Home Reviews Insurance ปัญหาฟันเหลืองแก้ไขได้ด้วยวิธีใด เบิกประกันได้หรือไม่ ?

ปัญหาฟันเหลืองแก้ไขได้ด้วยวิธีใด เบิกประกันได้หรือไม่ ?

ฟันเหลืองเกิดจากอะไร ประกันคุ้มครองไหม ?

ใครก็อยากยิ้มสวยด้วยกันทั้งนั้น แต่หากใครที่กำลังหมดความมั่นใจเพราะการยิ้มเนื่องจากอายเพราะฟันเหลือง กลัวโดนเพื่อนล้อ หมดความมั่นใจ ปัญหานี้แก้ไขได้ง่าย ๆ สามารถทำได้ด้วยตัวเองก็ได้ หรือให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทำการแก้ไข ช่วยคืนบุคลิกภาพที่ดีกลับคืนมาอีกครั้ง

ฟันเหลืองส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากอะไร ?

1.อายุที่มากขึ้น ทำให้เกิดการสะสมของเม็ดสีในเนื้อฟันเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากเคลือบฟันบางลงเผยให้เห็นชั้นเนื้อฟันที่อยู่ข้างในปรากฎออกมา
2. รับประทานอาหาร เครื่องดื่มที่มีสี อาทิ กาแฟ ชา น้ำอัดลม โซดา ลูกอม
3. การสูบบุหรี่
4. แปรงฟันไม่ถูกวิธี เกิดคราบแบคทีเรียตกค้าง ส่งผลให้เกิดคราบหินปูนเกาะสะสมจนเห็นเป็นสีเหลือง
5. ฟันผุ ซึ่งมักเห็นฟันเป็นสีเหลืองเข้ม
6. ฟันตาย เกิดจากการที่ฟันผุมากและทิ้งไว้นานจนฟันที่ผุนั้นลุกลามถึงโพรงประสาทส่งผลให้ไม่มีเลือดและประสาทฟันมาหล่อเลี้ยง ทำให้มีสีทึบไม่โปร่งเหมือนฟันปกติ
7. เกิดในภาวะตั้งครรภ์
8. การรับประทานยาปฎิชีวนะบางชนิดมากเกินไปจนทำให้สีฟันเปลี่ยน
9. การจัดฟันก็เป็นอีกสาเหตุเนื่องจากอุปกรณ์ที่ยึดติดฟัน เช่น แร่เงิน มัลกัม ซึ่งวัสดุเหล่านี้จะทำให้สีของฟันเปลี่ยนเป็นสีเหลืองได้

ทั้งหมดดังกล่าวล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดฟันเหลือง ซึ่งก็มีวิธีแก้ไขปัญหาได้เช่นกัน เช่น เลิกดื่มชา กาแฟ น้ำอัดลม งดสูบบุหรี่ หมั่นไปพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำทุก 6 เดือน หรือเลือกใช้ยาสีฟันสูตรทำให้ฟันขาว เป็นต้น

อีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยมจากบุคคลทั่วไปก็คือ “การฟอกสีฟัน” ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี คือ การฟอกสีฟันที่ทำโดยทันตแพทย์และการฟอกสีฟันที่กลับมาทำได้เองที่บ้าน ซึ่งที่อยากจะแนะนำก็คือ การฟอกสีฟันด้วยเทคโนโลยีที่เรียกว่า “Zoom” ที่ให้ผลชัดเจน รวดเร็ว เป็นที่นิยม และทำโดยแพทย์เท่านั้น

ฟอกสีฟัน ด้วยเทคโนโลยี Zoom ดีอย่างไร

การฟอกสีฟัน ด้วยวิธีนี้เป็นการฟอกสีฟันด้วยการใช้แสงสีฟ้า (Blue Light) ซึ่งเป็นแสง LED ชนิดเข้มข้น เพื่อเร่งปฎิกิริยาในการฟอกสีฟัน และกระตุ้นการทำงานของน้ำยาให้มีประสิทธิภาพสูงสุดเป็นเทคโนโลยีใหม่ทำให้ขจัดคราบสีบนผิวฟันและเนื้อฟันให้หมดไปช่วยทำให้ฟันขาวสดใสโดยที่ไม่ทำลายเคลือบฟัน และเนื้อฟันช่วยลดอาการเสียวฟันหลังการฟอกสีได้เป็นอย่างดี

การเตรียมตัวเพื่อฟอกสีฟัน ด้วยเทคโนโลยี Zoom

ทันตแพทย์จะตรวจเช็กสภาพฟันก่อนการฟอกว่ามีฟันผุหรือไม่ เหงือกร่นหรือมีหินปูนไหม เพื่อให้น้ำยาฟอกสีฟันมีประสิทธิภาพในการกำจัดเม็ดสีบนผิวฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ข้อดีของการฟอกสีฟันด้วย Zoom

1.ไม่ทำลายสารเคลือบฟัน
2.ไม่กัดกร่อนเนื้อฟัน
3.ไม่ทำลายโครงสร้างของฟัน
4.ให้ผลรวดเร็วทันใจฟันขาวขึ้น 3-8 ระดับ ภายใน 1 ชั่วโมง
5.ลดอาการเสียวฟันหลังการฟอกสี
6.ทุกขั้นตอนต้องอยู่ในความดูแลของทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

เพียงเท่านี้คุณก็จะกลับมาฟันขาวสะอาด เพิ่มความมั่นใจเวลายิ้ม เสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดี แต่อย่างไรก็ตามการฟอกสีฟันนี้ไม่ได้ทำให้ฟันขาวถาวร โดยมากแล้วสีจะกลับมาเหลืองอีกครั้งหลังผ่านการฟอกไป 2-3 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแล และสำหรับคำถามที่ว่า การฟอกสีฟันนี้ประกันจ่ายไหม คำตอบก็คือ ประกันไม่จ่ายนะครับเนื่องจากไม่ใช่โรคที่ต้องรักษา

ประกันสุขภาพจะคุ้มครองสุขภาพช่องปาก กรณีดังต่อไปนี้

  • การถอนฟัน, อุดฟัน, ขูดหินปูน
  • การทำฟันเทียมฐานพลาสติก
  • การรักษาโพรงประสาทฟันน้ำนม
  • การใส่เพดานเทียมในเด็กปากแหว่งเพดานโหว่
  • การตรวจสุขภาพช่องปาก
  • การให้ฟลูออไรด์เพื่อลดการเกิดฟันผุ ในกลุ่ม เด็ก ผู้สูงอายุ
  • การรับคำแนะนำด้านทันตสุขภาพ

ประกันสังคมคุ้มครองกรณีใด

  • การถอนฟัน, อุดฟัน, ขูดหินปูน
  • ใส่รากฟันเทียม เฉพาะผู้ที่ประสบอุบัติเหตุสูญเสียฟันทั้งปาก ซึ่งผู้ประกันตนจะต้องยื่นขอสิทธิก่อน โดยกองทุนประกันสังคมจะจ่ายให้ไม่เกิน 16,000 บาทต่อราก และไม่เกินรายละ 2 ราก
  • ใส่ฟันเทียมชนิดถอดได้ฐานพลาสติก 1-5 ซี่เบิกได้ไม่เกิน 1,200 บาท 6 ซี่ขึ้นไปเบิกได้ไม่เกิน 1,400 บาท โดยมีระยะเวลาในการเบิกไม่เกิน 5 ปีหลังใส่ฟันเทียม

จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้นน่าจะตอบคำถามได้แล้วว่าการฟอกสีฟันไม่ได้อยู่ในความคุ้มครองของประกันสุขภาพและประกันสังคม แต่อย่างไรก็ตามการมีประกันสุขภาพหรือประกันสังคมนั้นก็ยังสามารถดูแลสุขภาพช่องปากของเราได้อีกหลายอย่าง

การหมั่นดูแลช่องปากให้ดีอยู่เสมอถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะว่าค่าใช้จ่ายในการดูแลช่องปากแต่ละอย่างไม่ว่าจะเป็น ถอดฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน ราคาไม่ใช่ถูก ๆ โดยเฉพาะในวัยเด็กที่ยังไม่มีความรับผิดชอบมากเพียงพอ ดังนั้นการเลือกทำประกันสุขภาพทัตกรรมเดี่ยว ๆ หรือประกันชีวิตที่มีสัญญาเพิ่มเติมจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการดูแลสุขภาพปากของคุณและคนที่คุณรักนั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม :

 

Exit mobile version