Home ท่องเที่ยว กำตั๋ว JR Pass ให้แน่น Shinkansen กำลังถูกปรับปรุงใหม่แล้ว

กำตั๋ว JR Pass ให้แน่น Shinkansen กำลังถูกปรับปรุงใหม่แล้ว

แฟนๆ รถไฟ Shinkansen ที่มีตั๋ว JR Pass อยู่ แม้ว่จะไม่ได้นั่งภายในปีสองปีนี้แน่นอน แต่ก็ขอให้รู้ไว้ว่า หากจะได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นรอบนี้ ในรอบหลายๆปี ก็อาจจะได้นั่ง Shinkansen ตัวเก่าเป็นรอบสุดท้ายก็เป็นได้ เพราะหลังจากนั้นเค้าจะเริ่มเปลี่ยนขบวนและหัวลากเป็นตัวใหม่แล้ว

รู้หรือไม่? ปัจจุบัน Shinkansen รถไฟความเร็วสูงของประเทศญี่ปุ่น มีผู้โดยสารที่ใช้บริการต่อวันมากถึง 1.15 ล้านคน และ รวมทั้งหมดปีละ 420 ล้านคนเลยทีเดียว ซึ่งรถไฟ ชินคันเซนนี้ ได้ถูกเริ่มให้บริการมาตั้งแต่ปี 1964 (พศ 2507) ซึ่งมีการวิ่งโดยกินระยะทางรวม 3,280 กิโลเมตร และมีความเร็วมากที่สุดที่ 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (สาย Tohoku Shinkansen) และนี่รวมแล้วประมาณ 50 กว่าปีแล้วที่ ชินคันเซนให้บริการ และนี่อาจถึงเวลาที่ต้องพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม เพราะที่ผ่านมาการปรับปรุงของรถไฟชื่อบรรลือโลกนี้ มีให้เห็นกันแค่เพียงหน้าตาอย่าง Hello Kitty Shinkansen เท่านั้น

รถไฟรุ่นใหม่ Shinkansen กำลังจะมา เตรียมตัวให้พร้อม

สำหรับคนที่ซื้อ JR Pass ช่วงนี้ ไม่ได้ นั่งแน่นอนเพราะว่า รถไฟรุ่นใหม่ของ ชินคันเซน จะมาให้นั่งน่าจะประมาณปลายๆปี 2019 และ 2021 ซึ่งก็เป็นอะไรที่อีกไกลพสมควร เพราะการสร้างรถไฟชินคันเซนรุ่นหนึ่งๆขึ้นมานั้นต้องนึกถึงหลายปัจจัย เช่นการทนต่อความเร็วสูง ความปลอดภัย ความสะดวกสบายของผู้โดยสาร การประหยัดพลังงาน และการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ อีกปัจจัยหนึ่งก็คือ สถานที่ที่มันจะไปวิ่งด้วย โดยมีสองแห่งใหญ่ๆคือ

  1. Tokaido Sanyo และ Kyushu Shinkansen แหล่งนี้เรียกว่า Warm Regions วิ่งในอุณหภูมิที่อุ่น และจะใช้รถไฟรุ่น N700A
  2. Tohoku Joetsu Hokuriku Yamagata และ Akita Shinkansen เป็นแหล่งหิมะ ที่เรีกว่า Cold Region และใช้ E5 และ H5 Series ในการให้โดยสาร

สำหรับ N700A นั้น เริ่มใช้งานครั้งแรกในปี 2013 แต่มีรุ่นก่อนหน้าที่ไม่มีตัว “A” คือ N700 นั้นใช้มาเป็น 10 ปีแล้ว ตั้งแต่ปี 2007 เป้นต้นมา และเช่นเดียวกันกับ E5 ก็ใช้มาตั้งแต่ปี 2011 เช่นเดียวกัน ซึ่งปัญหาเดียวของรุ่น E5 ก็คือ มันถูก upgrade จนไม่เหลืออะไรที่จะ upgrade ได้แล้ว

รถไฟเบาลง และ มีขนาดเล็กลง


การออกแบบและสร้าง shinkansen ล่าสุดนั้น เราได้เห็นรุ่น N700S ที่เป็นตัวใหม่ออกมา (ที่เค้าบอกว่าเอามาใช้ในงาน Tokyo Olympic) ดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีความแตกต่างอะไรกันมากกับของเดิม แต่นั่นเป็นเพราะว่าเค้ามีการเพิ่มการอำนวยความสะดวกในการเดินทางเช่นการชาร์จแบตโทรศัพท์ในรถไฟได้ โดยไม่ได้เปลี่ยนแปลง ในส่วนของตัวรถไฟมากนัก แต่จุดที่สำคัญมากที่สุดก็คือ รถไฟมีน้ำหนักเบาลง และมีขนาดอุปกรณ์ และ เครื่องยนต์ เล็กลง

รุ่น ปีผลิต ความเร็วสูงสุด
0 series 1964 Tōkaidō Shinkansen 210 km/h
(from 1986, 220 km/h)
San’yō Shinkansen 210 km/h
(from 1972)
220 km/h (from 1986)
100 series 1985 Tōkaidō Shinkansen 210 km/h
(from 1986, 220 km/h)
San’yō Shinkansen 210 km/h
(from 1986, 220 km/h)
100N series* 1989 Tōkaidō Shinkansen 220 km/h
San’yō Shinkansen 230 km/h
300 series 1992 Tōkaidō Shinkansen 270 km/h
San’yō Shinkansen 270 km/h
(from 1993)
500 series* 1997 Tōkaidō Shinkansen 270 km/h
San’yō Shinkansen 300 km/h
700 series 1999 Tōkaidō Shinkansen 270 km/h
San’yō Shinkansen 285 km/h
N700 series 2007 Tōkaidō Shinkansen 270 km/h
San’yō Shinkansen 300 km/h
N700A 2013 Tōkaidō Shinkansen 270 km/h
(from 2015, 285 km/h)
San’yō Shinkansen 300 km/h
N700S 2021 (Planned) Tōkaidō Shinkansen 285 km/h
San’yō Shinkansen 300 km/h

ตารางข้อมูลจาก https://www.nippon.com

การที่มอเตอร์ไฟฟ้าของชินคันเซน มีน้ำหนักเบาลง (และสำหรับรุ่นใหม่ น้ำหนักลดลงถึง 140 กิโลกรัม) ตู้โดยสารน้ำนักลดลง 75 กิโลกรัม รวมเป็น 215 กิโลกรัม ก็ลดลงประมาณ 3% จากน้ำหนักทั้งหมด 7,000 ตันของน้ำหนักรวม และมันมีความสามารถทำให้รถชินคันเซนรุ่นใหม่ วิ่งได้เร็วกว่าเดิม (top speed increased) นอกจากนั้นยังลดภาระความสึกหรอของรางรถไฟ และอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ความสึกหรอโดยรวม ที่จะทำให้เกิดอันตรายกับการโดยสาร ชินคันเซน ลดลงอีกด้วย

เคลียร์พื้นที่สำหรับการใส่ แบตเตอรี่ เยอะขึ้น

https://promotions.co.th/travel/jr-pass-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD-%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B8%8D%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD.html

เมื่อการทำให้รถไฟ Shinkansen มีขนาดเล็กลง และมีพื้นที่มากขึ้น และเบาขึ้น การที่จะมีพื้นที่เหลือนั้น เค้าจะมีพื้นที่ไว้ใส่แบตเตอรี่เพิ่มมากขึ้น เพื่อที่จะสามารถเดินทางได้ไกลกว่าเดิม

เล็งความเร็วสูงกว่าเดิมเป็น 360 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

อันที่จริงแล้วความเร็วของ รถไฟ shinkansen ตัวใหม่นั้นสามารถทำได้สูงถึง 400 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว เพียงแต่ว่า หากนำมาใช้จริง (Commercial Speed limit) จะได้แค่เพียง 360 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นระดับทีี่มีความปลอดภัย แต่อย่างไรก็ดี การใช้ความเร็วสูงระดับนั้น จะมีการใช้พลังงานค่อนข้างมาก และอาจเกิดเสียงรบกวนจากความเร็วสูงนั้นๆ

รถไฟ Alpha-X ตัวทดสอบ ภาพจาก JR East

นอกจากนั้น ในฝั่งของ JR East Line ได้มีการพัฒนา ระบบที่ใช้ชื่อว่า ALFA X ซึ่งยังไม่ได้รับการเปิดเผยเกี่ยวกับรายละเอียด แต่เชื่อว่า จะมีการลดน้ำหนักขบวนรถไฟ และมีการปรับระบบเบรคให้มีประสิทธิภาพ และลดเสียงดังได้ดีขึ้น

คำถามคือหากเกิดแผ่นดินไหวในขณะที่รถไฟยังคงวิ่งอยู่หล่ะ? ตอนนี้มีระบบใหม่ที่คาดว่าจะนำเอามาใช้แล้ว นั่นก็็คือ Anti-Earthquake Devices สำหรับ Alfa-x โดยเฉพาะ โดยจะคอยซับแรงกระแทก เมื่อรถไฟเริ่มโคลงเคลงซึ่งจะทำให้ไม่ได้รับความเสียหายขณะเกิดเหตุแผ่นดินไหว


อย่างไรก็ดี อย่างที่บอกไป สำหรับคนที่ มีแผน ที่จะไปนั่ง Shinkansen ไม่ว่าจะเป็นสายไหนก็ตาม ในปี 2018 จนถึง 2019 อาจจะยังไม่ได้ลองนั่งรถไฟตัวใหม่จากทางชินคันเซน แต่ก็จะได้โดยสารตัวเก่าไปตามปกติ

อื่นๆเกี่ยวกับ JR Pass

Exit mobile version