Home Reviews Gadgets Sony Xperia Ear อาจไม่ได้ดีขนาดนั้น คิดให้ดีก่อนซื้อ

Sony Xperia Ear อาจไม่ได้ดีขนาดนั้น คิดให้ดีก่อนซื้อ

ก็ต้องยอมรับว่า ในปัจจุบัน เราได้เห็น wearable กันมาหลากหลาย และก็มีบริษัทใหญ่ๆ พยายามที่จะออกไอเดีย ผลิต พวก Wearable ออกมาเยอะๆ เพื่อหวังที่จะครองตลาด ซึ่ง Sony Xperia Ear ก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยที่มันจะสามารถสวมใส่ ให้คนใส่ พูดและออกมาเป็นข้อความ ฟังสภาพอากาศ และการสั่งให้มันทำงานอื่นๆเล็กๆน้อยๆได้ เช่นเดียวกันกับการใช้ Siri ใน iPhone, Amazon Echo, แต่ใช้งานได้น้อยกว่ามาก โดยที่มีแบตเตอรี่แบบอึดๆ ที่ใช้ได้ทั้งวัน ทั้งหมดนี้ในราคา 6-7 พันบาท

ดูๆไปเหมือน Sony พยายามจะออก Wireless Earbud เช่นเดียวกันกับ Airpods จาก Apple หรือ อาจจะนำมาเทียบกันกับ Bragi Dash ก็ได้ หากใครนึกไม่ออก ในหลักการแล้วก็คือ มันคือ หูฟังไร้สาย โดยใช้ Bluetooth เชื่อมต่อ พร้อมกันกับ Software สำหรับออกคำสั่งได้นั่นแหละ ซึ่งจะถูกเชื่อมต่อเข้ากันกับ smartphone ของผู้ใช้ และส่งต่อ notification มายังหูฟังตัวนี้ ซึ่งผู้ใช้ Sony’s Xperia Ear ก็จะต้องกดที่หูฟังเพื่อออกคำสั่ง ซึ่งจริงๆแล้ว ไม่ได้ต่างอะไรกับการใช้งาน Google หรือ Siri ซึ่งเมื่อใส่ไปนานๆ แล้วจะรู้สึกไม่ค่อยสบายรูหูเท่าไหร่นัก ราคาแพงเกินตัวไป และมีความฉลาดน้อยกว่าคู่แข่งอย่างมาก แต่ก็ไม่ได้จำเป็นต้องซื้อมาใช้แต่อย่างใด

1 มันมีอะไรข้างใน Xperia Ear บ้าง?

เพราะมันเป็นหูฟังเดี่ยวๆ ที่เป็นแบบ Wireless ขนาดเท่ากับหัวแม่โป้ง รูปทรงกลมๆ และสามเหลี่ยม สำหรับสวมใส่และออกคำสั่งผ่านหูฟัง ด้านนอกมีปุ่มที่สามารถกดได้ เพื่อที่จะออกคำสั่งให้มันทำงาน และมีไฟสีฟ้า บ่งบอกว่ามันกำลังต่อ Bluetooth อยู่

และสำหรับด้านใน มี Sensor ฝังอยู่ มี Gyroscope, accelerometer, Bluetooth, NFC, และ Proximity Sensor ซึ่งสามารถกันน้ำและความชื้นได้ในระดับ IPX2 หมายความว่ามันสามารถกันน้ำฝนแบบตกเบาๆได้นิดหน่อย แต่ถ้าฝนตกหนักๆต้องรีบเก็บใส่กระเป๋าทันที และสำหรับกล่องใส่ เป็นกล่องชาร์จไฟ ที่เล็กพอที่จะใส่ได้ในกระเป๋าเงินผู้หญิง ซึ่งก็เป็นข้อดี

2 ใช้งานได้ดีหรือเปล่า?

ข้อดีของมันคือการเริ่มต้นใช้งานที่ค่อนข้างง่ายมาก และมันสามารถใช้ได้กับ Android เท่านั้น และถ้าหากคุณใช้ iPhone อยู่ ก็ไม่ต้องสนใจ ปิดหน้านี้ทิ้งไปเลย เพราะมันไม่สามารถใช้ได้

และเมื่อซ์้อมาแล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ไปที Google Play แล download Xeperia Ear App มาและพยายามเชื่อมกันระหว่าง Smartphone Android และตัวหูฟังนี้ และถ้ามือถือคุณมี NFC ก็ไม่ต้องยุ่งยาก เชื่อมกันได้ด้วย NFC ได้เลย และเร็วมากซะด้วย

เมื่อเชื่อมต่อกันเสร็จก็ขับรถออกไปทำงานได้เลย หูฟังที่เสียบเข้าไปค่อนข้างแน่น และดูเหมือนจะไม่ตกจากหูง่ายๆ แม้จะส่ายหัวหรือเดินกระแทก คือในชั่วโมงแรกๆ ใส่แล้วก็รู้สึกสบายๆ ธรรมดาๆ แต่พอชั่วโมงถัดไป จะรู้สึกตึงๆหูและเจ็บ แต่ก็ไม่ได้มากขนาดต้องรีบถอดออก แต่มันรู้สึกว่าไม่สบายเท่ายี่ห้ออื่นๆ และสุดท้ายก็ต้องใส่เข้าถอดออกอยู่อย่างนั้นตลอดเวลา

3 สั่งการด้วยเสียง

สำหรับการ ใช้งาน Xperia Ear ตัวนี้ ก็ต้องมีการกดปุ่มเพื่อให้ระบบมันรู้ว่า เรากำลังจะสั่งงานอะไรมัน และมีหลักการง่ายๆคือ กดปุ๊ป รอให้มีเสียง ติ๊งๆ 3 ที และพูดสั่งงาน หรือถามคำถาม แต่เค้าก็มีปรับได้โดยที่ไม่ต้องกดสั่งงานทุกครั้งไป โดยการใช้เสียง Activate หูฟัง (กดสั่งงานทุกที มันจะไปดันใบหู ทำให้เจ็บได้) แต่มันจะทำให้แบตไม่อึด และหมดเร็วมาก

และถ้าคุณอยากจะใช้ OK Google ก็สามารถใช้งานได้ ซึ่งคุณก็จะได้ใช้ OK Google เหมือนกันกับที่คุณสามารถสั่งการมันได้จากมือถือนั่นแหละ และสำหรับการคุยกับ Sony’s Assistant หรือโปรแกรมที่ใช้เสียงถามได้จาก Sony ตัวนี้ มันรู้สึกเหมือนคุยกับหุ่นยนต์ ไม่ได้มีอารมณ์ร่วมเท่าไหรนัก เมื่อเทียบกันกับ Siri, Google Assistant, Alexa, ซึ่งมีเสียงเป็นเสียงคนจริงๆ

นอกเหนือจากนั้น ทดลองให้มันอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ มันไม่ได้อ่านชื่อของบุคคลในข่าวได้อย่างถูกต้อง เลยต้องนั่งฟังนานๆ จนกว่าจะนึกออกว่าบุคคลในข่าวเค้าคือใคร ซึ่งมันจะเริ่มต้นอ่านตั้งแต่หัวข้อข่าว แต่สามารถตั้งได้ ว่าจะให้อ่านหรือเปล่า

ด้วย Sony Xperia’s Ear คุณสามารถตั้งได้ว่าจะให้มันแจ้งเตือนเกี่ยวกับ ปฏิทิน อีเมลล์ Gmail SMS Twitter หรือ Facebook ได้ ซึ่งมันจะมีเสียงแจ้งเตือนเมื่อมีอะไรใหม่ๆเข้ามาผ่านหูฟังนี้ ซึ่งสามารถตั้งปิดก็ได้ ไม่ซีเรียสหากว่าคุณเริ่มรำคาญ

4 สั่งการด้วยเสียงอย่างเดียวหรือเปล่า?

คือมันคงดูแปลกๆแหละ ถ้าคุณอยู่ใน Office และพยายามพูดดังๆให้มันทำงาน เพราะฉะนั้น Sony เค้าก็เลยออกแบบมาให้มันสามารถรับคำสั่งได้เมื่อผู้ใช้ พยักหน้า หรือส่ายหัว สำหรับการตอบคำถาม assistant ตัวนี้ ซึ่งมันก็นับว่าดีมากสำหรับ wireless earbuds รุ่นแรกที่ออกมาจาก Sony แต่การทำงานก็มีความผิดพลาด เรียกได้ว่ามากเลยทีเดียว เพราะ หลายๆครั้งที่ส่ายหัวโดยไม่ได้ตั้งใจ อาจจะคุยกับใครอยู่ มันก็ชอบมีเสียงแจ้งเตือนแปลกๆ และจะได้รับ alerts ที่ไม่ได้ต้องการอยู่เป็นประจำ

เวลาวางโทรศัพท์เอาไว้ และเดินไปนอกวง Bluetooth และเมื่อกลับมา มันไม่ได้เชื่อมต่อกันได้เหมือนเดิม และนั่นหมายถึงว่า Sony Xperia Ear จะหยุดทำงานทันทีและต้องมานั่งต่อกันใหม่ อีกครั้ง

5 โดยสรุปแล้วก็คือ?

ไม่ต้องหาซื้อมาใช้หรอก ถ้าอยากได้ gadget ประเภทนี้จริงๆ แนะนำ ให้รอ Airpods ของ Apple หรือ Bragi Dash ที่มีค่าตัวพอกันแต่ ได้รีวิวที่ดีกว่ามาก หรือถ้าคุณไม่อยากมีอะไรมาใส่หูคุณให้ลำบากมากฟก็ ใช้ Ok Google, ใช้ Siri ไปก็ได้ ไม่ต่างกัน

Exit mobile version