ทำไมต้องทำ พ.ร.บ.ภาคบังคับ?

ads

พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ มีประโยชน์อย่างไร

สวัสดีครับ วันนี้ผมมีสาระความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับรถยนต์มาฝากกันเหมือนเช่นเคย สำหรับใครที่สงสัยว่า พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ คืออะไรและหากรถเราทำประกันภัยรถยนต์อยู่แล้วยังจำเป็นต้องทำหรือไม่ วันนี้ผมจะมาไขความกระจ่างให้ทุกท่านได้เข้าใจกันแบบง่าย ๆ

สมัยก่อนอุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกิดขึ้นมีหลายกรณีที่ผู้กระทำผิดไม่สามารถรับผิดชอบคู่กรณี หรือบุคคลที่สามที่ได้รับความเสียหายได้ หรือพูดง่าย ๆ ไม่สามารถเยียวยาสังคมจากความเสียหายที่ก่อขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล หรือแม้กระทั่งค่าปลงศพ

ด้วยเหตุผลดังกล่าวรัฐบาลเห็นความสำคัญจึงได้ออกกฎหมายมาบังคับให้ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนไม่ว่าจะเป็นเจ้าของรถ ผู้ครอบครองรถในฐานะผู้เช่าซื้อ และผู้ที่นำรถที่จดทะเบียนในต่างประเทศเข้ามาใช้ในประเทศ ต้องทำ พ.ร.บ. ฉบับนี้ โดยชื่อเต็มก็คือ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ปี พ.ศ. 2535 นั่นเอง โดยกฎหมายกำหนดว่ารถทุกชนิดทุกประเภทที่วิ่งบนท้องถนนต้องทำ พ.ร.บ. หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท

**หมายเหตุ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ฉบับนี้ เป็นคนละตัวกับประกันรถยนต์ที่ทุกคนทำอยู่นะครับ

สำหรับประเภทรถที่ต้องทำ พ.ร.บ. ได้แก่ รถเก๋ง, รถจักรยานยนต์, รถสามล้อเครื่อง,รถยนต์โดยสาร, รถบรรทุก, รถพ่วง, รถบดถนน, รถอีแต๋น, หัวรถลากจูง ฯลฯ

อย่างไรก็ตามกฎหมายจะให้ความคุ้มครองเฉพาะความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ชีวิตและร่างกายเท่านั้น ไม่รวมความเสียหายแก่ทรัพย์สิน หรือพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ ซ่อมคน ไม่ซ่อมรถ นั่นเอง

สำหรับผู้ที่จะได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ก็คือ ประชาชนทุกคนที่ประสบภัยจากรถ ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร คนเดินเท้า คนที่อยู่รอบรถ หรือในรถก็ตาม แต่ขอย้ำนะครับว่า คุ้มครองเฉพาะความเสียหายที่เกิดกับชีวิตและร่างกายเท่านั้น ไม่คุ้มครองทรัพย์สินหรือตัวรถแต่อย่างใด

ความคุ้มครอง แบ่งเป็น 2 ส่วน

1 ค่าเสียหายเบื้องต้น ในส่วนนี้ผู้ประสบภัย หรือทายาทจะได้รับภายใน 7 วันนับจากวันที่ยื่นคำร้องจากบริษัทที่รับประกันภัยรถตนเอง หรือกองทุนทดแทน สำนักงาน คปภ. แบ่งเป็น

  • ค่ารักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริง และไม่เกินรายละ 30,000 บาท
  • กรณีทุพพลภาพ หรือพิการ ชดเชยรายละไม่เกิน 35,000 บาท
  • เสียชีวิตทายาทจะได้รับค่าปลงศพไม่เกินรายละไม่เกิน 35,000 บาท
  • หากได้รับบาดเจ็บและต่อมาเสียชีวิตหรือพิการก็จะได้รับรายละไม่เกิน 65,000 บาท

2 ส่วนที่เกินค่าเสียหายเบื้องต้น ตามกรมธรรม์ประกันภัย ภาคบังคับ โดยผู้ประสบภัย หรือทายาทจะได้รับดังนี้

 

  • กรณีผู้ประสบภัยเสียชีวิต, พิการ, ทุพพลภาพ จะได้ค่าสินไหมทดแทนรายละไม่เกิน 300,000 บาท
  • กรณีผู้ประสบภัยบาดเจ็บ จะได้รับค่ารักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 80,000 บาท
  • กรณีผู้ประสบภัยต้องนอนโรงพยาบาล จะได้รับค่าชดเชยวันละ 200 บาท ไม่เกิน 20วัน หรือ 4,000 บาท

*ทั้งนี้ถ้าผู้ขับขี่เป็นฝ่ายประมาท จะได้รับเพียงค่าเสียหายเบื้องต้นตามข้อหนึ่ง เท่านั้น

เป็นอย่างไรบ้างครับคงหายสงสัยกันแล้วว่า พ.ร.บ. ภาคบังคับ หรือชื่อเต็มก็คือ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ปี พ.ศ. 2535 นั้น มีความสำคัญและประโยชน์สำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน รวมถึงบุคคลอื่นที่ไม่ใช่คู่กรณีอย่างไรบ้าง

นอกจากนี้รู้หรือไม่ว่ารถทุกคันที่ไม่ทำ พ.ร.บ.ฉบับนี้ จะไม่สามารถต่อภาษีรถประจำปีได้เช่นกัน ดังนั้นควรปฎิบัติตามที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างเคร่งครัดนะครับ เพื่อประโยชน์ของตัวคุณเองและเพื่อนร่วมทาง

ก่อนจากกันไปขอฝากไว้ ยิ่งใกล้ช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2562 ใครที่มีแพลนขับรถกลับบ้านยังต่างจังหวัดหรือไปเที่ยวสถานที่ต่าง ๆ กับครอบครัวก็ตามแต่ นอกจากตรวจเช็คสภาพรถให้พร้อมก่อนใช้งานแล้ว สิ่งหนึ่งที่สำคัญอย่างมากก็คือเช็คประกันภัยรถยนต์ของคุณด้วยว่าอยู่ในระยะประกันหรือไม่ เพื่อประโยชน์ของตัวคุณเอง

และควรเลือกทำประภัยรถยนต์กับบริษัทที่ได้มาตรฐานอย่าง TQM ประกันภัย โบรคเกอร์ประกันภัยที่มีแบบประกันให้คุณเลือกมากมาย ผ่านบริษัทชั้นนำกว่า 40 บริษัท ทั้งยังสามารถเปรียบเทียบเบี้ยประกันให้เหมาะสมกับความต้องการของคุณได้อีกด้วย สุดท้ายนี้ขอกล่าวคำว่าสวัสดีปีใหม่ล่วงหน้า และขอให้เดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพกันทุกท่านครับ

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์

 

อ่านเพิ่มเติม :