สาธารณสุข ออกนโยบายให้รถพยาบาลทำประกันภัยชั้น 1

ads

สธ. สั่ง รพ. ทุกแห่งทำประกันชั้น 1 รถพยาบาล พร้อมจำกัดความเร็ว 80 กม./ชม.

กระทรวงสาธารณสุขสั่งให้โรงพยาบาลทุกแห่ง ใช้รถพยาบาลในความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. พร้อมบังคับให้ทำประกันชั้น 1 และเพิ่มวงเงินคุ้มครองผู้โดยสารหากเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงเป็นคนละ 2 ล้านบาท สูงสุด 7 ที่นั่ง โดยทุกคนต้องคาดเข็มขัดนิรภัยและห้ามขับฝ่าสัญญาณไฟแดงทุกกรณี

เมื่อวันศุกร์ที่ 19 เมษายน 2562 นายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ออกมากล่าวภายหลังประชุมทางไกลร่วมกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดและผู้อำนวยการโรงพยาบาลทุกแห่งเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2562 ที่ผ่านมาว่า

รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขและปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้เล็งเห็นความสำคัญถึงความปลอดภัยของผู้ป่วย ผู้บาดเจ็บ รวมถึง ญาติ และเจ้าหน้าที่ขณะนำส่งผู้ป่วย จึงได้มีนโยบายให้โรงพยาบาลทุกแห่งต้องทำประกันภัยชั้น 1 ให้กับรถพยาบาล พร้อมเพิ่มวงเงินคุ้มครองผู้โดยสารหากเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรเป็นคนละ 2 ล้านบาท สูงสุด 7 ที่นั่ง

จำกัดความเร็วรถพยาบาลไม่เกิน 80กม./ชม. ไม่เกี่ยวกู้ภัย-เคสวิกฤตฉุกเฉิน

พร้อมกันนี้ยังได้กำชับให้พนักงานขับรถพยาบาลต้องผ่านการอบรมหลักสูตรฝึกอบรมของกระทรวงสาธารณะสุขและตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และกำจัดความเร็วของรถพยาบาลไม่เกิน 80กม./ชม. หรือไม่เกินที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ไม่ได้คลอบคลุมถึง เคสฉุกเฉิน รถมูลนิธิหรือท้องถิ่นซึ่งเรื่องมาตรฐานการดูแลรถฉุกเฉินเหล่านี้จะอยู่ที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) โดยผู้โดยสารรวมพนักงานขับรถทั้งหมดต้องไม่เกิน 7 คน และทุกคนต้องคาดเข็มขัดนิรภัย รวมถึงห้ามทำหัตถการขณะรถเคลื่อนที่

หัตถการทางการแพทย์ หมายถึง การรักษาผู้ป่วยโดยมีการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ เข้าสู่ร่างกายผู้ป่วย เช่น การใช้เข็มเจาะน้ำจากช่องปอด การใส่สายสวนหัวใจ การฉีดยาเข้าในข้อ การผ่าตัดต่าง ๆ การเย็บบาดแผล เป็นต้น หัตถการทางการพยาบาล อาจหมายถึงหัตถการขนาดเล็ก เช่น การเจาะเลือด การทำแผล การให้น้ำเกลือ

ห้ามฝ่าไฟแดงทุกกรณี

รถพยาบาลทุกคันจะต้องติดตั้งอุปกรณ์ GPS และกล้องบันทึกภาพ รวมถึงห้ามขับรถฝ่าสัญญาณไฟแดงทุกกรณี ทั้งต้องคำนึงถึงเวลาทำงานที่เหมาะสมของบุคลากรสาธาณสุขทุกระดับ

ทั้งนี้นายแพทย์ ประพนธ์ ยังกล่าวอีกว่า ข้อมูลตั้งแต่ปี 2559-2562 มีรถพยาบาลเกิดอุบัติเหตุเป็นจำนวนถึง 110 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตรวมกัน 318 ราย แบ่งเป็นพยาบาลและบุคลากร 129 ราย เสียชีวิต 4 ราย พิการ 2 ราย บาดเจ็บ 58 ราย ผู้ป่วยเสียชีวิต 3 ราย และที่สำคัญคู่กรณีเสียชีวิต 14 ราย ซึ่งร้อยละ 80 เกิดจากกรณีนำส่งตัวผู้ป่วยนั่นเอง เหตุผลทั้งหมดทั้งมวลดังที่กล่าวมา จึงเป็นที่มาของนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขดังกล่าว

TQM ประกันภัย ขอเป็นตัวแทนส่งมอบความคุ้มครองด้วยผลิตภัณฑ์ประกันภัยชั้น 1 ที่มากด้วยแบบประกันจากบริษัท่ชั้นนำกว่า 40 บริษัท พร้อมโปรโมชั่น ส่วนลด สิทธิพิเศษต่าง ๆ มากมาย ให้คุณเปรียบเทียบเบี้ยประกันได้ด้วยตัวเอง และซื้อความคุ้มครองผ่านทางออนไลน์ก็ได้เช่นกัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1737 ตลอด 24่ ชั่วโมง

อ่านเพิ่มเติม :

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์