Home Reviews Gadgets รีวิว Urbanista – Melbourne ลำโพง Bluetooth สำหรับชาว Hipster จิ๋วแต่แจ๋ว

รีวิว Urbanista – Melbourne ลำโพง Bluetooth สำหรับชาว Hipster จิ๋วแต่แจ๋ว

แค่เดินผ่าน ได้ยินเสียง ยังต้องซื้อ

ลำโพง Bluetooth สำหรับการฟังเพลง ดูหนัง เปิดเพื่อความบันเทิงในปัจจุบัน มีเป็นร้อยเป็นพันแบรนด์ แต่ แบรนด์ที่เราเลือกมารีวิวนั้น จะต้องเป็นแบรนด์ ที่สร้างความประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคา การใช้งาน ความคุ้มค่า ดีไซน์ที่เตะตา และแน่นอนว่าเรื่องคุณภาพเสียงเป็นเรื่องที่สำคัญ และเมื่อเดินผ่านไปเจอ Urbanista – Melbourne ก็อดไม่ได้ที่จะนำมารีวิวให้ชมกัน และยิ่งเหลือบไปเห็นป้ายราคาแค่ 2 พันกว่าบาท แล้วกับคุณภาพเสียงที่เรียกได้ว่า “คับแก้ว” จึงต้องเอื้อมไปหยิบมาจ่ายตังค์ และ เอากลับมาใช้ที่บ้าน เพื่อทำรีวิวกันเลยทีเดียว

ขอออกตัวก่อนเลยว่าเป็นการรีวิวที่ไม่ได้มาอ้างอิงใน spec หรือเป็นประเภทว่าก่อนการจะรีวิวต้องมีการเปิดทิ้งไว้เพื่อเป็นการ burn-In 300 ชั่วโมงขึ้นไป ต้องดำน้ำ ลุยไฟ ยกกระถางมังกรเหมือนจอมยุทธเส้าหลินเพื่อให้เข้าที่ก่อน ปลั๊กผนังราคาหลักหมื่น ผ่านตัวกรองไฟกันไฟกระชากหลักพันหรือใช้อุปกรณ์ระดับหูทองระดับเซียนนั่งฟังบนเมฆสีทองแต่อย่างใดนะ เป็นการรีวิวกันแบบบ้านๆและไม่ใช้ศัพท์แสงทางเทคนิคอะไรที่ฟังดูเข้าใจยากจนเกินไปนัก เรียกว่าเปิดกล่องมาเราก็ใส่กันเลย ก็นี่มันลำโพง Bluetooth ที่เราเอาไว้ลุย เอาไว้ไปสนุกที่ไหนก็ได้นะคุณ จะมานั่งหาอุปกรณ์ที่ซีเรียสจริงจังอะไรขนาดนั้นคงไม่ได้ฟังกันพอดี

จุด ประทับใจ : น้ำเสียงที่มาแบบครบถ้วนทุกย่าน พลังขับ ความชัดเจน และ ดีไซน์แจ๋วๆ น้ำหนักเบาพกพาสะดวก กับราคาที่สมน้ำสมเนื้อ ลองเอาไปเทียบกับลำโพงฺที่มีราคาแพงกว่าอาจจะให้ได้ไม่ครบถ้วน เท่านี้ ตอบโจทย์ให้กับทุก lifestyle ในเมือง สมชื่อยี่ห้อ Urbanista ฟังเพลงได้เกือบทุกแนว เสียงไม่บาดหู เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา หนุ่มสาว Hipster และหนุ่มใหญ่ สาวใหญ่วัยทำงาน เรียกได้ว่าเหมาะกับทุกคนที่หัวใจยังมีเสียงเพลง
ต้องขอบอกก่อนว่าค่อนข้างเห็นด้วยว่าการ Burn-In (การเปิดใช้งานไปสักระยะหนึ่งมักจะนับกันเป็นชั่วโมง เช่น 100 ชั่วโมงขึ้นไป) คือสินค้าพวกลำโพง เครื่องเสียง อะไรพวกนี้ก็ค่อนข้างจำเป็นและมีผลต่อการใช้งาน อย่างน้อยก็เป็นการให้ขอบกรวยของวัสดุต่างๆที่เอามาทำเป็นลำโพงได้มีการทำงานให้เข้าที่ มีการขยับตัวจนอยู่ตัว วงจรต่างๆได้มีการทำงานจริง มีกระแสไฟฟ้าเข้าไปหล่อเลี้ยงซึ่งจะทำให้เกิดเสถียรภาพของวัตถุนั้นและเป็นการทำให้เสียงต่างๆที่ถูกขับออกมานั้นเข้าที่และให้การตอบสนองที่คงที่ตามที่เค้าควรจะเป็น เรียกว่า”อยู่ตัว”แล้วก็แล้วกัน

โดยส่วนตัวแล้วเราจะไม่ค่อยสนใจในเรื่อง Spec และตัวเลขที่กำหนดมามากนัก ซึ่งของแบบนี้ใครๆก็เขียนหรือกำหนดขึ้นมาให้วิเศษแค่ไหนก็ได้โดยเฉพาะเรื่องของการตอบสนองความถี่และกำลังวัตต์ (Watt) ซึ่งไม่รู้สมัยนี้ยังเอากำลังวัตต์มาเกทับกันเหมือนเมื่อสัก เกือบ 20 ปีที่แล้วรึเปล่า เล่าให้ฟังกันขำๆว่า สมัยนั้นบางท่านมีความเชื่อว่ายิ่งลำโพงหรือเครื่องเสียงชุดใดให้กำลังวัตต์มาก เสียงยิ่งดี ทางบริษัทผู้ผลิตในยุคนั้นก็พากันเข็นชุดเครื่องเสียงระบุกำลังวัตต์แบบเว่อร์ๆกันออกมามากมายโดยเฉพาะพวกชุดเครื่องเสียงที่เราเรียกว่า Mini Compo ทั้งหลายแหล่

ดังนั้นในส่วนนี้อาจจะแค่ดูผ่านๆให้พอประเมินได้เท่านั้นเอง แต่ spec เรื่องอื่นๆ เช่น เรื่องของระยะการเชื่อมต่อของ Bluetooth หรือ ระยะเวลาที่สามารถใช้หลังชาร์จแบตเตอรี่เต็มแล้ว เราค่อนข้างให้ความสำคัญตรงจุดเหล่านี้มากกว่า  ไม่ใช่โม้ว่าชาร์จเต็มแล้วใช้งานได้ 5-8 ชั่วโมง พอเอามาใช้งานจริงได้แค่ 2 ชั่วโมงแบบนี้ก็ไม่ไหว

ถ้างั้น…..เรามาเริ่มกันเลย

แกะกล่อง (Unbox)

คนทำรีวิว เชี่ยวชาญเรื่องลำโพงมาก แต่ไม่เชี่ยวชาญเรื่องการถ่ายรูปเลย…ขออภัยหากรูป Urbanista Melbourne นี้ไม่ค่อยชัด

แพคเกจทำออกมาได้ดูมีราคา นัยว่าเค้าออกแบบให้เข้ากับชีวิตและ lifestyle ของคนเมือง ของที่ใช้ต้องเรียบง่ายแต่ต้องมีสไตล์และดีไซน์ต้องแจ๋วจริง แถมต้องพกพาสะดวกด้วยนะ ประมาณว่าคนเมืองอย่างเรานั้นมีชีวิต ที่ไม่หยุดนิ่ง กิจกรรมเยอะ activity แยะ ต้องไปโน่นมานี่ตลอดเวลา เช้าตื่นไปทำงาน บ่ายออกพบลูกค้า เย็นสังสรรค์กับเพื่อน บางวันต้องมีกิจกรรมโลดโผนอย่างอื่นอีก ไหนจะปาร์ตี้ช่วงสุดสัปดาห์ ไหนจะวันหยุดพักผ่อนสบายๆ ซึ่งทุกๆกิจกรรมที่ว่ามานี่ก็ไม่อยากจะขาดเสียงเพลง

ด้วยประการนี้ทาง Urbanista จึงได้ให้กำเนิดเจ้าลำโพง Bluetooth ขนาดพกพาแต่เปี่ยมคุณภาพก็คือเจ้า Melbourne รุ่นนี้ขึ้นมา เค้ามีมาให้เลือกกันถึง 4 สี ได้แก่ Dark Clown,Fluffy Cloud,Rose Gold และ Blue Petroleum ทุกสีสวยสดงดงาม เลือกได้ตามใจ ตาม lifestyle เก๋ๆกันได้เลย

พอแกะกล่องออกมาเราก็จะพบกับ

  1. คู่มือ
  2. เชือกสำหรับร้อยเข้ากับตัวลำโพงสามารถใช้แขวนได้ ขอบอกว่าเค้าจัดสีเชือกให้เข้ากับสีของตัวลำโพงมองดูแล้วน่ารักมากมาย
  3. สายสำหรับชาร์จและ
  4. ตัวลำโพงขนาดน่ารักพกพาสะดวก ขนาดประมาณหนึ่งฝ่ามือ

ตัวลำโพงนั้นมี น้ำหนักเบา ทำจากพลาสติกเนื้อดีขึ้นรูป แต่ก็ดูแข็งแรงใช้ได้ ตะแกรงโลหะด้านหน้าก็แน่นหนาดี ตามขอบหุ้มด้วยยาง มีช่องเปิด/ปิดสำหรับชาร์จไฟและช่องเสียบแบบ 3.5 mm.  ที่เค้าออกแบบมาดูกะทัดรัดและค่อนข้างแน่นหนาแบบนี้เพราะในคู่มือบอกไว้ว่าเจ้า Melbourne สามารถจะกันละอองน้ำละอองฝนได้ระดับ IPX4 เชียวนะ (ก็แค่พอกันพวกละอองน้ำ ละอองฝนได้แต่ก็อย่าถึงกับเอาไปแช่น้ำทดสอบกันเลย)

สำหรับมาตรฐาน IPX4 เป็นมาตรฐานที่ใช้กันทั่วโลกสำหรับสินค้า Electronics โดยเฉพาะ ซึ่งจะเป็นค่ามาตรฐานที่บอกให้รู้ว่า สินค้านั้นๆ สามารถกันน้ำ และ กันฝุ่นได้มากน้อยเพียงใด สำหรับการกันฝุ่นจะมีเลขเรียงกันระหว่าง 0-6 ระดับ IPX4 ก็จะสามารถกันฝุ่นที่มีขนาด 1 มิลลิเมตร หรือใหญ่กว่าไม่ให้เข้าตัวเครื่องได้ และ มาตรฐานกันน้ำ มีทั้งหมด 9 ระดับคือ 0-8 และ Melbourne อยู่ระดับ 4 ซึ่งสามารถกันละอองน้ำ จากทิศทางใดก็ได้ อย่างน้อยๆ 5 นาที ซึ่งนั่นหมายความว่ามันสามารถกันเหงื่อได้ กันน้ำได้ระดับหนึ่ง และนับว่าโอเคมากเลยทีเดียวสำหรับระดับนี้กับลำโพง Bluetooth แบบนี้

ลองเสียง Urbanista – Melbourne (Testing)

หลังจากแกะกล่องและชาร์จแบตทิ้งไว้แล้วก็ทำการเชื่อมต่อแบบ bluetooth ขั้นตอนการเชื่อมต่อก็เหมือนกับอุปกรณ์ทั่วๆไป คงไม่ต้องมานั่งบอกกันว่าต้องทำอย่างไรเนาะ เราเด็กยุคใหม่เรื่องแค่นี้สบายๆ

เสียงแรกที่ได้ยินขอบอกเลยว่า ไม่เบา!! แถมยังค่อนข้างประหลาดใจกับความดังที่เรียกว่าเกินตัว เจ้า Melbourne เปล่งเสียงเพลงได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังให้รายละเอียดเสียงที่ดี เราคงไม่ต้องพูดถึงความชัดเจนระดับแยกเสียงเป็นชั้น มิติกว้างลึกอะไรขนาดนั้น เพราะเค้าเป็นลำโพงเล็กที่เอาไว้ใช้งานแบบสะดวกพกพา แถมราคาก็ยังไม่สูงมาก จะให้ดีทุกด้านและครบถ้วนสมบูรณ์แบบอะไรขนาดนั้นก็คงจะเกินไป

ค่อนข้างประทับใจกับ Design ถ้าดูจากด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้าง ขนาดมันไม่ใหญ่ไม่เล็ก ประมาณเท่าฝ่ามือ สีสวย และที่เราเลือกมารีวิวก็คือสีชมพู ออกแนว Rose Gold

อีกสิ่งหนึ่งที่น่าประทับใจกับเจ้าลำโพงเล็กๆตัวนี้ ก็คือทาง Urbanista ผู้ผลิตเค้าใส่ passive radiator มาให้ด้วยจะเป็นลักษณะแผ่นกลมๆที่ขยับเข้าๆออกๆได้เหมือนดอกลำโพง วางตัวอยู่ในตำแหน่งบริเวณด้านหลังเครื่อง ถ้าลองเอานิ้วกดดูเค้าก็จะขยับตัวหยุ่นๆเข้าออกได้ ซึ่งหลายท่านอาจจะงงว่าเจ้า passive radiator คืออะไรกันนะ? อธิบายไปอาจจะพาให้เข้าใจยาก เอาเป็นว่าเป็นระบบการขับเสียงออกจากลำโพงแบบนึงที่ช่วยทำให้เสียงย่านความถี่ต่ำ หรือ ที่พวกเราเรียกกันว่าเสียงเบสนั้นถูกขับออกมาได้ดีและชัดเจนขึ้น  พอมีระบบเพิ่มเสียงเบสให้หนักแน่นขึ้น เจ้า Melbourne ของเราที่มีดีที่เสียงย่านกลางแหลมที่สดใสชัดเจนอยู่แล้ว ก็ยังได้เสียงเบสที่เพิ่มเติมขึ้นมา ทีนี้ก็เลยมีเสียงทุกๆย่านมาให้แบบครบๆ เสียงเบสที่ได้ยินก็ไม่ใช่เบสแบบบวมๆตูมๆตามๆในลักษณะที่เสียงเบสกลบทุกเสียงจนฟังแล้วเสียงมั่ว ตีกันไปหมดโดยเฉพาะตอนที่เร่งเสียงดังๆหน่อย ซึ่งเจ้า passive radiator นี่แหละเป็นอาวุธอันร้ายกาจของเจ้าตัวเล็ก Melbourne รุ่นนี้ทีเดียว เพราะจะได้เสียงเบสมาเติมเต็มเสียงกลางแหลมที่สดใสของเค้าให้เต็มอิ่มได้อย่างลงตัว

Specifications

ให้ความเห็น (Opinion)

จาก ที่ฟังมาร่วมๆครึ่งวัน ทั้งฟังเพลง ทั้งเปิด Youtube ฟังทั้งข่าว ทั้งดูรายการ เรียกว่าฟังแทบทุกอย่าง ใช้งานจริงๆจังๆแบบโหดๆเลย สรุปให้เลยแล้วกันว่าค่อนข้างประทับใจกับเจ้า Melbourne จิ๋วแต่แจ๋วตัวนี้ เค้าให้เสียงที่เรียกว่าครบถ้วนด้วยประการทั้งปวงและมีฟังก์ชั่นต่างๆให้ครบครันสำหรับลำโพงพกพาเลยทีเดียว เอาไว้ใช้เปิดเพลงฟังก่อนนอนในห้องนอนหรือจะใช้เปิดเพลงปลุกก่อนลุกไปทำภารกิจประจำวันก็เรียกว่าให้ความดังที่เพียงพอเลยล่ะ ชาร์จแบตเต็มแล้วก็ใช้งานได้ค่อนข้างยาวนาน พอเพียงกับการใช้งานใน 1 วัน (ใช้เวลาชาร์จประมาณ 2 ชั่วโมง เล่นได้ประมาณ 6 ชั่วโมง) สะดวกสบาย เบา แข็งแรง กันละอองน้ำ ละอองฝนและความชื้นได้ ออกแบบผลิตภัณฑ์ได้อย่างสวยงาม เรียกว่าเอาใจชาวเมืองวิถี Hipster ยุคนี้เลยล่ะ

Verdict สรุปข้อดีข้อเสีย

จุด ประทับใจ : น้ำเสียงที่มาแบบครบถ้วนทุกย่าน พลังขับ ความชัดเจน และ ดีไซน์แจ๋วๆ น้ำหนักเบาพกพาสะดวก กับราคาที่สมน้ำสมเนื้อ ลองเอาไปเทียบกับลำโพงฺที่มีราคาแพงกว่าอาจจะให้ได้ไม่ครบถ้วน เท่านี้ ตอบโจทย์ให้กับทุก lifestyle ในเมือง สมชื่อยี่ห้อ Urbanista ฟังเพลงได้เกือบทุกแนว เสียงไม่บาดหู เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา หนุ่มสาว Hipster และหนุ่มใหญ่ สาวใหญ่วัยทำงาน เรียกได้ว่าเหมาะกับทุกคนที่หัวใจยังมีเสียงเพลง

จุดที่ไม่ชอบ : เนื่องจากตัวลำโพงมีน้ำหนักเบาแต่เค้าจัด passive radiator มาให้ด้วย เวลาเอามาใช้งานคงต้องหาที่ตั้งที่ค่อนข้างเรียบและมั่นคงสักหน่อยไม่งั้นเวลาเปิดเพลงแล้วตัวลำโพงอาจจะสั่นและเลื่อนจนตกโต๊ะตกเตียงได้ อีกอย่างคืออาจจะมีพลังน้อยไปหน่อยถ้าจะเอาเจ้า Melbourne ไปฟังเพลง Rock แบบกระแทกกระทั้น หรือ EDM,HipHop ที่เน้นจังหวะและเสียงเบสที่หนักแน่น เกินไป ทางเราเคยลองเปิดเพลง Metal กับลำโพง Bluetooth บางยี่ห้อระดับ Brand Name ที่ราคาต่างกันเกิน 5 เท่า ก็เรียกว่าไปกันไม่เป็นเหมือนกันแหละน่า เชื่อสิ!

หาซื้อได้ที่ไหน?

ถึงแม้ว่า ในปัจจุบันจะ Urbanista Melbourne จะมีจำหน่ายแค่เฉพาะในห้างสรรพสินค้า ซึ่งยังไม่มีในช่องทางออนไลน์ยกเว้น ที่ DynamicThailand.com เท่านั้น แต่ในอนาคิตเราเชื่อว่า ทาง Dynamic Thailand จะนำลำโพงสุดฮิปตัวนี้ มาจำหน่ายใน Lazada พร้อมส่วนลดพิเศษอย่างแน่นอน เพราะ ขณะที่กำลังพูดถึงนี้ ทาง Dynamic Thailand เปิดร้านแล้วกับ Lazada Thailand ที่ http://www.lazada.co.th/dynamic-shop/ ซึ่งคาดว่าทางบริษัทเค้าจะนำเอา Urbanista Melbourne มาจำหน่ายที่ลาซาด้าอย่างค่อนข้างแน่นอน ใครไม่ถนัดซื้อที่ร้าน Be Trend สาขา สยามพารากอน, เอ็มโพเรียม, เดอะมอลล์ บางกะปิ และ Power Mall สาขา สยามพารากอน, เอ็มโพเรียม, เดอะมอลล์ บางกะปิ, เดอะมอลล์ บางแค ก็รอไปซื้อได้ที่ Lazada ได้เลย

Exit mobile version