ต่อภาษีรถยนต์ สำคัญอย่างไร

ads

ทำไมต้องต่อภาษีรถยนต์ หากไม่ต่อมีผลอย่างไร

สำหรับท่านเจ้าของรถนั้นเป็นที่ทราบกันดีว่า การต่อภาษี หรือ (ต่อทะเบียน) กับกรมการขนส่งทางบกเป็นหน้าที่ของเจ้าของรถทุกคนที่ต้องทำเป็นประจำทุกปี หากขาดต่อไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามตำรวจสามารถเปรียบเทียบปรับได้ โดยปรับไม่เกิน 2,000 บาท ซึ่งการต่อภาษีหรือทะเบียนรถนั้นสามารถต่อล่วงหน้าได้ถึง 90 วันด้วยกัน

แต่ถ้าเกิดกรณีต่อภาษีช้ากรมการขนส่งจะเรียกเก็บเบี้ยปรับเพิ่มเติมร้อยละ 1% ต่อเดือน ยกตัวอย่างคุณต้องเสียภาษีรถประจำปี ปีละ 1,000 บาท หากคุณลืมต่อภาษี 3 เดือน เท่ากับคุณต้องเสียเบี้ยปรับเท่ากับ 30 บาทนั่นเอง และที่สำคัญหากขาดต่อภาษีเกิน 3 ปีจะถูกระงับการใช้ทะเบียนอีกด้วย

สำหรับรถที่ต้องต่อภาษีได้แก่ รถยนต์ส่วนบุคคล รถนิติบุคคล รวมถึงมอเตอไซค์ โดยกำหนดเงื่อนไขว่าต้องเข้ารับการตรวจสภาพประจำปีก่อนต่อภาษีดังนี้คือ ถ้าเป็นกรณีรถมอเตอร์ไซค์อายุการใช้งานเกิน 5 ปี ส่วนถ้าเป็นกรณีรถยนต์อายุการใช้งานเกิน 7 ปี นั่นเอง

อย่างไรก็ตามยังมีข้อกำหนดที่สำคัญอีกอย่างก็คือรถทุกคันที่จะต่อภาษีหรือทะเบียนนั้น ต้องต่อ พ.ร.บ. เสียก่อน นั่นคือพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ รถทุกคันที่วิ่งบนท้องถนนต้องทำ พ.ร.บ. ถามว่าทำไมต้องบังคับให้ทำ พ.ร.บ.

สาเหตุมาจากเมื่อก่อนเกิดเหตุบนท้องถนนมีคนเสียชีวิต บาดเจ็บ คนชนไม่มีกำลังทรัพย์ในการดูแลค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล หรือแม้กระทั่งค่าปลงศพ รัฐบาลจึงออกเป็นกฎหมายบังคับ เพราะ พ.ร.บ. ตัวนี้จะเข้ามาเยียวยาดูแลผู้เสียหายแทนที่นั่นเอง เรามักเรียก พ.ร.บ. ตัวนี้สั้น ๆ ว่า พ.ร.บ. ภาคบังคับ

มาถึงตรงจุดนี้พอจะทราบกันแล้วว่าการต่อภาษี หรือ ต่อทะเบียน คืออันเดียวกัน หากขาดต่อแล้วนำรถไปวิ่งบนท้องถนนตำรวจพบเจอมีโทษเปรียบเทียบปรับไม่เกิน 2,000 บาท ขาดต่อมีเบี้ยปรับจากกรมการขนส่งร้อยละ 1% ต่อเดือนของจำนวนที่ต้องจ่ายภาษีรถ นอกจากนี้ก็ยังมีการกำหนดอายุการใช้งานของรถแต่ละประเภทต้องตรวจสภาพก่อนต่อทะเบียนหรือภาษีด้วย

ซึ่งสถานที่ตรวจสภาพรถ สามารถตรวจเช็คสภาพได้ที่ ตรอ. หรือศูนย์ตรวจสอบสภาพรถที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกนั่นเอง

สำหรับขั้นตอนและวิธีต่อทะเบียน หรือภาษีรถ มีหลายวิธี

  • ต่อกับไฟแนนซ์ หรือโบรคเกอร์ จะมีค่าบริการ 200 – 300 บาทโดยประมาณ
  • ต่อด้วยตนเองที่ขนส่ง ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็มีบริการไปเปิดบูธตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ด้วยเพื่ออำนวยความสะดวก

 

เอกสารที่ต้องเตรียมในการต่อทะเบียนรถยนต์

1 สำเนาทะเบียนรถใบเดียวกับที่ทางสถาบันการเงินส่งมาให้ (กรณียังอยู่ในช่วงเช่าซื้อรถยนต์)

 

2 ใบตรวจสภาพ ถ้าเป็นรถยนต์อายุเกิน 7 ปี ถ้าเป็นมอเตอร์ไซค์อายุเกิน 5 ปี จะต้องไปตรวจสภาพรถที่สำนักงานขนส่งจังหวัด หรือสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) แต่ถ้าเป็นรถที่มีการดัดแปลงไปจากคู่มือรถ ต้องไปตรวจสภาพรถยนต์ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดเท่านั้น เพื่อขอใบ                           รับรอง ส่วนรถที่ไม่เกินกำหนดอายุการใช้งานข้างต้นข้ามขั้นตอนนี้ไปได้เลย

 

3 เอกสารการรับรองติดตั้งแก๊ส จะต้องมีใบรับรองการติดตั้งและตรวจสภาพจากวิศวกรแนบไปด้วย ซึ่งถ้าติดตั้งระบบ LPG สามารถอยู่ได้ 5 ปีต่อการตรวจสภาพ 1 ครั้ง แต่ถ้าเป็นระบบ CNG จำเป็นต้องตรวจสภาพทุกปี

 

4 ก่อนต่อทะเบียน ต้องทำประกัน พ.ร.บ.ก่อน (พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ) เพราะกฎหมายบังคับไว้ว่า รถทุกคันต้องมี พ.ร.บ. เพื่อคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ และถ้าไม่ต่อ พ.ร.บ. ก็จะไม่สามารถต่อทะเบียนรถยนต์ได้


ต่อด้วยตนเองผ่านระบบออนไลน์กับกรมการขนส่งทางบก

ถือเป็นวิธีที่สะดวกและง่าย ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปต่อคิวที่ขนส่ง อย่างไรก็ตามวิธีนี้ใช้ได้กับกรณีรถที่ยังไม่เข้าข่ายต้องตรวจสภาพเท่านั้นนะครับ ซึ่งสามารถทำได้ผ่านทางออนไลน์ ที่ https://eservice.dlt.go.th/esvapp/login.jsf ซึ่งต้องทำการสมัครสมาชิกเพื่อขอรหัสผ่านเสียก่อน ถึงจะสามารถดำเนินการต่อทะเบียนและชำระภาษีออนไลน์ได้

คลิกอ่านบทความต่อทะเบียนรถยนต์ออนไลน์ต้องทำอะไรบ้าง?

ซึ่งนอกจากนี้ก็ยังสามารถชำระผ่านทาง ไปรษณีย์ , ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง , จุดบริการตามห้างสรรพสินค้า ,ผ่าน ตรอ. , ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส , 7-Eleven ทั่วประเทศ

เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับข้อมูลที่นำมาฝากคุณผู้อ่านทุกท่านในบทความนี้ ในฐานะผู้ใช้รถแล้วจำเป็นต้องหมั่นตรวจสอบความเรียบร้อยของตัวภาษีรถของท่าน รวมถึง พ.ร.บ ไม่ให้ขาดต่อ เพราะจะว่าไปแล้วขั้นตอนก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลย ทำปีละครั้งเท่านั้น อุ่นใจยามใช้รถใช้ถนน ดีกว่าท่านละเลยหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น หรือโดนตำรวจเรียกตรวจ ต้องเสียค่าปรับโดยใช่เหตุ

ปฎิบัติตามกฎหมายอุ่นใจกว่าเยอะเลย จริงไหมครับ นอกจากนี้เมื่อเอกสารทุกอย่างเกี่ยวกับทะเบียน หรือ พ.ร.บ. ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว ก่อนการเดินทางทุกครั้งควรตรวจสอบให้มั่นใจว่าประกันภัยรถยนต์ของท่านมีความคุ้มครองหรือไม่ ประกันหมดหรือยัง ถือเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา จะเป็นการดีกว่าถ้าคุณพร้อมรับมือไว้แต่เนิ่น ๆ

กับบริษัทรับประกันที่ได้มาตรฐานอย่าง TQM ประกันภัย โบรคเกอร์ตัวแทนประกันภัยจากบริษัทชั้นนำกว่า 40 แห่ง พร้อมผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกความต้องการให้คุณได้เลือก นอกจากนี้ยังสามารถเปรียบเทียบเบี้ยประกันเพื่อให้เหมาะสมกับตัวคุณเองได้อีกด้วย ยิ่งช่วงนี้ใกล้ปีใหม่คนใช้รถใช้ถนนยิ่งมากขึ้น โอกาสเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดย่อมมีมาก ฝากกันเอาไว้ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงาน promotions.co.th

อ่านเพิ่มเติม :

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์