อยากทำสินเชื่อแต่ทำงานฟรีแลนซ์จะทำได้ไหม

ตอนนี้หลากหลาย ธนาคาร หรือ บริษัทที่ทำธุรกรรม เกี่ยวกับทางด้านการเงินอย่าง สินเชื่อ ที่ปัจุบันนั้นผู้คนมีความนิยมทำกันมากขึ้น เพราะสามารถทำให้ การเงินของเรานั้นหมุนเวียนดีขึ้น  และต่อยอดสิ่งอื่น ๆ ที่เราต้องการได้ โดยผู้คนส่วนใหญ่ จะนิยมทำเป็นประเภท สินเชื่อบุคคล ที่จะได้เงินก้อนในการนำ มาใช้จ่าย

ส่วนใหญ่จะขอสินเชื่อ นั้นต้องมีหลักฐาน จากการทำงานอย่าง ใบสลิปเงินเดือน หรือข้อมูลยืนยัน จากบริษัทที่เราทำงานอยู่ถึง จะมีโอกาสที่จะขอสินเชื่อนั้น ๆ ผ่าน แต่ถ้าเราทำงานฟรีแลนด์ มีรายได้เสริมอื่น ๆ หรือค้าขายผ่านทางอินเตอร์เน็ตทั่วไป จะสามารถทำสินเชื่อได้ไหมนะ วันนี้ Promotions.co.th ก็ได้ทำการรวบรวมคำตอบจากกระทู้ Pantip มาฝากกัน

ปัจจุบันมีงาน และอาชีพ มากมายหลากหลาย ให้เราได้เลือก ประกอบอาชีพกัน อย่างค้าขาย ขายของออนไลน์ต่าง ๆ หรือแม้กระทั่ง การทำงานฟรีแลนซ์ แต่รายได้ของเรา ในแต่ละเดือนแต่ละครั้ง ส่วนใหญ่ก็จะไม่คงที่  อย่างค้าขาย ก็จะขึ้นอยู่กับกำไร ของการค้าขายใน แต่ละครั้งรวมถึง กำลังการซื้อของ ผู้บริโภคด้วยว่ามากหรือน้อย หลักฐานรายรับต่าง ๆ ก็จะมาจากการฝากเงิน เข้าบัญชีของเราเอง หรืออาจจะเป็นยอดโอนการสั่งซื้อสินค้าจาก ทางออนไลน์เท่านั้น และสำหรับคนที่รับงานฟรีแลนซ์ ก็จะดีขึ้นมานิดหน่อย เพราะว่าอาจจะมีใบเสนอราคา ใบเสร็จรับเงินจากบริษัทที่ว่าจ้างเราทำงาน

“วันนี้เรามาดูความคิดเห็นใน Pantip กันว่าถ้าหากว่าทำงานอิสระ
เป็น Freelance อนุมัติสินเชื่อจะผ่านไหม?”

ความคิดเห็นที่ 3 กล่าวว่า : ทางธนาคารจะดูหลักฐานที่เชื่อถือได้ ถ้าคาขายได้ก็ให้เอาเงินผ่านบัญชี เพราะมีความจำเป็น ถือเป็นหลักฐานแสดงรายได้ จดทะเบียนพาณิชย์ ยื่นแบบเสียภาษีให้ถูกต้อง ทำบัญชีรายรับรายจ่าย

ซึ่งหลายๆคนที่ทำอาชีพค้าขายหรือฟรีแลนซ์เองก็อาจจะสงสัยว่าควรทำอย่างไรดีถึงจะสามารถทำสินเชื่อต่างๆกับทางธนาคารได้และต้องใช้หลักฐานอะไรบ้างซึ่งส่วนใหญ่ทางธนาคารเองจะไม่ได้บอกรายละเอียดต่างๆอยู่แล้ว ว่าเงื่อนไขการอนุมัตินั้นมีอะไรบ้าง เพราะแต่ละธนาคารนั้นมีเงื่อนไขในการพิจารณาที่แตกต่างกัน

ความเห็นที่ 11 กล่าวว่า : การเดินบัญชีเป็นแค่เอกสารประกอบ เพื่อเห็นการทำธุรกิจ ไม่ได้มีผลต่อการพิจารณาสินเชื่อโดยตรง สิ่งที่เขาต้องการ คือ หลักฐานแสดงการมีรายได้ที่มีตัวตน ยืนยันได้ ถูกต้องตามกฎหมาย

โดยทางธนาคารส่วนใหญ่นั้นเวลาจะทำการพิจารณาหรืออนุมัติสินเชื่อต่างๆต้องดูปัจจัยขององค์ประกอบทั้งหมดของเรา ยิ่งถูกต้องตามกฏหมายยิ่งสีสิทธิ์ที่จะสามารถกู้สินเชื่อผ่านได้ง่ายมากขึ้น

ความเห็นที่ 13 กล่าวว่า : หลักฐานที่มี คือ

  • ทะเบียนพาณิชย์
  • รูปถ่ายร้านและสัญชาเช่า
  • บัญชีรายรับ-รายจ่าย 6 เดือน
  • สำเนาเดินบัญชี ย้อนหลัง 6 เดือน ของทุกบัญชีธนาคารที่ใช้ในธุรกิจ
  • บัญชีเงินฝาก ที่มียอดงานเดือนละ 50,000 บาท เป็นเวลา 6 เดือน
  • หลักฐานการเสียภาษีย้อนหลัง 1 ปี
  • และเอกสารแนบ อย่างเช่น หน้าเว็บไซต์ เว็บบอร์ด ทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หลักฐานการจดเมน ใบเสร็จส่งของ

การมีหลักฐานที่เป็นเอกสารที่สามารถยืนยันตัวตนของเราได้ และเป็นหลักฐานที่จดอย่างถูกต้องตามกฎหมายนั้นจะทำให้ ทางธนาคารนั้นสามารถพิจารณาหลักฐานทั้งรายรับและรายได้เราได้ง่ายขึ้น และมีโอกาสผ่านการพิจารณาสินเชื่อมากยิ่งขึ้น

ความคิดเห็นที่ 20 กล่าวว่า : ขอพูดในฐานะคนที่ทำงานแบงค์นะคะ คร่าวๆที่ทางธนาคารต้องการทราบนั่นก็คือ รายได้ และ แหล่งที่มาของรายได้ที่แน่นอน และตรวจสอบได้ เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวยืนยันได้ว่า “คุณจะมีรายได้สุทธิเพียงพอสำหรับการดำรงชีพ และ ชำระหนี้ ตามระยะเวลาที่ธนาคารปล่อยกู้”

รายได้
ดูจาก Startment การเคลื่อนไหวของบัญชีเป็นสิ่งสำคัญใครที่ทำการค้าขายก็ควรที่จะนำเงินฝากเข้าบัญชีให้มีเงินหมุนเวียนบ่อยๆ และ จะดูจากเอกสารเสียภาษี เช่น เอกสารรับรองการหักภาษี ที่จ่าย 50 ทวิ เป็นต้น

แหล่งที่มาของรายได้
ที่แน่นอน สิ่งที่แสดงความมีตัวตนของกิจการ เช่นทะเบียนการค้า ทะเบียนพาณิชย์ สัญญาเช่า อย่างขายของผ่านทาง อินเตอร์เน็ต นั้นควรจะไปจะทะเบียนให้เรียบร้อย  เพราะธุรกิจแบบนี้นั้นไม่มีหน้าร้าน และควรค้าขายให้เป็นระบบ มีการจ่ายเงินเข้าระบบที่ดี

ตรวจสอบได้
รายได้หลักของเรามาจากกิจการ เพราะงั้นทุกอย่างต้องชัดเจนตรวจสอบได้

ธนาคารจะพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ต่อเดือนของลูกค้าเป็นหลักค่ะ ไม่เกี่ยวกะหลักทรัพย์ที่นำมาค้ำประกัน เพราะถึงแม้หลักทรัพย์จะมีมูลค่าคุ้มมูลหนี้ของคุณ แต่ถ้าพิจารณารายได้ต่อเดือนของคุณแล้ว ไม่เพียงพอสำหรับการชำระหนี้ ก็จะส่งผลเสียต่อตัวธนาคารเอง

“แต่อย่าลืมนะคะ ว่าในแต่ละธนาคารนั้น จะมีเงื่อนไขในการพิจารณาสินเชื่อต่าง ๆ ที่แตกต่างกันออกไป ยังมีอีกหลายหลายคอมเม้นท์ ที่บอกว่าทำไมธนาคารนี้ ทำแล้วผ่านแต่ธนาคารนี้ ทำไม่ผ่าน ซึ่งเราเองก็ต้องคำนึง ถึงหลักเกณฑ์ การพิจารณาต่าง ๆ ของธนาคารด้วยนะคะ”