ads

กล้อง 360 ที่รอคอยมานาน

เพราะ Trend การ Live Facebook ของคนไทยกำลังโตขึ้นเรื่อยๆ และอีกไม่นานคงมี Facebook Live 360 องศา ให้ใช้ด้วย ซึ่งก็มีคน Live สำหรับขายของ สินค้าต่างๆ ที่โดยปกติแล้วเราจะเห็นการ Live แบบเห็นอยู่มุมเดียวคือหน้าของผู้ขาย และสินค้าที่วางอยู่ตรงหน้า ซึ่งก็คงมีหลายคนเคยคิดที่จะหากล้อง 360 องศาหรือสามารถถ่ายวีดีโอได้โดยรอบ แต่กล้องแบบ 360 องศา พวกแบรนด์ดังมันจะมีราคาสูงเกินไป ไม่คุ้มกับการลงทุน แต่สำหรับกล้อง Giroptic iO ไม่เป็นเช่นนั้น เพราะมันคือกล้อง 360 องศา สำหรับถ่ายวีดีโอ หรือถ่ายภาพ และแม้แต่ การ Live Facebook และใช้ใน Youtube Live สดได้อีกด้วย นับว่าเป็น Gadget ที่อาจเรียกได้ว่าเจ๋งที่สุดในต้นปี 2017 เลยทีเดียวและมีข่าวดีคือมันไม่ได้แพงจนเกินไปเพราะราคาไม่ถึงหมื่นบาท แต่ Giroptic ขายดีจนกระทั่งของหมดตลอดเวลา ซึ่งมันมีจำหน่ายในเมืองนอก แต่ถ้าสั่งผ่านเว็บเค้าส่งที่ไทยด้วย

Spec : Giroptic iO กล้อง 360 องศา

Attribute

Description

เลนส์ Optics: 2 x 195° Aperture: F/1.8 Field of view: 360° x 360° ไมโครโฟน : stereo / AAC
โหมดถ่ายวีดีโอและภาพ วีดีโอด้วย 30 frame per second ถ่ายภาพได้และ Live ได้ความละเอียดแล้วแต่ platform
การเชื่อมต่อ ผ่านทาง Lightning Micro USB ของ Apple เท่านั้น
น้ำหนัก และ dimension 73mm x 35mm / 2.9″ x 1.4″ Weight: 70g / 2.5oz
วัสดุที่ใช้ เคสอลูมิเนียม
แบตเตอรี่ Lithium-ion  (915mAH, 3,7V)
การอัดภาพและวีดีโอ ใช้ iO 360 app เพิ่ม ความละเอียดภาพถ่าย 3840 x 1920 / JPEG วีดีโอ 1920 x 960 / MP4 (H.264)
การจัดเก็บข้อมูล อัดข้อมูลลง Smartphone และ Tablet

 

REVIEWS

สิ่งที่คุณจะเห็นเกี่ยวกับกล้อง Giroptic iO อย่างแรกๆเลยก็คือ มันเป็นกล้องที่มีขนาดเล็กมาก สามารถพกพาไปได้ทุกที่ และขายึดที่ยึดติดกับท้ายของ iPhone หรือ iPad ก็ค่อนข้างมั่นคง และมี เลนส์แบบ Dual คือดูไปดูมามันเป็นกล้องที่ดูเรียบง่ายมาก ซึ่งในกล่องที่จะได้มาของกล้อง Giroptic iO ก็คือ จะมีกล้องมาให้ 1 ตัว ตัวคลิบหนีบโทรศัพท์ 1 ชิ้น เคสสำหรับเก็บและกันรอย สายชาร์จ ผ้าอย่างดีทำหรับทำความสะอาดและมีคู่มือให้ 1 เล่ม

การต่อเข้ากับ iPhone หรือ iPad ก็ง่ายมากและค่อนข้างน่าประทับใจ เพราะมันสามารถต่อเข้ากับ lightning mini USB port ของ iPhone 5 ขึ้นไปได้เลย โดยที่ไม่ต้องใช้ต่อ Wifi หรือ Bluetooth ใดๆ และการเริ่มต้นใช้งานไม่ยุ่งยาก และต้องลง iO 360 application เป็น application เฉพาะของทาง Giroptic และหลังจาก Install เสร็จก็เริ่มต้นใช้งานได้เลย

เริ่มต้นทดสอบกับ iPhone 7 (ซึ่งคาดว่าน่าจะสามารถใช้ได้กับ iPhone 8 ด้วย) และเริ่มต้นใช้งานก็ง่ายๆ แค่เพียงเปิด application มาและให้กล้องทำงาน โดยการใช้นิ้วสัมผัสเลื่อนภาพได้โดยที่ไม่ต้องไปยุ่งกับตัวกล้องเลย และการเลื่อนภาพด้วยนิ้ว ทำได้อย่างราบลื่น ไม่ติดขัด แต่บางครั้งภาพจะช้าบ้างแต่ก็ไม่ได้หนักหนาอะไร แต่การถ่ายภาพแบบ 360 องศาหรือ วีดีโอ ด้วยกล้องเทคโนโลยีที่มีราคาน่าคบแบบนี้ คงไม่มีอะไรต้องบ่นมาก

เคส iPhone หนาไปอาจต้องถอด

ซึ่งตอนที่เค้าทดสอบมีปัญหาอยู่บ้างตรงที่ บางคนใส่เคสโทรศัพท์ค่อนข้างหนาทำให้การติดกล้อง 360 Giroptic iO ค่อนข้างยากนิดนึง และต้องถอดเคสออกมาใช้งาน คือ ถ้าใครจะซื้อมาใช้ แนะนำให้ใส่เคสมือถือที่บางๆหน่อยอย่าหนาจนเกินไป จนต้องถอดเคสออกมาใช้

ไม่กินแบตมือถือ

เพราะ Giroptic iO มันมีแบตในตัว (ตามเสปค) และการเสียบเข้ากับช่องชาร์จ iPhone มันไม่ได้ชาร์จไฟอย่างที่เข้าใจ แต่มันเป็นการอัดข้อมูลลงหน่วยความจำไปเลย และแบตของ Giroptic iO มันสามารถใช้งานได้ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง เรียกได้ว่า ถ่ายกันได้มันส์จนเมมเต็มเลยทีเดียว

Live 360 เลือกได้เลยว่าจะ Live ที่ไหน? Facebook หรือ Youtube?


จากวีดีโอที่เค้าสาธิตให้ดูจะเห็นได้ว่า เค้าเริ่มต้น Video Call และเพื่อนสามารถหมุนไปดูได้รอบทิศทาง และเค้ามีให้เลือกผ่าน application เค้าด้วยว่า จะ Live ที่ไหน พูดตรงๆ สะดวกมากๆๆๆ แต่ข้อเสียของมันก็คือ คุณต้องเช็คให้ดีก่อนว่าคุณจะ Live ในสถานที่ ที่คุณอนุญาตให้คนเห็นแบบ 360 องศาได้ บางคน Live ในห้องนอน อาจต้องเก็บของให้มิดชิดก่อน อย่าลืม และอัพเดทล่าสุดก็คือ Giroptic iO สามารถใช้ได้กับ iMessage คือสามารถส่ง ภาพ 360 องศาไปใน iMessage ให้เพื่อนได้

ความละเอียดการ Live อาจไม่ดีเท่าที่คิด

หากเราเทียบกับ Samsung Galaxy Gear 360 ตัวใหม่ มันจะมีความละเอียดที่ 4096 X 2048 Pixel แต่สำหรับ Giroptic iO มันอยู่ที่ 1920 x 960 ซึ่งมันสู้กันไม่ได้อยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นภาพถ่ายหล่ะก็ Giroptic iO ทำได้ค่อนข้างดีที่ 3840 X 1920 pixel

สิ่งที่น่ากังวล

สิ่งที่ควรเป็นห่วงมากที่สุดก็คือ battery เพราะ เราจะไม่รู้ว่าชาร์จกี่ครั้ง หรือใช้กี่ครั้งแบตจะเริ่มเสื่อมซึ่งทำให้อายุการใช้งานในแต่ละครั้งลดลงแน่นอน แต่ถ้าไม่ซีเรียสมาก ก็คิดซะว่าเหมือนกับซื้อ iPhone หรือ smartphone ที่เปลี่ยนแบตไม่ได้มาใช้งานนั่นแหละ

มีตัวเลือกอื่นที่น่าสนใจกว่า Giroptic มั้ย?

คืออย่างแรกเลยถ้าคุณใช้มือถือ Android อาจจะหมดสิทธิ์ตอนนี้ แต่ปลายปี 2017 น่าจะมีให้ได้ใช้กัน ซึ่งหากจะพูดถึงกล้อง 360 ตัวอื่นๆยี่ห้ออื่นๆ ก็น่าจะเป็น Samsung Gear 360 เวอร์ชั่น 2017 แต่อันนั้นจะเป็นระบบ Wireless หรือ Bluetooth และต้องมาเทียบราคากันต่อไป

ข้อแนะนำ: ซื้อได้เลยหากคุณมี iPhone 5S ขึ้นไป หรือ iPad Mini