DHgate Coupon และ รีวิว

ads

ประหยัดกับการสั่งของ กับ DHgate ด้วย คูปอง

DHgate review และ โปรโมชั่น

B2B ที่กำลังมาแรงทั่วโลก

ก่อนที่จะไปดู รหัสส่วนลด หรือ คูปอง ที่เรียกว่า DHcoupon หรือ DHgate Coupon เรามารู้จักกันก่อนว่า DHgate.com คือใคร DHgate หรือ ดีเอชเกต เป็นบริษัทที่ทำการค้าขายระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ หรือที่เรียกว่า B2B และ B2C ซึ่งเสนอทางเลือกให้ผู้ที่ต้องการจะสั่งของเพื่อมาขายต่อ รวมไปถึงบุคคลธรรมดาที่ไม่ได้เป็นห้างร้าน เพื่อซื้อสินค้ารายชิ้นมาใช้ได้อีกเช่นกัน DHgate เป็นตัวกลางการค้าระหว่าง โรงงาน ผู้ผลิต ในประเทศจีน และลูกค้าซึ่งเป็นห้างร้าน บริษัท หรือ บุคคลธรรมดาซึ่งทำการ ซื้อขายกันผ่านช่องทาง Online ที่ DHgate.com. และหากจะเปรียบเทียบง่ายๆ DHgate จะทำงานคล้ายๆ eBay และบริษัทอีกที่หนึ่งคือ Wholesale-dress.net ที่เคยได้ทำการรีวิวกันไปแล้วครับ และ DHgate เหมาะมากสำหรับ ร้านค้าในไทย ที่ทำการขายส่ง  ขายปลีก เพราะโดยส่วนใหญ่แล้ว คนทั่วโลกเค้าซื้อจาก DHgate.com เพื่อเอามาขายต่อกันครับ.

DHgate คูปอง

หากจะพูดถึงคูปอง เราก็ต้องพูดถึงส่วนลด นอกเหนือจากการได้ส่วนลดจากการสั่งสินค้าตาม Volume แล้ว DHgate เค้ายังมี รหัสส่วนลด ให้กับลูกค้าเวลาสั่งของอีกด้วย. DHgate คูปอง เค้ามีอีกชื่อเรียกหนึ่งคือ DHcoupon ครับ ซึ่งมันก็คือตัวเดียวกันนั่นแหละ การที่จะได้คูปองมาแต่ละรหัสนั้นทาง ผู้ซื้อต้องทำการซื้อครั้งหนึ่งก่อน และจะได้รหัสคูปองมาใช้ในครั้งต่อไป ซึ่งส่วนลดนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่า order ที่แล้วสั่งไปเยอะมากมั้ย? หากว่าเยอะ ก็จะได้ส่วนลดกับ order หน้าเยอะขึ้นอีกครับ ทั้งนี้ ทาง DHgate เค้ามี Policy ในการใช้คูปองดังนี้

 

หาก คูปองใช้ไม่ได้ Click Here เพื่อดูโปรโมชั่นอื่นๆ จาก DHgate.com

  • คูปองทั้งหมดต้องออกโดยDHgate.com เท่านั้น
  • คูปองสามารถใช้ร่วมกับ โปรโมชั่น เช่น โปรโมชั่น จัดส่งฟรีได้
  • หากว่าลืมใส่คูปองตอนสั่งของ กลับมาใส่ใหม่ได้ครับ (เพราะยังไม่ได้จ่ายโรงงาน)
  • คูปองมีทั้ง สองแบบ คือ คูปองของ DHgate เอง และคูปองจากผู้ขายที่ให้มาเป็นพิเศษ แต่ใช้ร่วมกันไม่ได้
  • คูปองแต่ละรหัสใช้ได้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
  • ดูเงื่อนไขอื่นๆเพิ่มเติมที่ DHgate.com

DHgate ไว้ใจได้หรือเปล่า?

อันนี้เป็นคำถามที่หลายคนคิดไว้อยู่ในใจอยู่แล้วไม่ว่าจะสั่งซื้อของอะไรก็ตามผ่านช่องทางออนไลน์ และยิ่งไปกว่านั้น DHgate เค้ามาจากประเทศจีน ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าสั่งของแล้วจะโดนหลอกลวงหรืออะไรกันหรือเปล่า แต่ต้องบอกไว้ได้เลย ตรงนี้ว่า DHgate เป็นแค่ตัวกลางที่คอยช่วยในเรื่อง Order สินค้าเพื่อนำเข้ามาขาย และเป็นตัวกลางที่คอย ติดต่อทางโรงงาน หรือร้านค้าผู้ผลิตต่างๆ ในประเทศจีน เพื่อที่จะให้สั่งของได้ง่ายขึ้นครับ และ DHgate ไม่ใช่ผู้ผลิต ดังนั้น เค้าไม่โกงแน่ๆครับ เพราะถ้าเราไม่โอเคกับ order เค้าก็เสียค่าคอมที่ควรจะได้จาก ผู้ผลิตเช่นกัน! (ที่เราบอกว่าเหมือน eBay ก็ตรงนี้) ส่วนการซื้อของต่างๆ นั้น ทาง ร้านค้าอย่างเราๆ ต้องมาเลือกกันให้ดี ดูความน่าเชื่อถือของ ผู้ขายแต่ละเจ้าให้ดีๆ ก็พอครับ. และก็ถึงคำถามต่อไป จะรู้ได้อย่างไรว่า ร้านค้าแต่ละร้านใน DHgate นั้นไว้ใจได้ น่าเชื่อถือ และจะทำธุรกิจกับเราอย่างจริงจัง?

DHgate wholesale ที่ดีที่สุดตอนนี้

วิธีดูความน่าเชื่อถือของร้านค้า

แน่นอนว่าใน DHgate.com มีผู้ผลิตอยู่เป็นหลักหลายพันเจ้า ตั้งแต่จำพวกสินค้าเสื้อผ้า อุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ tablet, สินค้า brand name ก็มี (แบรนด์ของประเทศจีนที่เป็น Premium Brand) คำถามคือเราจะรู้ได้อย่างไรว่าร้านนั้นน่าเชื่อถือ? ทุกๆวัน ทาง DHgate จะทำการรับ Order ผ่านทางลูกค้าทั่วโลกเพื่อส่งต่อให้กับโรงงาน เป็นพันๆ Order และสิ่งที่ดีที่สุดคือ Feedback ของลูกค้าเองที่คำนวณออกมาเป็น เปอร์เซ็นต์ และตัวเลขครับ

merchant ใน DHgate ที่น่าเชื่อถือ
วิธีดูความน่าเชื่อถือของผู้ขายใน DHgate

หากดูตามภาพ นี่ คือ Merchant หนึ่งในหลายพัน ที่ เป็นตัวอย่างที่ดีเลยทีเดียว ให้ดูตรงเครื่องหมาย Top Merchant และหากใครมีเครื่องหมายนี้ แสดงว่า เป็น ผู้ผลิตที่น่าไว้วางใจ ทำให้โล่งใจขึ้นเยอะ, ต่อมาให้ดูที่ Transactions ซึ่งตรงหัวข้อนี้ ทาง DHgate เค้ากำลังจะบอกเราว่า ทาง โรงงานแห่งนี้ ได้ทำการขายผ่าน DHgate.com ไปกี่ครั้งแล้ว, ตัวต่อมาคือ Positive Feedback, จะเป็นส่วนที่จะบอกว่า ในลูกค้า 100 คน มีคนพอใจกี่คน. นี่คือสิ่งที่จะบอก ผู้ซื้อ เพื่อมาขายต่อ ว่าเค้าไว้ใจได้แค่ไหนครับ.

เทคนิคการซื้อของผ่าน DHgate.com

  1. ให้จำไว้เสมอว่า ให้คุยผ่าน DHgate.com เท่านั้น ไม่สมควรที่จะใช้โปรแกรม Skype หรือ โปรแกรม Chat อื่นๆ เพราะ จะไม่สามารถเก็บหลักฐานได้ (อันนี้ ทาง DHgate เค้าเป็นคนบอกให้ใช้นะครับ ปลอดภัยกว่า)
  2. เมื่อต้องการจะสั่งของจริงๆ ให้ตรวจจำนวนการสั่งอย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตัวหน่วยนับ เพราะบางเจ้าเป็นโหล บางเจ้าเป็นชิ้น จะได้ไม่พลาด
  3. ตรวจสอบสถานที่จัดส่งทุกครั้ง อย่าให้พลาด เพราะพลาดไม่ได้
  4. เวลาจ่ายเงิน.การจ่ายเงินจะจ่ายผ่าน DHgate โดยช่องทาง บัตรเครดิต, โอนเงิน, Western Union, และช่องทางอื่นๆที่ จริงๆแล้วไม่จำเป็นต้องพูดถึง เพราะคนไทยไม่ใช้กัน. แต่การจ่ายเงิน เงินจะไปอยู่ที่ DHgate ก่อน จนกว่าเราจะได้รับของและกด “Confirm Delivery” เพื่อเป็นการยืนยันรับสินค้า หลังจากนั้น ทาง DHgate จะโอนเงินของเราไปให้ผู้ผลิตหรือผู้ขายของเราครับ ซึ่งนับว่าการจ่ายเงิน ก็ค่อนข้างเอาใจลูกค้ามากเลยทีเดียว.
  5. เมื่อได้รับสินค้าแล้ว ควรจะตรวจสอบสินค้าอย่างละเอียด หากพบว่าสินค้ามีไม่ครบ หรือเสียหาย อย่าพึ่งกด Confirm Delivery แต่แจ้งทางฝ่ายบริการลูกค้า DHgate ทันที พร้อมถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน เพื่อที่จะขอ Refund หรือลดราคาจาก ผู้ขายครับ

จะตัดสินใจซื้อกับ DHgate แล้ว ขอความมั่นใจอีกที

ความมั่นใจในการซื้อขาย ต้องอยู่ที่ตัวผู้ซื้อและผู้ขายเองครับ แต่เราสามารถบอกเป็นนัยๆ ได้ว่า DHgate เค้าอยู่ระดับโลกแล้ว และคนก็หาสินค้าจาก DHgate มากขึ้น. สำหรับประเทศที่มีการใช้บริการผ่าน DHgate มากที่สุดเห็นจะเป็น Australia และ New Zealand, ตามมาด้วย Ireland, อังกฤษ, กรีซ, สวีเดน และประเทศอื่นๆครับ ซึ่งหากว่าเป็น Trend ว่า คนรู้จัก DHgate มากขึ้นมั้ย? เราบอกได้ว่า Trend ของ DHgate หรือชื่อเสียงของบริษัทฯ เค้าดีขึ้น เป็นที่รู้จักมากขึ้นพอสมควรเลยครับ และนี่คือ ภาพ Trend ของการค้นหา DHgate จากทั่วโลก ซึ่งจะเห็นได้ว่าบริษัทเค้าเริ่มต้นดังขึ้นมาตั้งแต่ปี 2008 จนมาถึงปัจจุบันครับ

dhgate เทรนด์