ประกันสุขภาพมีข้อยกเว้นอะไรบ้าง โรคอะไรที่ไม่คุ้มครอง

ads

เงื่อนไขการทำประกันสุขภาพที่ควรรู้

ผ่านมาหลายปีแล้วที่คนหันมาสนใจทำประกันสุขภาพเพิ่มขึ้น ด้วยตระหนักรู้ว่าการเจ็บป่วยด้วยโรคภัยไข้เจ็บในปัจจุบันเกิดขึ้นได้ง่ายอันมาจากหลายสาเหตุปัจจัย อาทิ ความเครียดจากการทำงาน ภาระหนี้สิน สภาพแวดล้อม มลภาวะ รวมถึงโรคอุบัติใหม่ที่ยังไม่มียารักษา รวมถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับเราโดยไม่ทันตั้งตัว ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลดังกล่าวมานี้ตามมาซึ่งภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ต่อเนื่อง ยาวนาน หลายคนสูญเสียเงินที่เก็บมาทั้งชีวิตไปกับการล้มป่วยเพียงครั้งเดียว

ดังนั้นการทำประกันสุขภาพจึงเป็นทางออกสำหรับผู้ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงเรื่องของภาระค่าใช้จ่ายทุกอย่างให้เป็นหน้าที่ของบริษัทประกันภัยเป็นผู้ดูแลตามแผนประกันที่ผู้ทำประกันเลือกไว้ถือเป็นความอุ่นใจได้ว่าหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นเมื่อใดก็ตาม คุณจะได้รับการดูแล ไม่เดือดร้อนเงินเก็บ ครอบครัว ธุรกิจ ยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้

อย่างไรก็ตามใช่ว่าทุกคนจะสามารถทำประกันสุขภาพได้ทุกครั้งไป เพราะมีเงื่อนไขข้อกำหนดต่าง ๆ ที่กฎหมายได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าให้ยกเว้นไม่รับทำ หรือยกเว้นการจ่ายค่าชดเชย หรือบริษัทประกันภัยสามารถยกเลิกสัญญาได้หากได้ข้อมูลเพิ่มเติมภายหลัง หลังจากทำสัญญากันไปแล้ว

ประกันสุขภาพ
Health insurance

ข้อยกเว้นของประกันสุขภาพอะไรบ้างที่ไม่คุ้มครอง

1. การเจ็บป่วยที่เกิดภายใน 30 วัน นับจากวันที่รับประกัน
2. โรคที่เป็นมาก่อน หรือ โรคที่ยังมีการรักษา หรือ โรคทางพันธุกรรม
3. โรค หรือ ภาวะที่ไม่คุ้มครองในช่วงแรก ซึ่งจะมีระยะเวลารอคอยสั้นยาวแตกต่างกันไป เช่น 30 วัน 60 วัน 90 วัน และ 120 วัน กล่าวคือหากตรวจเจอโรคภายในระยะเวลาดังกล่าวหลังทำประกันไปแล้ว บริษัทจะไม่คุ้มครอง อาทิ เนื้องอก มะเร็งทุกชนิด ต้อเนื้อ ต้อกระจก นิ่ว ไส้เลื่อนทุกชนิด ริดสีดวงทวาร ฯลฯ
4. ศัลยกรรมผ่าตัดเพื่อเสริมสวย แก้ไขปัญหาผิวพรรณ
5. การตั้งครรภ์ คลอดบุตร แท้งบุตร ทำแท้ง หรือโรคแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์
6. โรคเอดส์ หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
7. แปลงเพศ การรักษาความผิดปกติทางเพศ
8. การตรวจสุขภาพทั่วไป การพักฟื้นซึ่งไม่ใช่ความจำเป็นทางการแพทย์
9. การตรวจรักษาค่าสายตาผิดปกติ
10. การตรวจรักษาทันตกรรม ยกเว้นกรณีบาดเจ็บเนื่องจากอุบัติเหตุ
11. บำบัดการติดยาเสพติด
12. โรคเกี่ยวกับภาวะทางจิตใจ จิตเวช
13. การนอนกร อาการหยุดหายใจขณะหลับ หรือ ความผิดปกติของการนอนหลับ
14. การตรวจรักษาแพทย์ทางเลือก
15. ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการตรวจรักษาพยาบาลที่ผู้เอาประกันภัยซึ่งเป็นแพทย์สั่งให้แก่ตัวเอง รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการตรวจรักษา ผู้ซึ่งเป็น บิดา มารดา บุตร คู่สมรสของผู้เอาประกันภัยเอง
16. การฆ่าตัวตาย พยายามฆ่าตัวตาย การทำร้ายร่างกายตัวเอง
17. อาการบาดเจ็บอันเกิดจากผู้เอาประกันภัยอยู่ภายใต้ฤทธิ์สุรา สารเสพติด (มีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดตั้งแต่ 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป)
18. อาการบาดเจ็บอันเกิดจาก ผู้เอาประกันภัยสมัครใจเข้าร่วมทะเลาะวิวาท
19. อาการบาดเจ็บอันเกิดจาก ผู้เอาประกันภัยก่ออาชญากรรมที่มีความผิดสถานหนัก
20. อาการบาดเจ็บอันเกิดจาก ผู้เอาประกันภัยเล่นกีฬาผาดโผน อาทิ แข่งรถ แข่งเรือ แข่งม้า เจ็ตสกี ชกมวย โดดร่ม ดำน้ำที่ต้องใช้ถังอากาศเครื่องช่วยหายใจใต้น้ำ
21. อาการบาดเจ็บอันเกิดจาก ผู้เอาประกันภัยกำลังขึ้น ลงอากาศยานที่ไม่ได้จดทะเบียนเพื่อบรรทุกผู้โดยสารและมิใช่สายการบินพาณิชย์
22. อาการบาดเจ็บอันเกิดจาก ผู้เอาประกันภัยขับขี่หรือปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานประจำในอากาศยาน
23. อาการบาดเจ็บอันเกิดจาก ผู้เอาประกันภัยปฏิบัติหน้าที่เป็นตำรวจ ทหารและเข้าปฏิบัติการในสงคราม
24. สงครามกลางเมือง การกบฏ การจลาจล ปฏิวัติ รัฐประหาร การประกาศกฎอัยการศึก
25. การก่อการร้าย
26. การแพร่กัมมันตภาพรังสีจากเชื้อเพลิงนิวเคลียร์
27. การระเบิดของกัมมันตภาพรังสี

ประกันสุขภาพ
Health insurance

ประกันสุขภาพมีกี่แบบ

รูปแบบของประกันสุขภาพในปัจจุบันมีด้วยกันดังนี้

1. ประกันสุขภาพผู้ป่วยใน (IPD)
คือ แผนประกันที่ให้ความคุ้มครองผู้เอาประกันสำหรับอาการเจ็บป่วยที่มีคำวินิจฉัยจากแพทย์ว่าจำเป็นต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง รวมถึงการที่สถานพยาบาลหรือโรงพยาบาลรับผู้ป่วยไว้และเสียชีวิตก่อน 6 ชั่วโมง

2. ประกันสุขภาพผู้ป่วยนอก (OPD)
คือ แผนประกันที่ให้ความคุ้มครองผู้เอาประกันที่เจ็บป่วยและเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลแต่ไม่ต้องพักรักษาตัว (นอนโรงพยาบาล)

3. ประกันสุขภาพโรคร้ายแรง (ECIR)
คือ แผนประกันสุขภาพที่คุ้มครองครอบคลุมโรคร้ายแรง ค่าใช้จ่ายสูง ใช้เวลารักษานาน อาทิ โรคกลุ่มมะเร็งและเนื้องอก กลุ่มโรคหัวใจ กลุ่มโรคเกี่ยวกับสมอง ระบบเลือด

4. ประกันอุบัติเหตุ (PA)
คือ แผนประกันที่คุ้มครองผู้เอาประกันเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บทางร่างกายซึ่งเป็นผลทำให้ต้องเข้ารับการรักษา รวมถึงทุพพลภาพ สูญเสียอวัยวะ หรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุดังกล่าว

5. ประกันชดเชยรายได้
คือ แผนประกันที่ให้ความคุ้มครองรายได้ของผู้เอาประกันในระหว่างพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล

หากไม่อยากต้องเดือดร้อนกับภาระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ อันเกิดจากการเจ็บป่วยควรทำประกันสุขภาพเสียแต่เนิ่น ๆ ตั้งแต่วันที่คุณยังแข็งแรง ไม่ป่วยเป็นโรคร้ายแรงเพื่อความคุ้มครองที่ครอบคลุมในอนาคต และอย่าลืมก่อนทำประกันทุกครั้งควรศึกษาผลิตภัณฑ์ประกันดังกล่าวให้ละเอียดเพื่อผลประโยชน์ของตัวคุณเอง

คลิกสมัคร “ประกันสุขภาพ OPD” ได้ที่นี่

อ่านเพิ่มเติม