เอกสารต่อภาษีรถยนต์ 2564 ใช้อะไรบ้าง?

ต่อทะเบียนรถใช้เอกสารกี่อย่าง ต่อได้ที่ไหน ?

สิ่งที่ผู้ใช้รถหลายคนต้องเตรียมวางแผนการใช้จ่ายเงินในช่วงใกล้สิ้นปีแบบนี้นั่นคือ ค่าต่อภาษีรถยนต์ เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ หากขับรถไปเที่ยวทั้งๆ ที่ภาษีรถยนต์ของคุณหมดลง คุณก็อาจจะต้องโดนใบสั่งเอาได้ง่าย ๆ และวันนี้เราจะมาแนะนำการเตรียมความพร้อมก่อนไป ต่อภาษีรถยนต์ต้องเอาเอกสารอะไรไปบ้าง ? สามารถต่อภาษีรถยนต์ได้ที่ไหน ใช้เงินเท่าไหร่ และสามารถต่อภาษีรถยนต์ล่วงหน้าได้กี่เดือน

การต่อภาษีรถยนต์หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ต่อทะเบียน นั้น ถือเป็นสิ่งที่เจ้าของรถต้องให้ความสำคัญ เพราะหากนำรถที่ขาดต่อภาษีไปใช้งานมีโทษเปรียบเทียบปรับไม่เกิน 2,000 บาท นอกจากนี้การต่อภาษีรถยนต์ล่าช้าทางกรมการขนส่งทางบกสามารถเรียกเก็บเบี้ยปรับเพิ่มเติม ร้อยละ 1% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องจ่ายแต่ละปี ที่สำคัญหากขาดต่อภาษีเกิน 3 ปี จะถูกระงับการใช้ทะเบียนอีกด้วย

เอกสารที่ต้องใช้ในการต่อภาษีรถยนต์

1. สำเนาทะเบียนรถใบเดียวกับที่ทางสถาบันการเงินส่งมาให้ (กรณีอยู่ในช่วงเช่าซื้อ)
2. ใบตรวจสภาพถ้าเป็นรถยนต์อายุเกิน 7 ปี ถ้าเป็นมอเตอร์ไซค์อายุเกิน 5 ปี จะต้องไปตรวจสภาพรถที่สำนักงานขนส่งจังหวัด หรือสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) แต่ถ้าเป็นรถที่มีการดัดแปลงไปจากคู่มือรถ ต้องไปตรวจสภาพรถยนต์ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดเท่านั้น เพื่อขอใบรับรอง ส่วนรถที่ไม่เกินกำหนดอายุการใช้งานข้างต้นข้ามขั้นตอนนี้ไปได้เลย
3. เอกสารการรับรองติดตั้งแก๊ส ซึ่งจะต้องมีใบรับรองการติดตั้งจากวิศวกรแนบไปด้วยซึ่งถ้าติดตั้งระบบ LPG สามารถอยู่ได้ 5 ปีต่อการตรวจสภาพ 1 ครั้ง แต่ถ้าเป็นระบบ CNG จำเป็นต้องตรวจสภาพทุกปี
4. กฎหมายบังคับว่าต้องทำ พ.ร.บ. หรือ ต่อ พ.ร.บ. ภาคบังคับเสียก่อน (พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ) ถ้าไม่ต่อ พ.ร.บ. ก็จะไม่สามารถต่อภาษีรถยนต์ได้

 เอกสารต่อภาษีรถยนต์ 2563 ใช้อะไรบ้าง ?
เอกสารต่อภาษีรถยนต์

ต่อภาษีรถยนต์ที่ไหนได้บ้าง ?


ช่องทางออฟไลฟ์

1. กรมขนส่งทางบกทั่วประเทศ ไม่ว่ารถยนต์ของเราจดทะเบียนจังหวัดไหนก็สามารถจ่ายภาษีรถยนต์ประจำปีได้ทั้งหมด
2. บริการ Drive Thru for Tax ที่สำนักงานขนส่ง
3. ที่ทำการไปรษณีย์
4. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
5. เคาท์เตอร์เซอร์วิสทั่วประเทศ

ช่องทางออนไลน์

สำหรับการต่อภาษีรถยนต์ผ่านทางระบบออนไลน์นั้นมีเงื่อนไขเล็กน้อยคือสำหรับรถยนต์ที่ค้างชำระภาษีไม่เกิน 1 ปี และชำระภาษีล่วงหน้าไม่เกิน 3 เดือน โดยมีขั้นตอน ดังนี้

1. เข้าเว็บไซต์กรมขนส่งทางบก eservice.dlt.go.th กรอกข้อมูลชื่อ-นามสกุล, เลขบัตรประจำตัวประชาชน, วันเดือนปีเกิด, กรอกที่อยู่ให้จัดส่งเอกสาร และเบอร์โทรศัพท์
2. ยื่นชำระภาษีรถยนต์ประจำปี ที่เมนู “ยื่นชำระภาษีรถยนต์ประจำปี” ตรงส่วนนี้ให้คุณกรอกรายละเอียดเกี่ยวกับรถของคุณ รวมถึงรายละเอียดหลักฐานการเอาประกัน ตาม พ.ร.บ คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 (กรณี พ.ร.บ. ที่มีความคุ้มครองมากกว่า 3 เดือน)
3. กรอกที่อยู่สำหรับจัดส่ง พ.ร.บ. และป้ายภาษีรถ ตามด้วย เลือกรูปแบบการชำระเงิน
4. พิมพ์ใบแจ้งชำระภาษีรถยนต์ จากนั้นนำไปชำระ ที่ เคาน์เตอร์หรือตู้ ATM ของธนาคารที่เข้าร่วมโครงการได้เลย
5. เมื่อชำระเงินเรียบร้อยแล้วกรมการขนส่งทางบก จะส่งใบเสร็จรับเงิน แผ่นป้ายแสดงการเสียภาษี และกรมธรรม์ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถมาให้ทางไปรษณีย์
6. คุณสามารถนำใบคู่มือจดทะเบียนรถไปบันทึกได้ ณ หน่วยงานทะเบียนกรมการขนส่งทางบกได้ทั่วประเทศ


ค่าใช้จ่ายในการต่อภาษีรถยนต์


รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน

  • 600 ซีซีแรก ซีซีละ 0.50 บาท
  • 601 – 1,800 ซีซี ๆ ละ 1.50 บาท
  • เกิน 1,800 ซีซี ๆ ละ 4.00 บาท

รถที่ใช้มาเกิน 5 ปีแล้ว ในปีถัดไปเราสามารถนำมาลดหย่อนภาษี ได้ตามนี้

ปีที่ 6 ลดหย่อนได้ ร้อยละ 10
ปีที่ 7 ลดหย่อนได้ ร้อยละ 20
ปีที่ 8 ลดหย่อนได้ ร้อยละ 30
ปีที่ 9 ลดหย่อนได้ ร้อยละ 40
ปีที่ 10 และปีต่อ ๆ ไป ลดหย่อนได้ ร้อยละ 50

และนี่ก็คือทั้งหมดของคำถามที่ว่าต่อภาษีรถยนต์นั้นใช้เอกสารหลักฐานอะไรบ้าง ? หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ ที่สำคัญในปัจจุบันนี้เราสามารถต่อภาษีรถยนต์ผ่านทางระบบออนไลน์ได้แล้ว ก็ยิ่งทำให้สะดวกมากขึ้นเพราะไม่ต้องเสียเวลาไปเข้าคิวทำธุรกรรมที่ขนส่งซึ่งใช้เวลาครึ่งค่อนวัน ที่สำคัญเราสามารถต่อภาษีรถยนต์ล่วงหน้าได้ถึง 3 เดือนอีกด้วย

ในฐานะผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างเรา ๆ ต้องหมั่นตรวจสอบความเรียบร้อยของหลักฐานเอกสารดังกล่าวให้เรียบร้อยด้วยไม่ใช่ดูแลแต่ตัวรถเพียงอย่างเดียว นอกจากภาษีแล้ว ประกันรถยนต์ก็สำคัญเช่นกันต้องดูแลอย่าให้ขาดต่อนะครับ ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ของตัวคุณเอง

คลิกดูโปรโมชั่น “ประกันรถยนต์” ได้ที่นี่

อ่านเพิ่มเติม