Home Reviews รีวิว Dermapen รักษาหลุมสิว! ด้วย P-Cell ครั้งที่ 2 กับ Netra Clinic

รีวิว Dermapen รักษาหลุมสิว! ด้วย P-Cell ครั้งที่ 2 กับ Netra Clinic

รีวิว Dermapen รักษาหลุมสิว! ด้วย P-Cell ครั้งที่ 2 กับ Netra Clinic

รีวิวรักษาหลุมสิว ด้วย Dermapen ที่เนตราคลินิก เห็นผลสุดปัง!

สวัสดีค่ะ กลับมาพบกับการ Follow up การรักษา ปัญหาผิวกับการทำ Dermapen รักษาหลุมสิว ในครั้งที่ 2 กับที่สถาบันเสริมความงาม Netra Clinic ที่ตั้งอยู่บริเวณซอยพระรามเก้า 45 หลังจากที่เราได้มีการอัปเดตในการทำ Dermapen รักษาหลุมสิวครั้งแรกแล้วนั้น ก็ได้ผลตอบรับที่ค่อนข้างพึงพอใจสำหรับรอยสิวที่ดูจางลง อีกทั้งรูขุมขนดูกระชับ และหลุมสิวตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัดถึงแม้จะในครั้งแรกที่ทำ สำหรับบริเวณหลุมสิวตื้นๆ ที่ความลึกไม่มากนั้นเรียบเนียนขึ้น ซึ่งขอบอกเลยว่าเราเป็นคนที่มีปัญหาหลุมสิวเยอะมาก ดังนั้นการรักษารวมถึงการฟื้นฟูผิวหน้า จากหลุมสิว ที่เป็นปัญหาเรื้อรังนั้นจึงค่อนข้างต้องใช้เวลาพอสมควร โดยคุณหมอก็ได้ให้คำแนะนำกับเราว่าปัญหาหลุมสิวของเรา นั้นต้องทำการรักษาด้วย Dermapen ประมาณ 10 ครั้งผิวหน้าถึงจะกลับมาเรียบเนียนเหมือนเดิม ซึ่งระยะเวลาในการรักษาของแต่ละคนนั้นจะขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของผู้ที่ต้องการรักษา อย่างเราจะเน้นไปที่การทำ Dermapen เพื่อรักษาหลุมสิวโดยเฉพาะ และเราเป็นคนที่ใบหน้ามีปัญหาเกี่ยวกับหลุมสิวค่อนข้างเยอะและลึก ดังนั้นจึงต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาด้วยการทำ Dermapen หลายครั้งเลยทีเดียว จึงจะได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ

ซึ่งในครั้งนี้จะเป็นการรีวิว Follow up การทำ Dermapen ครั้งที่ 2 ซึ่งมีส่วนที่แตกต่างไปจากการทำ Dermapen ครั้งแรกคือ ในครั้งนี้นั่นก็คือคุณหมอได้แนะนำ ตัวยาอีกหนึ่งชนิดในการรักษาซึ่งจะเป็น การทำ Dermapen รักษาหลุมสิว ด้วย P-Cell ที่เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการรักษาหลุมสิวโดยเฉพาะ P-Cell ถือเป็นตัวยาที่ได้ยอมรับกันมาอย่างยาวนาน ในเรื่องของการฟื้นฟูหลุมสิวให้กลับมาตื้นขึ้น รวมทั้งยังช่วยต่อต้านริ้วรอยบนใบหน้า ทำให้ผิวของเรากลับมาแข็งแรง มีความขาวใสขึ้นตั้งแต่ครั้งแรก อีกทั้งยังช่วยชะลอริ้วรอย ทำให้หน้าดูเด็กลงได้อีก ด้วยนอกจากนี้ตัว P-Cell หนังทำมาจาก HA + DNA อสุจิปลาแซลม่อน ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหน้า ทำลดเลือนจุดด่างดำ รูขุมขนเล็กลง พร้อมให้ผิวที่กระจ่างใส อีกทั้งยังเป็นนวัตกรรมการฟื้นฟูหลุมสิวจากภายในสู่ภายนอก สามารถฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงได้ถึงระดับ DNA เลยทีเดียว

การทำ dermapen ในครั้งนี้เรามีวิธีการเหมือนครั้งแรกที่ทำก็คือ การมาส์กยาชาบริเวณใบหน้า ประมาณ 30 – 40 นาที จากนั้นคุณหมอจะทำการเช็ดยาชาออก และทำการ Dermapen รักษาหลุมสิว ซึ่งคุณหมอก็จะใช้เครื่อง Derma pen ที่จะเป็นลักษณะเข็มขนาดเล็ก ในการเจาะผ่านเข้าไปในผิวหนังชั้นกลาง หรือระดับความลึกของหลุมสิวสำหรับการรักษา เพื่อทำให้เกิดแผลจากนั้น ก็จะใส่ P-Cell ลงไปเพื่อช่วยรักษา และฟื้นฟูหลุมสิว รวมถึงเพิ่มคอลลาเจนในชั้นผิวหนัง เพื่อเป็นการรักษาหลุมสิว ให้กลับมาตื้นและเรียบเนียนมากยิ่งขึ้น โดยใช้เวลาทำครั้งนี้ประมาณ 30-45 นาทีเท่านั้น อีกทั้งระหว่างที่ทำก็สามารถพูดคุยและสอบถามคุณหมอ เกี่ยวกับการรักษาใบหน้าของเราเพิ่มเติมได้อีกด้วย ซึ่งขอบอกเลยว่าคุณหมอใจดีมากๆ ไม่ว่าเราจะมีข้อสงสัยหรือมีปัญหาตรงไหน คุณหมอก็จะให้คำแนะนำเสมอ

หลังจากการทำ Dermapen เสร็จนั้น ก็จะมีใบหน้าที่ค่อนข้างแดงเหมือนครั้งแรกที่ทำโดยคุณหมอก็ให้คำแนะนำเหมือนเดิมว่าควร หลีกเลี่ยงแสงแดด พยายามมาส์กหน้าด้วยเจลอโลเวร่าเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นสูตรอ่อนโยนต่อผิวแพ้ง่าย ดื่มน้ำเยอะๆ อย่างน้อยวันละ 2 ขวด และที่สำคัญควรพยายามทาครีมกันแดดที่มี SPF 50 PA+++ เพื่อที่จะป้องกันผิวจากแสงแดดได้อย่างดี เนื่องจากใบหน้าของเรานั้นมีแผลจากการทำ Dermapen ดังนั้นเราจึงควรต้องดูแลใบหน้าอย่างดีด้วยการหลีกเลี่ยงแสงแดด บำรุงใบหน้าไม่ให้ใบหน้าแห้ง เพราะหลังจากทำ Dermapen นั้นจะส่งผลให้เรามีใบหน้าที่แห้งยิ่งขึ้นจึงควรต้องบำรุง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดหลังทำนั่นเอง

หลังทำ Dermapen 3 วัน บริเวณแก้มด้านขวา แบบไม่แต่งหน้า จะเห็นได้ว่าหลุมสิวตื้นขึ้น และรอยแดงจางลง

หลังจากทำ Dermapen 3 วัน รอยแดงจากการทำ Dermapen นั้น ลดลงไปเกือบหมด ซึ่งจากการลองสังเกตบริเวณผิวหน้าของเราให้ความรู้สึกว่าบริเวณหลุมสิวตื้น ถึงแม้จะยังไม่เรียบเนียนแต่ก็ถือว่าได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจสำหรับ 3 วันแรกหลังทำอีกทั้งรอยแดงต่าง ๆ จากสิวก็มีการลดเลือนลงไปอีกด้วย

หลังทำ Dermapen 7 วัน แบบแต่งหน้า บริเวณใบหน้าด้านซ้าย จะเห็นได้ว่ารอยหลุมสิวตื้นขึ้น

และหลังจากที่ทำ Dermapen รักษาหลุมสิวด้วย P-Cell ครบ 7 วัน ก็สังเกตได้ว่าใบหน้าของเราบริเวณที่เป็นหลุมสิวดูอิ่มฟูขึ้นมาเป็นอย่างมาก โดยรู้สึกได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำด้วยตัว P-Cell อย่างที่คุณหมอบอก อีกทั้งเวลาแต่งหน้าโดยปกติแล้วเราจะสามารถสังเกตเห็นหลุมสิวได้อย่างชัดเจน หลังจากการแต่งหน้าหรือลงเมคอัพต่าง ๆ ซึ่งในครั้งนี้เราก็ลองแต่งหน้าตามปกติซึ่งผลลัพธ์ที่ได้รู้สึกชื่นชอบและพอใจมาก ๆ เพราะปกติแล้วรองพื้นมักจะตกเข้าไปในร่องหลุมสิวทำให้สังเกตเห็นได้ชัดเจนว่าหลุมสิวของเรานั้นค่อนข้างลึก แต่ในครั้งนี้หลังจากที่ทำ Dermapen ในครั้งที่ 2 ด้วยตัว P-Cell การลงรองพื้นหรือลงเมคอัพของเราสังเกตได้ว่าบริเวณหลุมสิวนั้นตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดูเรียบเนียนและอิ่มฟูขึ้นไม่เป็นร่องลึกอย่างเดิม ซึ่งผลลัพธ์ครั้งที่ 2 ของเราก็ค่อนข้างพึงพอใจมากเลยทีเดียว แต่หากเราอยากได้ใบหน้าที่เรียบเนียนให้ผิวกลับมาดูสดใสดังเดิม เราต้องทำการ Follow up การทำ Dermapen รักษาหลุมสิวต่อไป

 

“หรือสำหรับใครที่มีปัญหาหลุมสิวในแบบตื้นๆ หรือ ไม่มีปัญหาหลุมสิวแต่อยากรักษาใบหน้าด้วย P-Cell ก็สามารถฉีด 16 จุด หรือ การทำ Full Skins Primium Skin Booster เพื่อให้ความรู้สึกผิวอิ่มฟู ลดจุดด่างดำ กระชับรูขุมขน ให้ผิวเด้งฉ่ำวาวและดูชุ่มชื่นมากยิ่งขึ้นได้อีกด้วย จากราคาปกติ 4,500 บาท พิเศษกับราคาโปรโมชั่นเหลือเพียง 3,500 บาท”

รูปภาพเปรียบเทียบระหว่างก่อนทำ หลังทำ 3 วัน และหลังทำ 7 วัน บริเวณใบหน้าด้านขวา

และอีกสิ่งหนึ่งที่สังเกตได้จากการทำ Dermapen ใน 2 ครั้งที่ผ่านมานั่นก็คือ ปัญหาสิวเกิดใหม่ ที่ถึงแม้จะยังมีการเกิดของสิวใหม่ขึ้นอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่าน้อยลงเป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงก่อนทำการรักษา ถึงแม้ว่าสาว ๆ อย่างเราจะเป็นวันนั้นของเดือน ก็สังเกตได้ว่าสิวที่เกิดใหม่นั้นมีการแห้งเร็วมากยิ่งขึ้น โดยสิวที่เกิดใหม่สามารถแห้งได้ภายใน 2-3 วัน อีกทั้งยังไม่เหลือทิ้งร่องรอยแดงไว้ และยังไม่เกิดเป็นสิวอักเสบ ซึ่งจุดนี้ขอบอกเลยว่าเราปลื้มมากๆ ซึ่งสำหรับการทำ Dermapen  ด้วย P-Cell ครั้งต่อไปจะได้ผลลัพธ์เป็นอย่างไรบ้างนั้น แน่นอนว่าเราจะนำมา Review การรักษาหลุมสิวด้วยการทำ Derma pen กับพี่เนตราคลินิก มาฝากกันอย่างแน่นอนรอติดตามกันได้เลยนะคะ

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

โทร. 091-7242731

Line ID: @netraclinic

Facebook: Netra clinic

Instagram: Netra clinic

Location: พระราม 9 ซอย 45 แยก 5

 READ MORE : 

Exit mobile version