 20, 22, 24, 25, 27 และ 29 กุมภาพันธ์ 2563

(2) เที่ยวบิน TG613 วันที่ 6, 8, 10, 11, 13, 15, 17, 18, 20, 22, 24, 25, 27 และ 29 กุมภาพันธ์ 2563

เป็นการเดินทางไป-กลับ ระหว่างสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานนานาชาติชางซุ่ย คุนหมิง ประเทศจีน

6. เส้นทาง กรุงเทพ – เซี่ยเหมิน – กรุงเทพ

ยกเลิก 2 เที่ยวบิน คือ

(1) เที่ยวบิน TG610 วันที่ 6, 9, 13, 16, 20, 23 และ 27 กุมภาพันธ์ 2563

(2) เที่ยวบิน TG611 วันที่ 6, 9, 13, 16, 20, 23 และ 27 กุมภาพันธ์ 2563

เป็นการเดินทางไป-กลับ ระหว่างสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานนานาชาติเกาชี เซี่ยเหมิน ประเทศจีน


ติดต่อเปลี่ยนแปลงบัตรโดยสาร ได้ทางไหนบ้าง ?


ผู้โดยสารสามารถติดต่อทำการเปลี่ยนแปลงบัตรโดยสาร ได้ที่สำนักงานขายของการบินไทยโดยตรง หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ thaiairways หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Thai Contact Center โทร 0-2356-1111 สามารถติดต่อได้เลย 24 ชั่วโมง

และอย่างที่รู้กันดีว่า ณ ตอนนี้ประเทศไทยยังไม่ระงับการออกวีซ่านักท่องเที่ยวจีน จำกัดโควตาในการเข้า-ออกประเทศว่าแต่ละสัปดาห์ควรเป็นจำนวนเท่าไร รวมถึงการกำหนดโซนในการทำกิจกรรมของนักท่องเที่ยวจีน ฉะนั้น ขอให้ทุกคนหลีกเลี่ยงจุดเสี่ยงจากแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวจีนในไทยเป็นการชั่วคราว และเพื่อให้ได้รับข่าวสารเกี่ยวกับไวรัสโคโรนาที่ถูกต้อง และน่าเชื่อถือ แนะนำให้ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่กระทรวงสาธารณสุข


READ MORE :