รู้ไหม? ซ่อมสีรถยนต์ส่วนไหน จ่ายแพงสุด

ads

ขั้นตอนทำสีรถยนต์ใหม่ มีอะไรบ้าง?

ขึ้นชื่อว่ารถยนต์แล้วแน่นอนว่าราคาไม่ถูก บางคันแตะหลักสิบล้านก็มี ใครที่คิดจะเป็นเจ้าของนอกจากต้องเสียค่างวดผ่อนชำระในแต่ละเดือนซึ่งไม่ถูกแล้ว ยังตามมาด้วยรายจ่ายที่อื่น ๆ อีกเพียบทั้ง ค่าประกันภัยรถยนต์ ค่าซ่อมบำรุง ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน ค่าอุปกรณ์ประดับยนต์ และอื่น ๆ อีกมากมาย

การใช้รถที่ถูกวิธี รวมถึงการรู้จักดูแลรักษาจึงเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อเป็นการประหยัดเงินในกระเป๋าทางหนึ่ง

สำหรับคนรักรถแล้วสิ่งแรกที่ถือเป็นเบสิคสำหรับการดูแลสภาพรถยนต์ให้ดูเหมือนใหม่อยู่เสมอก็คือ ดูแลสีภายนอกตัวรถที่ต้องเงางามวับวาวอยู่เสมอนั่นเอง อย่างไรก็ตามเรามักจะเจอกับสถานการณ์ที่ไม่เป็นใจ ที่ทำให้สีรถของเราต้องเสียหายได้อยู่หลายปัจจัยด้วยกัน

ไม่ว่าจะเป็นลอยขีดข่วนจากการถูกของมีคม รอยเฉี่ยวชน รอยโดนสารเคมีทำให้สีด่าง หรือแม้แต่อุบัติเหตุต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นโดยที่เราไม่คาดคิด ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสาเหตุให้เราต้องเสียค่าบำรุง ซ่อมแซมรักษาให้สีรถกลับมามีสภาพเหมือนใหม่อีกครั้ง และในวันนี้เราจะนำข้อมูลเบื้องต้นมาบอกต่อกันว่าซ่อมแซมสีรถส่วนไหนแพงที่สุด

 

การซ่อมสีรถ มีสีให้เลือก 2 ประเภท

1. สีแห้งเร็ว (1K) พ่นแล้วรอรับรถได้ไม่เกินหนึ่งวัน ราคาไม่แพง แต่มีข้อเสียด้านความคงทน เพราะสีจะซีดจางเร็ว ไม่ทนต่อความกัดกร่อนของน้ำมันและทินเนอร์ (อยู่ได้ประมาณ 3 ปี)

2. สีแห้งช้า (2K) ตัวเนื้อสีจะผสมเรซิ่นและสารเร่งปฎิกิริยาที่จะมีคุณสมบัติทำให้สีติดทนนานจากนั้นจะต้องพ่น (Clear Coat) เพื่อเพิ่มความเงางาม การใช้สีประเภทนี้จะทำให้สีรถยนต์กลับคืนสู่สภาพใกล้เคียงกับสีเดิมที่ออกมาจากโรงงานผลิตมากที่สุด

บริเวณที่เรามักจะพบเห็นอยู่บ่อย ๆ เกี่ยวกับการซ่อมสีรถยนต์ก็คือกันชนหน้า กันชนหลัง บังโคลนหน้า บังโคลนหลัง กระจังหน้า คิ้วกระจังหน้า เป็นต้น ขณะที่ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสีรถยนต์มีตั้งแต่ซ่อมเบา ซ่อมกลาง ซ่อมหนัก จนถึงขั้นเปลี่ยน

สำหรับบริเวณที่หากซ่อมสีใหม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแพงที่สุดคือ “หลังคา” นั่นเอง ส่วนเรื่องของราคาก็ขึ้นอยู่กับว่าเป็นรถขนาดเล็ก หรือเป็นรถขนาดใหญ่ด้วย โดยเช็คราคากลาง มีดังนี้ ซ่อมเบา อยู่ระหว่าง 3,700 – 5,400 บาท / ซ่อมกลาง : 4,400 – 6,500 บาท / ซ่อมใหญ่ : 5,300 – 7,700 บาท / เปลี่ยนใหม่ : 6,600 – 8,600 บาท

อย่างไรก็ตามบางคนอาจคิดว่าหลังคา คงเป็นเรื่องยากที่จะเกิดลอยขีดข่วนจนถึงขั้นต้องซ่อมสีใหม่แต่ต้องไม่ลืมว่าการซ่อมสีบริเวณอื่น อาทิ ประตู ตัวถัง ฝากระโปรง แต่ละครั้งย่อมส่งผลให้สีที่ซ่อมเพี้ยนไปจากสีเดิมไม่มากก็น้อย ยกตัวอย่างซ่อมมาแล้วสีประตูดูเข้ม วาววับ แต่สีหลังคาซีดจืด ตรงจุดนี้ก็อาจทำให้ท่านเจ้าของรถต้องเสียเงินค่าทำสีหลังคาใหม่ก็เป็นได้

สำหรับขั้นตอนการทำสีรถยนต์ใหม่มีดังนี้

1. แยกชิ้นส่วนที่ต้องการจะทำสีออกจากตัวรถ
2. เคาะ โป๊สีผิวให้เรียบ
3. พ่นสีพื้น ก่อนตามด้วยสีจริง และต้องทำการอบสีในอุณหภูมิที่เหมาะสมเพื่อให้สีที่ได้ติดทนนาน
4. ประกอบชิ้นส่วนกลับคืนตัวรถ
5. ทำความสะอาดชิ้นงานไม่ให้หลงเหลือคราบแม้แต่น้อย

และนี่ก็คือข้อมูลเบื้องต้นเหมาะสำหรับคนรักรถเชื่อว่าคงจะได้รับประโยชน์ไม่มากก็น้อย เหนือสิ่งอื่นใด การใช้รถที่ถูกวิธี ไม่ใช่รถผิดประเภท การขับขี่โดยไม่ประมาท น่าจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้ยืดอายุสีรถยนต์ของคุณได้โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องเสียเงินแพง ๆ ไปกับค่าซ่อมโดยไม่จำเป็นอีกต่อไป

ที่สำคัญเพื่อเป็นการป้องกันเหตุสุดวิสัยที่ไม่อาจคาดเดาได้ การทำประกันภัยรถยนต์เพื่อความคุ้มครองรถยนต์คันโปรดของคุณกับบริษัทประกันภัยที่น่าเชื่อถือต่าง ๆ น่าจะเป็นเรื่องที่สมควรอย่างยิ่ง เพื่อให้ทุกความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวรถของคุณเป็นเรื่องของมืออาชีพจริง ๆ ที่เข้ามาดูแล ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงาน promotions.co.th