ปูนกาว คืออะไร? ต่างจากปูนซีเมนต์อย่างไร ทำไมถึงใช้กัน?

โง่มาตั้งนาน วันนี้พึ่งร้อง อ๋อออออ มันคือกาวซีเมนต์!

สำหรับคนอย่างเราๆ ที่ไม่ใช่ช่างปูน ช่างกระเบื้อง เวลาเห็นเค้าปูกระเบื้องที่พื้น และก่อนการปูก็มีการฉาบปูน เชื่อว่าเกิน 95% รู้จักกันแค่ว่าฉาบปูน และไม่คิดว่ามันจะมีอะไรพิเศษ ก็แค่เทปูนลงไปบนพื้นและเอากระเบื้องไปแปะๆ ให้เต็ม แต่จริงๆแล้ว การปูกระเบื้องนั้นมันมีอะไรมากกว่าที่เราเห็น และนั่นเป็นเพราะว่า การปูกระเบื้อง มันต้องอาศัยปูนกาว (Tile Adhesive) หรือ กาวซีเมนต์ ที่ไม่ใช่ ปูนซีเมนต์ธรรมดาทั่วๆไป และวันนี้เราจะมาช่วยคลายสงสัยกัน เรื่องความแตกต่างกันระหว่างการใช้งาน ปูนซีเมนต์ และ ปูนกาว

ปูนกาว คืออะไรหนอ? ช่างกระเบื้องเค้าใช้ทำอะไร?

ปูนกาว หรือที่เรียกว่า Tile Adhesive เป็นปูนประเภทหนึ่งที่เป็นแบบ Ready to use หรือแบบสำเร็จรูป ที่ผลิตขึ้นมาโดยการใช้ส่วนผสมของปูนและทรายคุณภาพดีประเภทพิเศษ และใช้สำหรับการปูนกระเบื้องโดยเฉพาะเจาะจง ในขณะที่ ปูนซีเมนต์ทั่วไป (ปูนที่มีสีดำๆ) จะไม่ได้ใช้งานเฉพาะเจาะจงกับการปูกระเบื้อง ซึ่งหากใครจะปูกระเบื้องแล้วเอาปูนประเภทซีเมนต์มาใช้ กระเบื้องจะหลุดร่อนได้ง่าย และ ใช้ระยะเวลามากกว่าในการปูกระเบื้อง (ยกตัวอย่างเช่น การใช้ปูนซีเมนต์มาปูกระเบื้อง ต้องเอากระเบื้องไปแช่น้ำให้ชุ่มน้ำก่อนการปู)

ราคาแพงกว่าปูนซีเมนต์ เพราะอะไรเหรอ?

คำตอบง่ายๆชัดๆ สำหรับราคาของ ปูนกาว ที่มีราคาสูงกว่า ปูนซีเมนต์ ทั่วๆไป ก็คือ วัตถุดิบในการผลิต นั่นก็คือ ทราย หรือ “Sand Quality” นั่นเอง และเพราะ ปูนกาว ใช้วัตถุดิบที่เป็นทรายชนิดพิเศษ ในขณะที่ ปูนซีเมนต์ ใช้วัตถุดิบที่เป็นทรายแบบทั่วไป ก็คือทรายจากแม่น้ำ

ทำไมไม่เอาปูนซีเมนต์ มาใช้ปูกระเบื้องหล่ะ?

9 ข้อที่บอกให้เรารู้ว่า ปูนซีเมนต์ ไม่ควรเอามาใช้ปูกระเบื้อง

ต้องบอกว่าปูนซีเมนต์ทั่วๆไป เค้าใช้ในงานฉาบ งานเท งานก่อสร้าง งาน ซ่อม ทั่วๆไป และไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับการปูกระเบื้อง ซึ่งการออกแบบของมันนั้นสำคัญมาก เพราะเมื่อมันไม่ได้ถูกออกแบบมาไว้ใช้ปูกระเบื้อง เหมือน ปูนกาว การที่จะทำให้กระเบื้องยึดติดกับเนื้อปูนนั้น ทำได้ไม่ดี อย่างไรก็ดี นี่คือ ข้อเสียของปูนซีเมนต์ เมื่อนำเอามาใช้ปูกระเบื้อง

  1. ปูนซีเมนต์ทั่วไป ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า OPC หรือ Ordinary Portland Cement ซึ่งเวลาซื้อมา มันจะมาแบบถุงใหญ่ๆ และต้องซื้อทรายแยกมาเพื่อผสมกับปูน OPC ทำให้เสียเวลา และต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มในการนำมาใช้งาน
  2. การปูกระเบื้อง โดยใช้ OPC จะต้องปูทีละแผ่นเท่านั้น (ที่เค้าเรียกว่า ปูแบบซาลาเปา) คือต้องเอาปูนมาทาลงหลังกระเบื้อง และแปะไปทีละแผ่น
  3. ตัวปูนไม่มีคุณสมบัติยึดเกาะ กับกระเบื้อง (ไม่เหมือนกันกับ การปูกระเบื้องยาง ที่ต้องใช้กาว) มันทำให้หลุดร่อน ง่ายมากๆ
  4. เมื่อวางกระเบื้องลงไปแล้ว การขยับ ย้ายกระเบื้อง เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก
  5. การปูกระเบื้อง จะต้องทำให้กระเบื้องเปียก คือต้องเอาไปแช่น้ำก่อน และเมื่อเอามาปู โดยใช้ OPC และทำให้เกิดเชื้อราหลังการใช้งานไประยะหนึ่งได้
  6. เนื้อปูน ไม่แนบแน่นกับกระเบื้อง ทำให้ เกิดช่องว่างที่กระเบื้อง เมื่อใช้งาน อาจทำให้แตกบางจุดได้
  7. ปูนถูกผสมหน้างานเข้ากับทรายเกรดต่ำ การคำนวณการใช้งานอาจผิดพลาด และหากส่วนผสมผิด ก็มีผลต่อการปูกระเบื้องได้
  8. ไม่สามารถปูกระเบื้องในบางสถานการณ์ หรือ บางข้อจำกัดได้เช่น ไม่สามารถใช้ปูน OPC (ปูนซีเมนต์) กับกระเบื้องประเภท ไม่อมน้ำ, กระเบื้อง แกรนิตโต้ แบบ 60 X 60 เซน หรือใหญ่กว่า, กระเบื้องแก้ว, ปูกระเบื้องแผ่นเดียวก็ไม่ได้, เมื่อปูผิด ไม่สามารถขยับได้, และไม่สามารถใช้ปูในจุดที่ต้องได้รับแรงกดเยอะ (แตกร้าวได้ง่าย)
  9. เมื่อต้องปูกระเบื้องจำนวนมาก การใช้ ปูนซีเมนต์ แทนปูนกาว จะทำให้เพิ่มน้ำหนักของวัสดุที่ใช้ เช่น ต้องเพิ่มทราย เพิ่มปูน ทำให้น้ำหนักมากขึ้นอีกหลายเท่า

มาดูฝั่งของ ปูนกาว (Tile Adhesive)

สำหรับปูนกาวแบบสำเร็จรูปนั้น มันถูกออกแบบมาไว้ใช้สำหรับการปูกระเบื้องโดยเฉพาะเจาะจง เรียกได้ว่าเกิดมาคู่กันเลยทีเดียว ซึ่งจริงๆแล้ว ฐานของปูนมันก็มาจาก OPC หรือปูนซีเมนต์นั่นแหละ แต่มันเพิ่มกาวเหนียวให้ยึดเกาะกับกระเบื้องได้ดีกว่า เรียกได้ว่า หากใช้ปูนกาวมาวางกระเบื้อง ก็สามารถวางได้กับแทบทุกพื้นผิว แม้แต่วางบนกระเบื้องด้วยกันเลยทีเดียว และด้านล่างนี้ คือเหตุผลที่คนใช้ ปูนกาว มาปูกระเบื้องกันมากขึ้น

  1. ง่ายต่อการใช้งาน ไม่ต้องมีพิธีรีตองมาก ก็แค่เอาไปผสมกันกับน้ำ ก็ใช้ได้เลย
  2. มีฝุ่นปูน น้อยกว่า ปูนซีเมนต์ทั่วๆไป เหมาะสำหรับปูในบ้านได้
  3. ไม่ต้องเอากระเบื้องไปจุ่มน้ำก่อน แค่แกะกระเบื้องออกมา ก็เอาไปวางบนปูนกาวที่เตรียมไว้ได้เลย
  4. สามารถขยับกระเบื้องให้เข้ากันได้ดี ง่ายกว่า
  5. ใช้คู่กันกับ เกรียงหยัก หรือเกรียงหวี 
  6. สามารถใช้กับการปูกระเบื้องได้หลายรูปแบบหลายสถานการณ์ เช่นการปูกระเบื้องแก้ว แกรนิตโต้ ที่มีขนาดใหญ่กว่า 60 X 60 เซน ได้ สามารถใช้ปูกระเบื้องกับกำแพงแห้งๆ ก็ยังได้ ใช้ปูกระเบื้องในโรงรถได้ (ที่ๆมีแรงกดทับสูง) และยังสามารถใช้ปูกระเบื้องในสระว่ายได้ได้อีกด้วย
  7. หากใช้ปูนกาวคู่กันกับ เกรียง จะทำให้ใช้ปูนกาวในปริมาณพอเหมาะ และไม่เปลือง และเฉลี่ยแล้ว หากใช้ ปูนกาวหนึ่งถุง ที่หนักซัก 20 กิโลกรัม จะสามารถปูกระเบื้องได้สูงสุดถึง 5-7 ตารางเมตร เลยทีเดียว

ตารางเปรียบเทียบ ปูนกาว VS ปูนซีเมนต์ ในการปูกระเบื้อง

ข้อดี ข้อเสีย
ปูนกาว ใช้งานได้เร็วและมีประสิทธิภาพ ราคาต่อถุงค่อนข้างสูง
ใช้งานง่าย ผสมน้ำอย่างเดียว ต้องคำนวณความสูงของพื้นผิวดีๆ
ยึดติดกระเบื้องได้ดีกว่า
ใช้งานได้ภายใน 24 ชั่วโมงหลังปูกระเบื้อง
สามารถปูได้หลายพื้นผิว
ฉาบปูนกาวได้บางกว่า ไม่ทำให้ระดับพื้นเสีย
ปูนซีเมนต์ ราคาถูก ใช้เวลานานในการปู
สามารถปรับระดับความสูงของพื้นผิว ในขณะปูได้เลย กระเบื้องต้องเปียก และอาจมีคราบได้
อาจเกิดเชื้อราใต้กระเบื้องเพราะชื้น
กระเบื้องหลุดร่อนได้ง่าย
ใช้กับกระเบื้องขนาดเล็กเท่านั้น
มีข้อจำกัดในการปูในหลายพื้นผิว
ไม่สามารถใช้กับกระเบื้องแก้วได้

 

เริ่มต้นใช้ ผสมปูนกาว เข้ากับน้ำ

การใช้ปูนกาวนั้น เริ่มต้นจากการแกะถุงปูนออกมา แล้วนำเอามาผสมกับน้ำเปล่า และอาจมีเครื่องมือที่ใช้ผสมเช่นสว่าน และดอกสว่านสำหรับปั่น หรือหากจะผสมแบบน้อยๆ อาจจะใช้เกรียงคนๆ เอาก็ได้ แต่ก็จะใช้เวลานานกว่าปกติ คำถามคือ จำเป็นจริงๆหรือเปล่าที่ต้องใช้สว่าน สำหรับผสมปูนมาใช้ในงานนี้ คำตอบคือ หากจะใช้ปูนกาวเพื่องานปูกระเบื้องที่มีพื้นที่ ขนาด 30 ตารางเมตรขึ้นไป ก็ควรมีสว่านสำหรับผสมปูนเข้ากับน้ำ มันจะประหยัดเวลาได้อีกเยอะ

สำหรับการผสมนั้น อาจใช้ถังน้ำก่อสร้าง มารองรับการผสมปูน แต่ก่อนผสม หากเป็นถังน้ำเก่าๆ มีคราบ เราจะต้องทำความสะอาดถังน้ำก่อนที่จะ เทน้ำสะอาด และปูนเพื่อนำไปผสมกัน

อย่าลืมหาแผ่นกระดาษหรือแผ่นพลาสติกมาปูพื้นที่ใช้ผสมปูนกาวด้วย เพราะปูนอาจทำให้พื้นเปื้อนและขัดไม่ออกได้

สำหรับคนที่ไม่มีประสบการณ์ในการใช้งานปูนกาว : ควรเริ่มต้นผสมปูนกาวกับน้ำแบบน้อยๆ ซะก่อน โดยอาจใช้น้ำประมาณ 1 ลิตร ผสมจนปูนเริ่มเหนียวดี หลายคนถามว่า จะใช้น้ำอัตราส่วนเท่าไหร่ หรือจะใช้ ปูนจำนวนเท่าไหร่ จริงๆแล้ว มันไม่ได้มีสูตรสำเร็จ และมันอาศัยประสบการณ์ เท่านั้น และควรมีผ้าปิดจมูกระหว่างการผสมปูนด้วย เพราะอาจมีฝุ่นปูนฟุ้งออกมาได้ 

ถ้าปูนซีเมนต์ที่ใช้ฉาบผนังกำแพงมีสีเข้มควรเลือกใช้ปูนกาวสีเข้มตาม และถ้ามันเป็นปูนสีอ่อนก็ใช้ปูนกาวสีอ่อนตามเช่นเดียวกัน

Tips: การผสมปูนกาว โดยการใช้สว่าน และดอกสว่านสำหรับผสมปูน ควรจะใช้เท้าหนีบถังเอาไว้ด้วย กันหัวสว่านไปกระแทกโดนถังและทำให้ปูนกระจายออกมาได้ หลังจากที่ผสมปูนกาวกับน้ำแล้ว ควรที่จะรอซักประมาณ 5 นาที เพื่อให้น้ำแทรกซึมเข้าไปในเนื้อปูนได้ดีมากยิ่งขึ้น และมากไปกว่านั้น ปูนที่อยู่ตรงผนังถัง จะแห้งไวมาก

เริ่มต้นปูกระเบื้องด้วย ปูนกาว

ต้องเริ่มจากการเตรียมพื้นผิว – เพราะกระเบื้องมันสามารถปูได้ทุกพื้นผิว แต่พื้นผิวต้องสะอาด และเรียบด้วย และไม่มีคราบใดๆ เช่นคราบปูนเดิม มาติดอยู่ และไม่ควรมี จุดร้าว ถ้าหากมีควรซ่อมก่อน

กำหนด layout ของพื้นผิว – การเริ่มปูกระเบื้องโดยใช้ปูนกาว โดยมากแล้วจะต้องเริ่มจากจุดกลางของพื้นที่ โดยการวัดจากด้านบน ด้านล่าง ซ้ายและ ขวา เพื่อหา Center ของจุดเริ่มต้นปูกระเบื้อง และเริ่มโดยการปูกระเบื้องจากจุดต่ำสุดขึ้นมาบรรจบตรงจุดกลาง

เริ่มปูกระเบื้อง – ควรเริ่มปูจากเพดานก่อนกำแพง กำแพงก่อนพื้น และการใช้ กาวที่ถูกต้องในการยึดกระเบื้องเข้าด้วยกัน ก็ควรเป็นเรื่องที่ต้องประเมินด้วย การฉาบปูนกาวลงบนกระเบื้อง ก็ไม่ควรที่จะฉาบล้ำออกไปจากตัวกระเบื้องด้านล่าง

ยาแนวกระเบื้อง – การยาแนวกระเบื้องจะเป็นการทำเพื่อให้กระเบื้องยึดติดกันแน่นมากยิ่งขึ้น ควรใช้ยาแนวยี่ห้อที่มีสีใกล้เคียงกันกับกระเบื้องโดยไม่ทำให้เด่นกว่าตัวกระเบื้อง


 

 

ads

สะสมคะแนน 3 คะแนน เท่ากับ 1 ไมล์ โดยสามารถแลกไมล์ ได้หลากหลายสายการบินดังนี้

  1. สายการบิน บางกอก แอร์เวย์
  2. แอร์เอเชีย
  3. คาเธแปซิฟิก
  4. British Airways
  5. Etihad Airways
  6. EVA Air
  7. Qantas
  8. Qatar
  9. Singapore Airlines 

และยังสามารถ ใช้บัตรที่ต่างประเทศ รับคะแนนสูงสุด 4 เท่า ผ่อนสินค้าได้ 0% นาน 10 เดือน 

More Less