Home Reviews Insurance 5 ขนส่งในกรุงเทพฯ ที่ไปตรวจสภาพรถได้ โดยไม่ต้องมาที่สาขาใหญ่เพียงแห่งเดียว

5 ขนส่งในกรุงเทพฯ ที่ไปตรวจสภาพรถได้ โดยไม่ต้องมาที่สาขาใหญ่เพียงแห่งเดียว

ทำไมต้องตรวจสภาพรถ และตรวจที่ไหนได้บ้างในกรุงเทพฯ

เชื่อเหลือเกินว่าเจ้าของรถหลายท่านคงมีคำถามมากมายว่า รถยนต์ที่เราใช้กันอยู่ทุก ๆ วัน เมื่อไหร่กันนะที่ถึงเวลาแล้วต้องเอารถยนต์แสนรักเข้ารับการตรวจสภาพ และมีที่ไหนบ้างในกรุงเทพฯ ที่สามารถนำรถเข้ารับการตรวจสภาพได้ ที่สำคัญหากไม่นำรถเข้ารับการตรวจสภาพตามกำหนดจะมีความผิดตามกฎหมายหรือไม่อย่างไร วันนี้เรามีคำตอบ

จากข้อมูลของกรมการขนส่งทางบกระบุไว้อย่างชัดเจนว่าให้กรมการขนส่งทางบกมีหน้าที่รับผิดชอบในการตรวจสภาพรถ ทั้งรถที่จดทะเบียนตาม พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 และตาม พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 โดยรถที่จะนำมาใช้ในการตรวจสภาพนั้นต้องมีสภาพ มั่นคง แข็งแรง มีลักษณะ ขนาด และเครื่องอุปกรณ์ส่วนควบของรถถูกต้องตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง

รถยนต์ที่เข้าข่ายต้องตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี มีดังนี้

1. รถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกทุกประเภท ไม่จำกัดอายุการใช้งาน
2. รถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ประเภทดังนี้

  • รถยนต์ที่นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ที่มีอายุใช้งานครบ 7 ปี ขึ้น
  • รถยนต์ที่นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน ที่มีอายุใช้งานครบ 7 ปี ขึ้น
  • รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ที่มีอายุใช้งานครบ 7 ปี ขึ้นไป
  • รถจักรยานยนต์ ที่มีอายุใช้งานครบ 5 ปี ขึ้นไป
  • รถที่ภาษีขาดเกิน 1 ปี

*การนับอายุการใช้งานของรถให้นับอายุทางทะเบียนโดยนับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรกถึงวันสิ้นอายุภาษี

 

 

ตรวจสภาพรถยนต์ได้ที่ไหนบ้าง

ส่วนเรื่องของสถานที่ตรวจสภาพรถ กรมการขนส่งกำหนดไว้ชัดเจนว่า เจ้าของรถสามารถนำรถมาตรวจสภาพได้ที่กรมการขนส่งทางบก หรือสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก ส่วนขนส่ง 5 แห่งที่สามารถนำรถยนต์ไปตรวจสภาพได้ ได้แก่

สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1
ที่อยู่ 1005 ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ 10150 โทรศัพท์ 02-415-7337
เปิดวันจันทร์ – ศุกร์ 08.00 – 16.30น. (ปิดวันเสาร์-อาทิตย์)

สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 2
เลขที่ 51 ซอยสวนผัก 4 แขวงตลิ่งชัน เขตตลิ่งขัน กรุงเทพมหานคร 10170 โทรศัพท์ 02-4334774 หรือ 02-8821620-35 ต่อ 118
เปิดวันจันทร์ – ศุกร์ 08.30 – 15.30น. (ปิดวันเสาร์-อาทิตย์)

สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3 มีสถานตรวจสภาพ ตรอ. 6 เขตรับผิดชอบดังนี้ เขตพระโขนง / ประเวศ / สวนหลวง / วัฒนา และ บางนา
2479 สุขุมวิท 62/1 แขวงบางจาก เขต พระโขนง กรุงเทพมหานคร 10260 โทรศัพท์ 02-332-9688
เปิดวันจันทร์ – ศุกร์ 08.00 – 16.30น. (ปิดวันเสาร์-อาทิตย์)

สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 4
34 หมู่ 6 ถนน ร่วมพัฒนา แขวง ลำต้อยติ่ง เขต หนองจอก กรุงเทพมหานคร 10530 โทรศัพท์ 02-543-5509
เปิดวันจันทร์ – ศุกร์ 08.30 – 15.30น. (ปิดวันเสาร์-อาทิตย์)

สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5
555 / 29-33 ถนน สีหบุรานุกิจ แขวง มีนบุรี เขต มีนบุรี กรุงเทพมหานคร 10510 โทรศัพท์งานตรวจสภาพรถ 02-271-8495 ต่อ 4102
เปิดวันจันทร์ – ศุกร์ 08.30 – 16.30น. (ปิดวันเสาร์-อาทิตย์)

*ระยะเวลาที่ต้องนำรถไปตรวจสภาพนั้นเจ้าของรถสามารถนำไปตรวจสภาพล่วงหน้าไม่เกิน 90 วัน ก่อนถึงวันสิ้นอายุภาษีประจำปี อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ >> ตรวจสภาพรถ ต้องตรวจทุกๆ กี่เดือน

สำหรับเรื่องค่าบริการตรวจสภาพรถ ข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบกระบุดังนี้

  • รถจักรยานยนต์ 60 บาท
  • รถยนต์ที่มีน้ำหนักรถเปล่าไม่เกิน 1,600 กิโลกรัม 150 บาท
  • รถยนต์ที่มีน้ำหนักรถเปล่าเกิน 1,600 กิโลกรัม 250 บาท

เจ้าของรถที่ไม่ปฎิบัติตาม พ.ร.บ. นี้ หรือผู้ใดจงใจออกใบรับรองการตรวจสภาพรถไม่ตรงตามความจริง หรือผู้ใดทำคำรับรองเอกสารอันเป็นเท็จ มีโทษตั้งแต่เพิกถอนใบขับขี่ ปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท ไปจนถึงระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

และนี่ก็คือข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสภาพรถยนต์จากกรมการขนส่งทางบก สำหรับเจ้าของรถหลายท่านที่อาจจะยังไม่ทราบข้อมูลมาก่อน เมื่อได้ทราบข้อมูลในบทความนี้แล้วเชื่อว่าน่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย

สุดท้ายแล้วกฎเกณฑ์รวมถึงข้อกฎหมายที่ออกมาบังคับใช้ไม่ว่าจะเป็นการเพิกถอนใบขับขี่ก็ดี ปรับก็ดี หรือแม้แต่โทษจำคุก ก็เพื่ออยากให้เจ้าของรถยนต์ไม่ประมาทเกี่ยวกับการดูแลรักษาสภาพรถยนต์ให้พร้อมใช้งานอยู่ตลอดเวลานั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่าสุดท้ายแล้วคนที่ได้ผลประโยชน์ก็คือตัวทุกท่านเองทั้งสิ้น

ที่สำคัญค่าใช้จ่ายก็ไม่ได้แพงเลย แถมสามารถเลือกไปรับการตรวจสภาพได้หลายแห่งทั้งกับกรมการขนส่งทางบกทั้ง 5 เขต รวมถึงสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกก็ได้

รถพร้อม คนพร้อม แค่นี้คุณก็ห่างไกลจากอุบัติเหตุได้มากแล้ว แต่ถ้าจะให้ดี ควรเลือกประกันภัยรถยนต์ให้เหมาะสมกับสภาพรถและวิธีใช้งานรถของท่าน ก็น่าจะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะทำให้คุณได้มั่นใจในทุกเส้นทางของคุณ ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงาน promotions.co.th

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง :