ผ้าอ้อมสำเร็จรูปยี่ห้อไหนดี? ปัจจุบันมีกี่แบบ มีวิธีเลือกอย่างไร?

ads

ผ้าอ้อม ยังคงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้กับคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่

ในอดีต การใช้อุปกรณ์รองรับปัสสาวะ และอุจจาระที่เด็กเล็กขับถ่ายออกมา คนสมัยก่อนใช้ผ้าสาลู หรือกางเกงตัวเล็ก ๆ กับผ้า หรือ เส้นใยต่าง ๆ ซึมซับไว้ แต่หลังจากมีนวัตกรรมที่ใช้พลาสติก กับ การคิดค้นส่สิ่งทอต่าง ๆ ก็เริ่มมาเป็นรูปแบบของ “ผ้าอ้อมสำเร็จรูป” ซึ่งถูกจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าประเภทเดียวกับผ้าอนามัย เป็นสิ่งค้าทางเลือกที่ไม่ได้ใช้กันทุกคน

การเลี้ยงเด็กทารก เพื่อไม่ให้ก้นเป็นผดผื่น จะต้องให้เด็กได้พักก้น หรือผึ่งก้น กับอากาศ ด้วยการเปลี่ยนสลับกันระหว่าง ผ้าสาลู กับผ้าอ้อมสำเร็จรูป ซึ่งหากใครได้ใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปแก่ลูกตลอดเวลา นั้นเคยเป็นเรื่องแปลกมากในยุคหนึ่ง เพราะผ้าอ้อมรุ่นแรก ๆ จะทำให้เด็กเกิดผดผื่นได้ง่าย แต่ปัจจุบันนี้มีเทคโนโลยีที่ถูกคิดค้นมาให้ใยผ้ามีความบางเบา ป้องกันการเติบโตของจุลินทรีย์ และสบายผิวเด็ก จึงไม่เกิดปัญหาผิวแพ้ผ้าอ้อมอีกต่อไป

 

ผ้าอ้อมสำเร็จรูปได้รับการพัฒนามาจากประเทศฝั่งตะวันตก และตะวันออก ซึ่งประเทศที่พิถีพิถันเกี่ยวกับการผลิตผ้าอ้อม และ ผ้าอนามัยมากที่สุดในโลก ต้องยกให้ประเทศญี่ปุ่น เพราะเป็นเทคโนโลยีที่คิดมาเพื่อเด็ก ตั้งแต่กระบวนการเลือกเส้นใยผ้าอ้อม ไปจนถึงการเช็คปริมาณการซึมเปื้อนด้วยแถบสี และการกำจัดทิ้ง อันสังเกตเห็นได้ง่ายว่ามียี่ห้อผ้าอ้อมสำเร็จรูปจากญี่ปุ่นอยู่มาก ว่ากันว่ารายได้ของผ้าอ้อมในประเทศไทย สูงถึง หลักหมื่น ล้านบาท ต่อปี (https://www.posttoday.com/economy/news/250532)

 

ประวัติศาสตร์ ของ “ผ้าอ้อมสำเร็จรูป”

ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสมัยอดีจ ทำมาจากหนังสัตว์ กับใบไม้ อาทิ ชาวเอสกิโม ที่ใช้หนังแมวน้ำห่อหุ้มร่างกายทารกไว้ และผ้าอ้อมสำเร็จรูปแบบที่เห็นในปัจจุบัน ถือกำเนิดครั้งแรกใน 60 กว่าปีก่อน ด้วยการเปลี่ยนรูปแบบมาใช้ผ้าฝ้าย และผ้าลินิน พับเป็นรูปสามเหลี่ยมคล้ายกางเกงแล้วกลัดด้วยเข็มกลัด หลังจากการปฏิวัติอุตสาหกรรม แม้บ้านชาวอเมริกัน ชื่อ Marion Donovan ได้คิดค้นตัดแผ่นพลาสติกมาทำผ้าอ้อมกันน้ำ ติดกระดุมแทนเข็มกลัด ได้จดสิทธิบัตรไว้แต่ไม่ได้นำมาประดิษฐ์ต่อยอดต่อ และยุคต่อมาได้นำกระดาษทิชชู่แผ่นใหญ่ ๆ วางเป็นชั้น ๆ เพื่อให้ดูดซับ ซึ่งสมัยนั้นใช้ 15 – 25 ชั้นเลยทีเดียว และสามารถซึมซับได้ถึง 100 ml. จึงมีข้อจำกัดว่าใช้งานได้ครั้งเดียว ใช้แล้วทิ้ง

มาทายกันดูซิว่า ผ้าอ้อมยี่ห้อแรก คือแบรนด์อะไร?

หากพูดถึงผ้าอ้อมสำเร็จรูปให้รุ่นปู่ย่าตายายฟัง ก็ต้องนึกถึง แพมเพิร์ส (Pampers) ซึ่งปัจจุบันก็ยังผลิตอยู่ ผลิตและจำหน่ายในอเมริกาและยุโรป แต่ยังเป็นการรสวมใส่แบบผ้าอนามัย คือวางไว้บนกางเกงเพราะยังไม่มมีเทปกาวในตัว

เมื่อพูดถึงผ้าอ้อมสำเร็จรูปจะไม่กล่าวถึงความสำเร็จของบริษัท คิมเบอร์รี่ คลาส์ก (Kimberly Clark) ไม่ได้ ด้วยการพัฒนาให้ใช้งานง่ายสะดวก น้ำหนักเบา มีเทปกาวในตัว และราคาถูกกว่าเดิมเยอะ จึงทำให้มีผู้นิยมใช้งานสูง แต่มีข้อจำกัดว่าการใช้ผ้าอ้อมสมัยนั้นอาจมีผลต่อพัฒนาการกระดูกขา อาจทำให้ขาโก่งได้ จึงเปลี่ยนมาดัดแปลงส่วนต้นขาให้มีลักษณะคอดตรงกลาง เพื่อให้เด็กใส่สบายยิ่งขึ้น รวมถึงเปลี่ยนจากเทปกาวเป็นยางยืด ให้เด็กได้เคลื่อนไหวง่าย และใช้สารเคมีช่วยดูดซับของเหลว

 

แต่ยุครุ่งเรืองของผ้าอ้อม อยู่ที่ 30 ปีที่แล้ว (ประมาณ ค.ศ. 1990) มีการนำ Polypropylene มาใช้เป็นเส้นใยซึมซับปัสสาวะ และสารลดผดผื่นคันต่าง ๆ และเริ่มมีการใช้วัสดุที่ย่อยสลายได้ง่ายตามธรรมชาติ เพื่อมาลดปัญหาสิ่งแวดล้อมด้วย

 

ส่วนประกอบของผ้าอ้อมสำเร็จรูป มีอะไรบ้าง?

กล่าวโดยภาพรวมแล้วผ้าอ้อมทุกยี่ห้อ ประกอบด้วยชิ้นส่วนต่าง ๆ ดังนี้

1) เส้นใยที่นำมาผลิตเป็นกางเกงส่วนนอกเพื่อรองรับเส้นใยซึมซับของเหลว

2) เส้นใยซึมซับ อาจทำมาจากฝ้าย หรือ กระดาษ ปัจจุบันใช้ Polypropylene และเส้นใยต่าง ๆ มากขึ้น

3) สารดูดซับความชื้น

4) เทปกาว

 

ที่มา : วิวัฒนาการของผ้าอ้อมสำเร็จรูป https://www2.mtec.or.th/th/e-magazine/admin/upload/225_32-35.pdf

 

 

ข้อดีของผ้าอ้อมสำเร็จรูป

ในการใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปนั้น คุณพ่อคุณแม่อาจจะไม่ต้องใช้ทุกวัน เพราะหากเด็กที่มีปัญหาการเกิดผดผื่นง่าย จำเป็นต้องให้ผิวหนังสัมผัสกับอากาศบ้าง เพื่อไม่ให้เกิดความชื้น แต่หากต้องออกจากบ้าน ก็จะช่วยเรื่องความสะดวก ดังนี้

  • ช่วยให้เด็ก ๆ ทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ยาวนานขึ้น
  • ลดเวลาการล้างทำความสะอาด
  • ลดเวลาการซัก (และเด็กบางคนแพ้น้ำยาซักผ้าไปอีก)
  • ป้องกันการซึมเปื้อนเลอะเทอะ เมื่อต้องเดินทางด้วยรถยนต์ เครื่องบิน ฯลฯ
  • สะดวกแก่คุณพ่อคุณแม่ที่ต้องพกพาเด็ก ๆ ไปทุกที่
  • หาซื้อง่าย ใช้แล้วทิ้ง

 

ข้อเสียของการใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูป

แต่การใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปนั้น ก็มีข้อเปรียบเทียบที่คุณพ่อคุณแม่ต้องคิดหนักอยู่เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น

  • มีราคาสูง เมื่อเทียบกับการใช้ผ้าอ้อมสาลูแบบซักทำความสะอาดได้
  • กว่าจะหายี่ห้อที่ใช้แล้วไม่แพ้ได้ ต้องเปลี่ยนไปหลายห่อ
  • กลายเป็นขยะสู่สิ่งแวดล้อม

 

ผ้าอ้อมมีกี่ยี่ห้อ อะไรบ้าง?

เมื่อก่อนมีตัวเลือกไม่มากนัก แต่ปัจจุบันนี้ คนไทยได้ใช้ผ้าอ้อมกว่า 20 ยี่ห้อ มีให้เลือกตั้งแต่แบบผืนผ้าออแกนิก มั่นใจใช้แล้วไม่แพ้ ไปจนถึงผ้าอ้อมที่ออกแบบมาให้ลูกได้สวมใส่ว่ายน้ำได้ (ในที่นี้เราจะพูดถึงยี่ห้อที่ใช้แล้วทิ้ง ส่วนผ้าอ้อมที่ใช้แล้วซักได้ ขอพูดถึงบทความอื่น ๆ ต่อไป)

1 แพมเพิส

2 มามี่โพโค

3 เบบี้เลิฟ

4 ฮักกี้ส์

 

5 กูนน์

6 คิระคิระ

7 Merries

8 Drypers

 

9 Cherry Baby

10 Bambies

11 Omutsu

12 Diapex

13 Moby

14 Sleepy Natural

15 Chiaus Baby

 

16 Rascal and Friends

17 Sweety Gold

 

18 Apple Crumby Chlorine Free

19 Unidry Q Pants

20 Jaco Baby Swim Pants (ใช้ใส่ว่ายน้ำ)

วิธีการเลือกซื้อผ้าอ้อมสำเร็จรูป

สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ที่ไม่เคยเลือกซื้อผ้าอ้อมสำเร็จรูปมาก่อน ต้องทราบว่า การเลือกผ้าอ้อมนั้นเขาดูที่น้ำหนักกิโลกรัมที่เขียนไว้ข้างห่อ เด็กแต่ละวัยนั้นแม้อายุเท่ากันแต่ก็ใช้ผ้าอ้อมคนละไซส์กัน โดย Promotions.co.th สรุปไว้ให้ย่อ ๆ ดังนี้

1 ) เด็กวัยแรกเกิด – 3 เดือน ควรเลือกใช้แบบเทป

2 ) เด็กวัย 3 เดือนขึ้นไป ใช้แบบกางเกงได้

3 ) หากไม่สามารถกะปริมาณของเหลวที่ควรเปลี่ยนได้ เลือกผ้าอ้อมที่มีแทบวัดความชื้น

4 ) หากไม่ถนัดเก็บอุจจาระที่เลอะเทอะ เลือกใช้แบบมีเทปกาวห่อผ้าอ้อมทิ้ง

5 ) สำหรับท่านที่กลัวสลับใส่ด้านหน้า ด้านหลัง เลือกแบรนด์ที่มีเขียนระบุ “หน้า” หรือ “หลัง” ไว้

 

สุดท้ายนี้ การทิ้งขยะผ้าอ้อมนั้น ควรแยกทิ้งจัดเก็บให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เพราะถือว่าเป็นขยะติดเชื้ออย่างหนึ่ง ที่ควรใส่ถุงพลาสติกเก็บทิ้งให้เรียบร้อย ป้องกันสุนัขคาบหรือคุ้ยไปเลอะเทอะ ป้องกันการแพร่เชื้อด้วย เพื่อให้การจัดเก็บไปทำลายนั้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพควรใส่ถุงดำไว้และผูกปากถุงให้แน่นสนิท

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์แก่คุณพ่อคุณแม่นะคะ !

อ่านเพิ่มเติม