ทำไมราคาประเมินรถ ไม่ถึง 100%

ads

รู้หรือไม่? ทำไมรถยนต์ซื้อมาแล้ว ไม่มีทางขายต่อได้เท่าราคาที่ซื้อมา

ไม่มีรถยนต์คันไหนที่พอซื้อแล้ว ราคาไม่ตก หรือมีราคาสูงกว่าตอนซื้อมาแน่นอน ไม่เหมือนกระเป๋าแบรนด์เนมที่ซื้อมาแล้วบางใบราคาสูงลิ่วกว่าตอนที่ซื้อมาแล้ว และเมื่อต้องการซื้อรถก็มักจะคำนึงถึงราคาว่าจะตกเร็ว หรือ ตกช้าแค่ไหน เผื่อจะขายต่อมือสอง หรือเอาไปเข้าสินเชื่อรถแลกเงินต่อ

เมื่อขอสินเชื่อรถยนต์ ทางลิสซิ่งไม่มีทางให้ราคารถยนต์เท่ากับตอนซื้อมาใหม่ 100% อย่างเช่น หากซื้อรถมาในราคา 1,000,000 บาท ราคาประเมินอาจจะไม่ถึง 1,000,000 บาท ด้วยซ้ำ และอาจจะได้วงเงิน 70 – 80 % เท่านั้น น้อยมากที่จะให้สินเชื่อสูงถึง 90%

ใครเป็นผู้ประเมินราคารถยนต์

เมื่อต้องการเอารถยนต์ไปขอสินเชื่อใหม่ รถยนต์มือสองนี้จะมีเจ้าหน้าที่สินเชื่อมาประเมินราคารถยนต์ หรือใช้หลักราคาประเมินรถยนต์ตามที่กรมขนส่งกำหนดก็ได้ ตัวอย่างเช่น แบบรุ่นรถ MAZDA ที่จะระบุรุ่นผลิตและราคาประเมิน เพื่อสำหรับใช้ต่ออายุ พ.ร.บ. และกลายเป็นเต็นท์รถหรือไฟแนนซ์เอาไปใช้เป็นราคากลางปล่อยกู้

โดยแต่ละปีหากรุ่นรถยนต์มีการอัพเดท ทั้งราคาและออกรุ่นใหม่ออกมา ทางกรมการขนส่งทางบกก็จะออกหนังสือบันทึกข้อความเวียนภายในองค์กร และลงประกาศไว้ในเว็บไซต์ ทำให้ทั้งผู้ซื้อผู้ขายเห็นความชัดเจนกับการซื้อขายรถยนต์มือสองได้ดียิ่งขึ้น ทางเจ้าของรถเองก็จะได้รู้คร่าว ๆ ว่า รถยนต์ที่ตัวเองถือครองอยู่นั้นควรจะปล่อยขายในราคาตลาดเท่าไหร่ 

แม้กระทั่งรถสปอร์ต หรือรถหรูนำเข้าเอง ก็ราคาตกได้เหมือนกัน อย่าหวังว่าจะมีรถยนต์คันไหนที่ขายต่อได้ราคาดี เพราะมีหลายปัจจัยที่ทำให้รถเสื่อมราคา ณ ตั้งแต่ปีแรกที่ซื้อ ยกเว้นว่าหากเลือกรถที่ได้รับความนิยมในท้องตลาดก็จะซื้อขายออกได้เร็วกว่า

ปัจจัยที่ส่งผลให้รถยนต์ราคาตก ได้แก่

  • ยี่ห้อรถยนต์ไม่ใช่รถที่ได้รับความนิยม
  • เครื่องยนต์เป็นเครื่อยยนต์ใหม่หรือเก่า?
  • ปีที่จดทะเบียน / ปีที่ออกรถ
  • เลขไมล์ที่วิ่งมาเยอะ จะทำให้รถราคาต่ำลง

นอกจากนี้มีข้อรายละเอียดอื่น ๆ เกี่ยวกับรุ่นรถยนต์คันนั้น ๆ ด้วย ทั้งสีรถ และ สภาพรถ แต่โดยปกติแล้ว รถเก๋ง จะราคามากกว่ารถกระบะ เพราะรถกระบะได้รับความนิยมสูง หากรักษาสภาพมาดีอยู่ก็จะมีผู้ซื้อต่อเร็ว ตามต่างจังหวัดยังคงนำไปใช้งานกับสวน หรือ ไร่ ได้อย่างคล่องตัว จึงทำให้รถกระบะนั้นปล่อยขายได้เร็วกว่ารถเก๋งโดยราคาไม่ตกจนน่าเกลียดมาก

หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับราคารถยนต์ สามารถเข้าไปดูราคาคร่าว ๆ ได้จากเว็บที่ขายรถมือสองทั่วไป และหากต้องการนำรถเข้าลิสซิ่งเพื่อขอกู้เงินมาใช้ก่อน ก็ลองเปรียบเทียบกับหลาย ๆ บริษัทดู ทั้งธนชาต, ไทยพาณิชย์, ศรีสวัสดิ์, เมืองไทยแคปปิตอล และบริษัทสินเชื่ออื่น ๆ 2 – 3 แห่ง เพื่อให้ได้เปรียบเทียบราคาและเงื่อนไขดอกเบี้ยได้คุ้มค่ามากที่สุด