Home Reviews Home & Kitchen 5 ข้อดี + 5 ข้อเสีย ของการเปลี่ยนแอร์ใหม่ด้วยแอร์เก่า

5 ข้อดี + 5 ข้อเสีย ของการเปลี่ยนแอร์ใหม่ด้วยแอร์เก่า

5 ข้อดี + 5 ข้อเสีย ของการเปลี่ยนแอร์ใหม่ด้วยแอร์เก่า

แอร์ไม่เย็น.. เปลี่ยนแอร์ใหม่ หรือ ซื้อแอร์เก่าดี

สำหรับหน้าร้อนที่จะมาถึงนี้  การซื้อแอร์ใหม่เป็นเรื่องแรกที่หลายบ้านกำลังคิดถึง ซึ่งหากคุณเป็นคนที่กำลังจะตามหาแอร์ แต่อยากใช้แอร์เก่าแล้วล่ะก็ วันนี้ Promotions.co.th มีข้อเปรียบเทียบมาให้คุณคิดก่อนที่จะติดแอร์มาให้ฟังก่อน

ในท้องตลาดตอนนี้  การซื้อแอร์ ไม่แพงอย่างที่คิดอีกต่อไป จากที่ราคาเคยเกิน 20,000 บาท ปัจจุบัน มีแอร์ปรับอากาศหลากหลายยี่ห้อ ให้เป็นทางเลือกมากึขึ้น  ทั้งจากประเทศญี่ปุ่น ประเทศจีน หรือแม้กระทั่งประเทศไทยเองที่ผลิตแอร์คอนดิชั่นได้เอง  ยี่ห้อคุ้นหูคนไทยได้แก่ มิตซูบิชิ, ซัมซุง, ไดกิ้น, อิเล็กโทรลักซ์, โตชิบ้า 

ข้อเสีย ของการ ติดแอร์เก่า

 

1 ไม่รู้อายุเก่าของแอร์

แอร์เก่า หากเลือกร้านจากช่างที่ไม่ดี ก็อาจจะถูกหลอกให้เอาแอร์ไม่ดีมาติดตั้ง แล้วก็ใช้งานได้เพียง 1 – 2 เดือน ก็พังอีก  แต่ส่วนใหญ่ ช่างที่มีร้านเปิดมานาน ก็จะไม่อยากเสียลูกค้า และไม่อยากเสียชื่อร้าน  จึงเลือกซ่อมและติดตั้งแอร์สภาพดี ให้กับลูกค้า ไร้ปัญหา หากคุณอยากทราบว่าอายุของแอร์ตัวเก่าที่ถูกนำมาติดตั้งนั้น นานหรือยัง? ก็สอบถามพูดคุยกับช่างให้ชัดเจนก่อน

2 ไม่รู้อะไหล่ในแอร์ มาจากไหน

แอร์เก่าบางตัว ถูกเคลมแล้ว เคลมอีก ใส่ใน อะไหล่ทั้งหมดไม่รู้ว่า เคยผ่านอะไรมาบ้าง และ อาจจะเคยถูกเปลี่ยนมาก่อนหน้านี้  เพราะเราเห็นเป็นแอร์ประกอบมาเรียบร้อนแล้ว  แต่ช่างบางร้านจะมีการันตีว่าหากเกิดปัญหาเขาจะมาดูให้ มาเปลี่ยนให้อีก  ถือเป็นการรับประกันอีกแบบ ที่ไม่ได้มีอยู่ในแบรนด์แอร์ตัวเก่านั้น

3 ต้องเสียค่า Maintenance แอร์ เช่น ค่าเติมน้ำยา

แอร์เก่าที่วางอยู่ในร้าน ก็ไม่รู้ว่าวางอยู่นานเท่าไหร่แล้ว เมื่อต้องนำออกมาติดตั้งใหม่ ก็ต้องถูกนำมาเช็คสภาพอีกครั้ง และค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น ก็คือค่าเปลี่ยนอะไหล่บางชิ้นหากใช้ไม่ได้ และ ค่าเติมน้ำยาแอร์ น้ำยา 1 ตัวอยู่ได้ หลายปี  หากต้องเติมใหม่ก็เสียค่าเติมประมาณ 100 บาท

4 ต้องเสียค่าติดตั้งใหม่

การเดินสายติดตั้งแอร์ใหม่นั้น  ช่างจะคิดตามระยะทาง ยิ่งไกลเกิน 3 เมตร ก็ยิ่งมีค่าแรงสูงขึ้น เนื่องจากต้องอาสัยความชำนาญ เจาะท่อเดินน้ำยา  แพงตัวท่อสายไฟด้วย  ส่วนใหญ่แล้วจึงนิยมติดตั้งแอร์ให้ใกล้กับผนังห้อง และเดินสายไฟไม่เกิน 3 เมตร ถ้ามากกว่านั้นก็มีโอกาสสายไฟรั่ว

5 กินไฟ

อย่างเวลาเราอยู่หอพักที่มีแอร์เก่ามากๆ แน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับแอร์เก่า ก็คือ “ค่าไฟ” ที่เพิ่มมากขึ้น  แต่หากเป็นแอร์ที่ได้รับการตรวจสอบ และเปลี่ยนอะไหล่มาอย่างดี ปัญหานี้ก็จะหมดไป ดังนั้นหากจะเปลี่ยนแอร์เก่า ก็ต้องเลือกรุ่นที่ไม่นานมากนัก และ ได้รับการดัดแปลงมาอย่างดี

สรุปแล้วข้อเสียของแอร์เก่า จะหมดไป เมื่อเลือกร้านซ่อมแอร์ที่ดูแลแอร์มาเป็นอย่างดี  และมีบริการหลังการขาย รับประกัน ตามอายุการใช้งานใหม่ที่ได้ติดตั้งด้วย

ข้อดี ของการ ติดแอร์เก่า

1 ประหยัดค่าติดตั้งไป 3 – 4 เท่า

ในราคาแอร์ 20,000 บาท หากซื้อแอร์เก่าก็อาจจะได้มาในราคา 5,000 บาท ใช้ได้ยาว ๆ 5 – 10 เป็นทางเลือกให้กับท่านที่ต้องการประหยัดงบในกระเป๋า หรือต้องการติดแอร์หลายตัวในบ้าน ก็ทำได้

2 อายุการใช้งาน 5 – 10 ปี อยู่ที่คุณเลือก

แอร์เก่า ที่ไม่ได้เป็นแอร์มีปัญหา อาจจะเป็นเพียง แอร์จากบ้านที่ต้องการเปลี่ยนใหม่ และไม่ได้พังมาก อายุการใช้งานอยู่ที่ 5 ปีขึ้นไปสบาย ๆ ก็มี หมดปัญหาเรื่องอะไหล่และค่าไฟ  ซึ่งบางบ้านแอร์เขามีปัญหานิดหน่อยก็เปลี่ยนมาหมดทั้งแผงแล้ว

3 หมดปัญหาเรื่อง คอยส์ร้อนรั่ว หากเป็นแอร์เคยเคลมมาใหม่

แอร์ใหม่บางรุ่น มีปัญหาในส่วนของคอยส์ร้อน ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักที่ทำให้แอร์นั้นไม่ทำความเย็น  ดังนั้นหากช่างแค่เปลี่ยนเอาตัวคอยส์ร้อนออก ก็ทำให้แอร์ตัวเดิมนั้นมีอายุการใช้งานได้อีกยาว ๆ

4 ไม่ต้องกลัวพัง ไม่ต้องกลัวเก่า ไม่ต้องกลัวสกปรก ใช้งานได้เต็มที่

สำหรับบางพื้นที่การใช้งาน  ไม่ได้ต้องการติดตั้งแอร์ใหม่มาก อย่างเช่น ร้านอาหารแบบชั่วคราว ร้านกาแฟแบบชั่วคราว ร้านขายของ  ซึ่งไม่ชัวร์ว่าจะตั้งอยู่นานแค่ไหน ก็สามารถเลือกแอร์เก่าเป็นทางเลือก เพราะค่าแอร์ประมาณ 5,000 บาท อายุการใช้งานได้ยาว ๆ

5 ประหยัดไฟ

แอร์เก่าบางยี่ห้อ สามารถนำมาดัดแปลง จนมีคุณภาพทัดเทียมกับแอร์ใหม่ และมีสัญลักษณ์ประหยัดไฟเบอร์ 5 เช่นกัน  ไม่ต้องกลัวว่าสิ้นเดือนเปิดบิลค่าไฟมาแล้วก็น็อคกันไปทั้งบ้าน

ดังนั้น หากต้องการเลือกแอร์เก่ามาติดตั้ง ก็ต้องพิจารณาเลือกร้านที่ดีและไว้ใจได้ และเลือกอายุแอร์ที่ไม่นานมาก เพื่อที่จะยืดอายุการใช้งาน และจะได้ใช้งานได้นาน ๆ ไม่เสีย ไม่หัวเสียกับการเรียกช่างมาดูบ่อย ๆ

เดือนที่มีปัญหาเรื่องค่าไฟมากที่สุด ของประเทศไทย คือ เดือนมีนาคม – พฤษภาคม ของทุกปี โดยเฉพาะเดือนเมษายน ที่ต้องกันงบไว้สำหรับจ่ายค่าไฟพิเศษขึ้นจากเดิม หรือจะหนีร้อน ไปดับร้อนที่ห้าง  ออกจากห้างมาก็แทบหน้ามืด.. ขอนอนตากแอร์อยู่ที่บ้านดีกว่า

Exit mobile version