ผู้ประกันตนมาตรา 39 มีสิทธิประโยชน์อะไร จ่ายเงินสมทบเท่าไหร่ สมัครอย่างไร ?

ads

สิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนโดยสมัครใจมีอะไรบ้าง

สำหรับหลักประกันสุขภาพของมนุษย์เงินเดือนที่เรารู้จักกันดีนั่นก็คือ “ประกันสังคม” นั่นเอง โดยกองทุนประกันสังคมนี้จะให้หลักประกันด้านสุขภาพ รวมถึงสิทธิประโยชน์ด้านอื่น ๆ แก่ผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคมหรือผู้ประกันตน 7 กรณีด้วยกัน ได้แก่ กรณีเจ็บป่วย, คลอดบุตร, ทุพพลภาพ, เสียชีวิต, สงเคราะห์บุตร, ชราภาพ และว่างงาน

ผู้ประกันตนมีทั้งหมด 3 ประเภท ดังนี้

1. ผู้ประกันตนภาคบังคับ (มาตรา 33) หมายถึง ลูกจ้างบริษัท “ผู้ซึ่งทํางานให้นายจ้างโดยรับค่าจ้าง” มนุษย์เงินเดือนทำงานออฟฟิศ ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ และมีอายุไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์ ในวันเข้าทำงาน และทำงานอยู่ในสถานประกอบการที่มีลูกจ้าง ตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป

2. ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ (มาตรา 39) หมายถึง “ผู้ประกันตนโดยสมัครใจ” บุคคลที่เคยเป็นผู้ประกันตนในมาตรา 33 ก็คือลูกจ้างบริษัท มนุษย์เงินเดือน มาก่อน แล้วลาออก แต่ยังได้มีการสมัครใช้สิทธิประกันสังคมในมาตรา 39 โดยเงื่อนไขต้องเป็นผู้ประกันตนในมาตรา 33 มาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 เดือน และลาออกมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 เดือน

และต้องไม่เป็นผู้ทุพพลภาพ โดยผู้ประกันตนในกลุ่มนี้จะได้สิทธิประโยชน์เหมือนกับผู้ประกันตนภาคบังคับ (มาตรา 33) ยกเว้น ผลประโยชน์กรณีว่างงาน

3. ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ (มาตรา 40) หมายถึง “ผู้ประกันตนนอกระบบ” ผู้ประกันตนที่อยู่นอกเหนือจาก 2 ข้อข้างต้น กล่าวคือ ผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ, ธุรกิจส่วนตัว หรือแรงงานนอกระบบ ฟรีแลนซ์ โดยต้องมีระหว่าง 15-60 ปี และเลือกจ่ายเงินสมทบเองเพื่อให้ได้สิทธิประกันสังคม

สำหรับคนที่ต้องการเป็น ผู้ประกันตนมาตรา 39 ต้องทำอย่างไรบ้าง ?

1. เคยเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และนำเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน และออกจากงานไม่เกิน 6 เดือน นับแต่วันที่ลาออกจากงาน
2. ต้องไม่เป็นผู้รับประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพจากกองทุนประกันสังคม

ขั้นตอนการยื่นใบสมัครขอเข้าเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39

1. ยืนใบสมัครตามแบบคำขอ (แบบ สปส. 1-20) ด้วยตนเอง ภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่ลาออกจากงาน
2. สถานที่ยื่นใบสมัคร กรุงเทพฯ ยื่นได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ ภูมิภาค ยื่นได้ที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัดและสาขา (ยกเว้นสำนักงานใหญ่ในบริเวณกระทรวงสาธารณสุข)

หลักฐานการสมัครมาตรา 39

  • แบบขอเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 (สปส.1-20)
  • บัตรประชาชนหรือบัตรอื่นที่มีรูปถ่าย ซึ่งทางราชการออกให้พร้อมสำเนา

ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ต้องส่งเงินสมทบต่อเดือนเท่าไหร่ ?

สำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนเดือนละ 432 บาท และรัฐบาลจะช่วยสมทบอีก 120 บาทต่อเดือน ซึ่งผู้ประกันตนจะได้รับความคุ้มครอง 6 กรณี ได้แก่ กรณีเจ็บป่วย, กรณีคลอดบุตร, กรณีทุพพลภาพ, กรณีตาย, กรณีสงเคราะห์บุตรและกรณีชราภาพ (ต่อเนื่องจากการเป็นผู้ประตนตามมาตรา 33)

วิธีการจ่ายเงินสมทบมาตรา 39 ทำได้ 3 ช่องทาง

1. จ่ายที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา พร้อมแบบส่งเงินสมทบ (สปส. 1-11)
2. หักจากบัญชีเงินฝากออมทรัพย์มี 6 ธนาคาร
2.1 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
2.2 ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
2.3 ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)
2.4 ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
2.5 ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
2.6 ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)

3. จ่ายด้วยเงินสด
3.1 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
3.2 ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
3.3 ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)
3.4 จ่ายผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส 7-ELEVEN (ทุกสาขา) ซึ่งจะมีค่าธรรมเนียมรายการละ 10 บาท
3.5 จ่ายเป็นธนาณัติ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ พร้อมแบบ สปส. 1-11 ถึงสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/สำนักงานประกันสังคมจังหวัดและสาขา
3.6 จ่ายผ่านเคาน์เตอร์ไปรษณีย์ได้ทุกสาขาทั่วประเทศ จะมีค่าธรรมเนียมรายการละ 10 บาท
3.7 จ่ายผ่านเคาน์เตอร์เพย์สบายที่มีสัญลักษณ์ “แจ๋ว” ทุกสาขาทั่วประเทศ จะมีค่าธรรมเนียม 10 บาท

หน้าที่ของผู้ประกันตนตามมาตรา 39

  • ต้องนำส่งเงินสมทบภายในวันที่ 15 ของทุกเดือน หากเกินกำหนดต้องเสียเงินเพิ่ม ในอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือน
  • แจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงให้สำนักงานประกันสังคมทราบ อาทิ สถานที่ติดต่อ ชื่อ-นามสกุล รวมถึงกรณีประสงค์ลาออกหรือกลับเข้าทำงานและมีสถานะเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรทันทีตามแบบแจ้งการสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน ตามมาตรา 39 (สปส. 1-21)

ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 จะสิ้นสภาพการเป็นผู้ประกันตนในกรณีดังต่อไปนี้

1. ตาย
2. กลับเข้าเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33
3. ลาออก
4. ไม่ส่งเงินสมทบ 3 เดือนติดต่อกัน (สิ้นสภาพตั้งแต่เดือนแรกที่ไม่ส่งเงินสมทบ)
5. ภายในระยะเวลา 12 เดือน ส่งเงินสมทบไม่ครบ 9 เดือน (สิ้นสภาพในเดือนที่ส่งเงินสมทบไม่ครบ 9 เดือน)

ในกรณีที่ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ได้กลับเข้าไปเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 อีกครั้ง นายจ้างสามารถดำเนินการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เข้าทำงาน โดยที่ผู้ประกันตนไม่ต้องไปดำเนินการลาออกจากการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 (สปส.1-21) แต่อย่างใด ยกเว้น กรณีผู้ประกันตนตามมาตรา 39 มีการค้างชำระเงินสมทบจะต้องไปดำเนินการแจ้งการลาออก (สปส.1-21) ด้วยตนเองที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/สำนักงานประกันสังคมจังหวัดและสาขา ที่สมัครไว้

เป็นอย่างไรบ้างครับคงพอได้ทราบแล้วว่า กองทุนประกันสังคม ไม่ได้ดูแลเฉพาะคนทำงานเป็นลูกจ้างในระบบเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ผู้ประกันตนภาคสมัครใจที่ต้องการความคุ้มครองสิทธิก็สามารถสมัครเข้ามาเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ที่กล่าวมาข้างต้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ Contact Center 1506

อ่านเพิ่มเติม :