รวม 7 สถานที่ท่องเที่ยวอิตาลี เชิงประวัติศาสตร์ 2020 มีที่ไหนน่าสนใจบ้าง

ads

เที่ยวยุโรปสุดฟินที่ประเทศอิตาลี ดินแดนแห่งความสวยงาม และความโรแมนติก

เรียกได้ว่าเป็นปีทองของการท่องเที่ยวต่างประเทศเลยก็ว่าได้ ด้วยตอนนี้เหล่าบริษัททัวร์และสายการบินมากมายต่างพากันจัดโปรโมชั่นลดราคากันเป็นว่าเล่น ใครที่กำลังวางแผนจะไปเที่ยวต่างประเทศแต่ยังไม่รู้จะไปเที่ยวที่ไหนดี ลองจัดทริปบินลัดฟ้าไปกันที่ทวีปยุโรปประเทศอิตาลี ที่หลายคนเรียกกันว่าเป็นเมืองแห่งสปาเกตตี้และพิซซ่า แต่รู้หรือไม่ว่าที่อิตาลียังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกมากมายเลยนะ! ไม่ว่าจะเป็น วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสถานที่ท่องเที่ยว

ซึ่งวันนี้เราจะขอเอาใจนักเที่ยวสายประวัติศาสตร์ ที่อยากจะทำความรู้จักกับประวัติความเป็นของประเทศอิตาลีให้มากขึ้น กับ 7 สถานที่เที่ยวสุดฮิต เก่าแก่ แต่สวยงาม ถูกใจทุกคนอย่างแน่นอน!

ส่องที่เที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของอิตาลี มีที่ไหนน่าสนใจบ้าง

พิพิธภัณฑ์วาติกันและมหาวิหารนักบุญเปโตร

Vatican Museums

& St. Peter’s Basilica

พิพิธภัณฑ์ทางด้านศาสนาและศิลปะขนาดใหญ่ ที่เก็บรวบรวมผลงานทางศิลปะของศาสนจักรคาทอลิกที่มีอายุหลายร้อยปีเอาไว้มากกว่า 70,000 ชิ้น จัดแสดงผลงานชิ้นเอกของศิลปินดังระดับโลกอย่าง Michelangelo และ Raphael นอกจากนี้ยังมีความสวยงามของสถาปัตยกรรม รวมไปถึงรูปแกะสลักที่สวยงาม บริเวณเพดานของพิพิธภัณฑ์ก็ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามโดดเด่นด้วยฝีมือของ Michelangelo และมีห้องพักที่ได้รับการตกแต่งโดย Raphael เป็นเส้นทางผ่านพิพิธภัณฑ์วาติกัน มีหอศิลป์และห้องโถงรวมกันมากกว่า 54 ห้อง

ST. PETER’S BASILICA
VATICAN MUSEUMS

และเข้าไปชมความสวยงามของภาพวาด The creation of Adam ภายในโบสถ์น้อย Sistine Chapel และไปต่อกันที่มหาวิหารนักบุญเปโตร หรือที่คนไทยหลายคนเรียกกันว่า “วิหารเซนต์ปีเตอร์” ชมหนึ่งในมหาวิหารของนิกายคาทอลิกที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในโลกและเป็นสุสานของนักบุญเปโตร ผู้ก่อตั้งคริสตจักรคาทอลิก

เมืองปอมเปอี

Pompeii

นครโรมันโบราณที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองที่มีความรุ่งเรืองมากแห่งหนึ่ง ก่อนจะถูกฝังและทำลายจากเหตุการณ์ภูเขาไฟวิสุเวียสปะทุ คร่าชีวิตชาวเมืองไปกว่าหมื่นชีวิต ถูกฝังทั้งเป็นจากลาวาและเถ้าหินจากภูเขาไฟ จนกลายเป็นเมืองสาปสูญก่อนจะถูกพบอีกครั้งในอีก 1,700 ปีต่อมา ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินชมซากปรักหักพังของตัวอาคาร สิ่งของเครื่องใช้ ถูกแม้แต่ร่างของชาวเมืองและสิ่งมีชีวิตที่ถูกฝังทั้งเป็น จนเมืองนี้ถูกกล่าวขานว่าเป็น นครแห่งความตาย ใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และอยากจะสัมผัสกับบรรยากาศสุดหดหู่ บอกเลยว่าต้องลองมาที่นี่ให้ได้สักครั้ง

โคลอสเซียม

Colosseum

สำรวจซากปรักหักพังของที่อยู่อาศัยของชาวโรมันโบราณ ที่โคลอสเซียม สนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกใช้เป็นลานประลองของนักสู้กลาดิเอเตอร์ รวมไปถึงใช้เป็นสถานที่ประหารชีวิตในยุคโรมันโบราณอีกด้วย นอกจากนี้คุณยังสามารถเดินชมซากปรักหักพังของวิหารต่าง ๆ ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงได้อีกด้วย

หอศิลป์อุฟฟิซิ

Uffizi Gallery

เที่ยวชมหอศิลป์ที่เก่าแก่และมีผู้แวะมาเยี่ยมชมมากที่สุดในโลก ซึ่งคุณจะได้พบกับผลงานศิลปะชิ้นเอกของบอตติเชลลี (Botticelli), จอตโต (Giotto), ชีมาบูเอ (Cimabue), ไมเคิลเเอนเจลโล (Michelangelo) และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่เดิมสถานที่แห่งนี้ถูกใช้เป็นเป็นสถานที่เจ้าภาพจัดงานละครของ Florentine Guilds และใช้เป็นสำนักงานตุลาการเท่านั้น ทั้งยังเป็นที่เก็บสะสมวัตถุเก่าแก่และผลงานศิลปะมากมาย

 

มหาวิหารแห่งมิลาน ดูโอโม่

Milan Cathedral

มหาวิหารที่มีสถาปัตยกรรมแบบกอธิคที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยความสูง 157 เมตร กว้าง 92 เมตร ถือเป็นแลนด์มาร์กอีกหนึ่งแห่งของอิตาลี มีชื่อเรียกในภาษาท้องถิ่นว่า Duomo di Milano จุดเด่นของวิหารแห่งนี้อยู่ที่ยอดแหลมบนหลังคาวิหาร มีจำนวนกว่า 135 ยอด บริเวณด้านหน้าของวิหารตกแต่งด้วยรูปปั้นและหินอ่อนแกะสลักที่ประณีตสวยงาม ภายในตกแต่งด้วยรูปปั้นนักบุญและเรื่องราวในพระคัมภีร์ที่ถูกถ่ายทอดผ่านรูปมากกว่า 3000 รูป มีกระจกสีสันสวยงาม มีแท่นบูชาขนาดใหญ่ที่ส่วนที่นั่งหน้าแท่น

นอกจากนี้ คุณยังสามารถขึ้นไปด้านบนของวิหาร ผ่านบันได 158 ขั้นเพื่อขึ้นไปชมทัศนียภาพที่สวยงามของเมืองมิลานได้ (ค่าผ่านทาง 5 ยูโร) หรือใช้ลิฟต์ขึ้นไปด้านบนก็ได้ (ค่าบริการ7 ยูโร)

หอเอนเมืองปิซา

Leaning Tower of Pisa

หอคอยเก่าแก่ที่อยู่คู่เมืองปิซามากว่า 800 ปี ตั้งอยู่บริเวณจัตุรัสเปียซซา เดล ดูโอโม (Piazza Del Duomo) เป็นหอระฆังของคาทอลิกทรงกระบอก 8 ชั้น มีความสูง 55.86 เมตร มีบันไดขึ้นไปด้านบนของตัวหอคอย 293 ขั้น สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว จุดเด่นของที่นี่คือความลาดเอียงของหอคอยที่เห็นได้ชัด ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นหนึ่งในสถานที่ทดลองทางวิทยาศาสตร์ของ กาลิเลโอ กาลิเลอิ ปัจจุบันหอคอยแห่งนี้คือจุดถ่ายรูปเช็คอินยอดฮิตในหมู่นักท่องเที่ยว ทั้งยังเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอีกด้วย

เมืองเวนิส

Venice

ปิดท้ายกันที่เมืองแห่งสะพาน คลอง และเรือ ซึ่งมีชื่อเสียงไปทั่วโลกในเรื่องของระบบขนส่งทางน้ำที่ซับซ้อนและไม่มีรถ อีกทั้งยังเคยเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ทั้งในเรื่องของเหตุการณ์ต่าง ๆ และในเรื่องของผลงานศิลปะ และยังเคยเป็นสถานที่พักของศิลปินดังระดับโลกอย่าง เลโอนาโด ดาวินชี (Leonardo da Vinci) ซึ่งมีพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรวบรวมผลงานการประดิษฐ์ของเขาไว้อีกด้วย นอกจากนี้คุณยังสามารถนั่งเรือกอนโดล่า ชมวิวทิวทัศน์และสัมผัสความโรแมนติกของเมืองได้อีกด้วย

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสถานที่เที่ยวในประเทศอิตาลีที่เราทำการแนะนำให้แก่ทุกคน บอกเลยว่าไม่ควรพลาดจริง ๆ… และรู้หรือไม่ว่าคุณสามารถเดินทางเที่ยวทั่วยุโรปได้ด้วยการนั่งรถไฟด้วยนะ!

และตอนนี้ KLOOK ได้จัดโปรโมชั่นพิเศษมอบส่วนลดในการจองแพ็คเกจและกิจกรรมท่องเที่ยวยุโรปและอเมริกาถึง 2 โปรด้วยกัน เพียงจองกิจกรรมท่องเที่ยวครบ 9,000 บาท แล้วกรอกโค้ด “KLOOKGOWEST” รับส่วนลดไปเลย 890 บาท หรือใครที่ชอบเที่ยวแบบจัดหนักจัดเต็ม จองกิจกรรมท่องเที่ยวยุโรปครบ 15,000 บาท แล้วกรอกโค้ด “KLOOKNOWAIT” รับส่วนลดมากถึง 1,800 บาท

Read more: