ผลสำรวจชี้ทำงานเกิน 50 ชม./สัปดาห์ เสี่ยงโรคเครียด ส่งผลเสียต่อสุขภาพ

ads

สัญญาณที่บอกว่าคุณกำลังเครียด และวิธีการแก้ไข

ในสังคมยุคไทยแลนด์ 4.0 ปฎิเสธไม่ได้ว่าทุกอย่างรอบตัวเต็มไปด้วยการแข่งขัน ตั้งแต่ลืมตาตื่นก็ต้องแข่งกันขับรถท่ามกลางท้องถนนที่วุ่นวาย รถติดแสนสาหัสเพื่อที่จะได้ไปทำงานได้ทันเวลา พอไปถึงที่ทำงานก็ต้องรีบตอกบัตร สแกนนิ้วมือ เพราะกลัวโดนหักมาสาย ข้าวปลายังไม่ตกถึงท้องก็ต้องรีบปั่นงานกันแล้ว

มีเพียงแค่กาแฟแก้วเดียวเป็นมื้อเช้า ทุกอย่างดูเร่งรีบไปหมด มิหน่ำซ้ำตกเย็นเลิกงานก็ยังกลับบ้านไม่ได้มีประชุมกับหัวหน้า กินเลี้ยงกับลูกค้า กว่าจะกลับถึงบ้านก็สี่ห้าทุ่มสร้างความเครียดในชีวิตอย่างยิ่ง

เชื่อว่าหลายคนต้องเจอกับตารางชีวิตแบบนี้อยู่ทุกวี่ทุกวัน มิหน่ำซ้ำงานไม่เสร็จบางทีก็ต้องเอากลับมาทำที่บ้าน ต่าง ๆ เหล่านี้เลยมีผลสำรวจออกมาว่าคนไทยมีชั่วโมงทำงานเกินมาตรฐานโลก และเป็นอันดับ 1 ของเอเชีย อยู่ที่ 50.9 ชั่วโมง/สัปดาห์ จากค่าเฉลี่ยการทำงานของพนักงานประจำทั่วโลกที่มีชั่วโมงการทำงานอยู่แค่ 36.3 ชั่วโมงเท่านั้น

ภาพจาก : bltbangkok.com

จากสภาวะการณ์ดังกล่าวหลายบริษัทในต่างประเทศรวมถึงบางบริษัทในประเทศไทยเริ่มมีการปรับชั่วโมงการทำงานต่อวันให้ลดลง โดยที่ประเทศอังกฤษหลายบริษัทให้พนักงานทำงานเพียงสัปดาห์ละ 4 วันเท่านั้น ซึ่งได้งานที่มีประสิทธิภาพอย่างมากโดยมีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยมากขึ้น

แต่สำหรับบ้านเราชั่วโมงการทำงานต่อสัปดาห์ที่มากแน่นอนว่าส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างยิ่ง โดยเฉพาะโรคที่คนไทยเป็นกันมากขึ้นทุกปีก็คือ โรคเครียด โรคซึมเศร้า สังเกตุได้จากมีคนโทรเข้ามาปรึกษาสายด่วนกรมสุขภาพจิต 1323 มากที่สุด ในปี 2560 เพิ่มจากปี 2557 เกือบ 2 เท่าตัว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนวัยทำงาน เป็นเพศชาย 38% หญิง 62%

สำหรับความเครียดของคนวัยทำงานเป็นความเครียดที่เกิดขึ้นทุกวัน สะสม เรื้อรัง มีชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Chronic Stress มักเกิดขึ้นจากการทำงาน ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และความเหงา เป็นต้น

สัญญาณเตือน 3 ด้าน ที่บ่งบอกว่ากำลังมีความเครียด ได้แก่

  • ด้านร่างกาย พบว่ามีอาการเจ็บป่วยบ่อย ปวดศีรษะไมเกรน เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ อ่อนแรง ท้องอืด
  • ด้านจิตใจและอารมณ์ ขาดสมาธิ หงุดหงิด ฟุ้งซ่าน เหม่อลอย เบื่อหน่าย เศร้าหมอง ซึมเศร้า ขี้ลืม ความจำไม่ดี
  • ด้านพฤติกรรม เก็บตัว สูบบุหรี่จัด ดื่มสุราหนัก นอนหลับยาก อาจต้องใช้ยานอนหลับ

10 วิธีปฎิบัติเพื่อช่วยลดความเครียดจากการทำงาน

  1. หาเวลาออกกำลังกาย อย่างน้อยวันละ 30 นาที 3 วันต่อสัปดาห์
  2. พักผ่อนหย่อนใจ หากิจกรรมที่ชอบทำ
  3. ระหว่างเวลางานควรเดินยืดเส้นยืดสายบ้าง พักสายตาทุก 5-10 นาที
  4. สร้างบรรยากาศที่ดีในที่ทำงาน สวัสดี ทักทาย ชื่นชม เพื่อนร่วมงานอย่างจริงใจ ให้กำลังใจ ช่วยเหลือกัน
  5. รู้จักบริหารเวลา เพื่อให้งานที่ได้รับมอบหมายเสร็จทัน ไม่ค้าง หรืออาจเลือกทำงานที่สำคัญหรือเร่งด่วนให้เสร็จก่อน
  6. พักผ่อนให้เพียงพอ หากเสร็จสิ้นภาระกิจทุกอย่างแล้วควรนอนหลับพักผ่อนเพื่อให้ร่างกายได้ชาร์จแบท และพร้อมสำหรับการทำงานในวันต่อไป ไม่ควรอดนอนเพราะจะยิ่งทำให้สมองไม่ได้พัก ส่งผลต่อการทำงานในวันถัดไป

แม้การทำงานจะเป็นความรับผิดชอบที่สำคัญ แต่ก็ควรแบ่งเวลาและใส่ใจต่อสุขภาพควบคู่ไปด้วย เพราะต้องไม่ลืมว่าหากคุณเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมา ย่อมส่งผลเสียโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการทำงาน ตามมาซึ่งผลกระทบมากมาย บางรายเครียดมากสะสมจนเกิดเป็นโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่ร้ายแรงต้องเสียเงินรักษาตัวเป็นจำนวนมากทำให้ต้องเดือดร้อนเงินออมที่เก็บมาตลอดทั้งชีวิต ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่ายินดีเลยว่าไหมครับ

รู้แบบนี้แล้วมาผ่อนคลายกันสักนิด หาเวลา Relax กันสักหน่อย ให้จิตใจและสมองไม่ตึงเครียดจนเกินไป อาจหาเวลาไปออกกำลังกายกับเพื่อนฝูง ไปเที่ยวต่างจังหวัดบ้าง ฟังเพลงระหว่างวัน หรือจิบเครื่องดื่มรสหวานระหว่างทำงานก็จะช่วยได้ อีกอย่างที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือทำประกันสุขภาพติดตัวไว้เผื่อเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น คุณจะมั่นใจได้ว่าอยู่ในความดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและการรักษาที่ถูกวิธีด้วยนั่นเอง

สอบถามเพิ่มเติมโทร 1737 ตลอด 24 ชั่วโมง

อ่านเพิ่มเติม :