Deal ลดราคา สุดๆ : ดีจริงหรือ?

DEALs

หลายๆท่านก็คงได้รู้จัก ว่า อะไรคือ ดีล? และรู้จักกับ เวป ดีล หลายๆ เวป ไป ไม่มากก็น้อย บางท่าน ก็ พึ่ง จะเคยได้ยิน กัน เมื่อไม่นานมานี้.  อันที่จริงแล้ว เวปไซด์ Deal นั้น พึ่งจะเริ่มต้นเข้ามาในเมืองไทย เมื่อประมาณ ปี 2007 หรือประมาณ เมื่อ สี่ปี ที่แล้ว นี้เอง. เวปดีล นั้น มีลักษณะ เป็น เวปที่ นำเอา สินค้า หรือ บริการ ต่างๆ มานำเสนอให้กับลูกค้า ด้วยการลดราคา เพื่อจูงใจ และส่วนลด ของเวป ดีล นั้น บางครั้งอาจสูงสุด ถึง 90% เลยทีเดียว.  การที่ กระหน่ำ ลดราคากันขนาดนี้ แน่นอนว่า จะต้องมีคำถามตามมาอย่างแน่นอน ว่า เค้าลดราคากันขนาดนี้ ได้ยังไง?  หลายๆคนก็เคยได้ เห็น website deal บาง เวป ที่นำ เอา บริการ สปา, นวดตัว, ทำหน้า, โรงแรม มาลดราคา Package Deal ที่ขายกันอยู่หน้า ร้าน หน้าเวป ซึ่งบางครั้ง สูงถึง 20,000 ถึง  30,000 บาท แต่ เมื่อนำมาขายหน้าเวปแล้ว ลดราคาไปกว่าครึ่งหนึ่ง หรือ 50% 60% และ ยาวไปถึง 90% กันเลยทีเดียว. คำถามก็คือ เค้าลดราคากันอย่างนี้ได้อย่างไร?

 

Trend ของ ดีล ในประเทศไทย บอกถึงจำนวนของคนที่ search หา Deal ผ่านทาง Google.com ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ปี 2007 และมีท่าทีว่าจะสูงขึ้นเรื่อยๆทุกปี

เวป ดีล ?

อย่างที่เคยได้ ออกบทความ Review เวปดีล คำว่า “ดีล” นั้น จริงๆแล้ว มันก็คือ ชื่อๆ หนึ่งที่ทำให้คนเรียก ติดปากว่า ดีล, ดีลส์, Deal, Deals ซึ่งทำให้คนเรียกสั้นๆ.  และเวปดีลเหล่านี้ ก็ขาย Coupon ผ่านหน้าเวปไซด์ ของตัวเอง และเอา ราคาต่ำๆ หรือการลดราคา กันอย่างกระหน่ำ เพื่อจูงใจ และกระตุ้นให้เกิดการซื้อ คูปอง ผ่าน ระบบ online ไม่ว่าจะ โอนเงิน, จ่ายผ่านบัตร Credit card, หรือจะ ต้องนั่งรถมอเตอร์ไซด์ ไปจ่าย ที่ counter service หน้าปากซอย.  เวปดีล เหล่านี้ ใช้ หลักการ Group Buying ในเชิงการค้า หรือ หากเรียก กัน แบบ สวยหรูหน่อยเป็นภาษาอังกฤษ ก็คือ Consortium. โดยที่ เวปดีล เหล่านี้ จะเข้าไปติดต่อกับ ร้านค้า และ guarantee กับร้านค้าว่า จะต้องมี ลูกค้าเข้ามาใช้บริการ กับทางร้าน ในจำนวนๆ หนึ่ง ถึงจะอนุญาติ ให้เกิด Deal นี้ขึ้นได้.  คำถามที่ตามมาก็คือ แล้ว ร้านค้า หรือ โรงแรม เหล่านั้น ทำไมต้องยอม?   หากเราพูดถึงเรื่อง ของ Demand Supply แล้ว.  การทำ Deal นั้น น่าสนใจ และล่อใจมากสำหรับร้านค้า.  ลองคิดดูว่า หากท่านเป็นเจ้าของ ร้าน สปา แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ท่านคิดว่า ลูกค้าของท่านจะเต็มร้านทุกวัน จนไม่มีเก้าอี้ให้ลูกค้าท่านอื่นๆ นั่งหรือเปล่า? หรือว่า ท่านคิดว่า ร้านของท่านเป็นร้าน ที่ เป็นที่รู้จักมาก เป็นอันดับหนึ่ง เปรียบเสมือน ห้าง เซ็นทรัลฯ หรือ Seacon Square หรือไม่?  ถ้าคำตอบคือไม่ เวปดีลก็คือคำตอบสุดท้ายของท่าน.

Fixed Cost ?

เพราะเนื่องจากว่า ร้านค้าต่างๆ ย่อมมี รายจ่ายคงตัว หรือในภาษาอังกฤษที่เรียกว่า Fixed Cost. ไม่ว่าจะเป็น ค่าเช่าร้าน, ค่าน้ำยา, ค่าไฟ, ค่าแอร์, ค่าจ้างพนักงาน ซึ่งจะถูกลงไว้ในบัญชี ทุกๆเดือนอยู่แล้ว และถ้าหากว่า ลูกค้าไม่เต็ม ร้าน ในวันนั้นๆ ในมุมมองของ accounting แล้ว ก็จะถือว่า ร้านค้าแห่งนั้น เสีย ค่า Opportunity Loss ไป หรือ ถ้าแปลเป็นภาษาไทย ก็คือ เสียโอกาส ในการทำรายได้ จาก รายจ่าย คือ Fixed Cost ทั้งหมดไป.  บริษัท ดีล ซึ่ง มองเห็นในจุดนี้ ก็จะเข้ามาทำการนำเสนอว่า บริษัท ดีลฯ สามารถที่จะ ดึงลูกค้าเข้าร้าน นั้นๆ ได้ ในวันที่กำหนด หรือวันที่ร้านค้า ต้องการให้เข้า.  ตัวอย่างเช่น.  บริษัท ดีล จำกัด (นามสมมติ ) เข้าไปติดต่อทำ Deal กับ โรงแรมแห่งหนึ่งใน จังหวัด สมุทรปราการ ซึ่งข้อตกลงคือ หากลูกค้าเข้ามาซื้อ Coupon ผ่านหน้าเวปไป ก็จะสามารถ ใช้ได้ เฉพาะในช่วง Low Season ซึ่ง ทางโรงแรม มีห้องว่าง ที่ สามารถให้บริการได้ แต่ไม่มีลูกค้าหรือแขกเข้ามาพัก หรือ มีเข้ามาพักแต่ ต่ำกว่า ความสามารถที่โรงแรมจะให้บริการได้ ( Under Capacity ) โรงแรมแห่งนั้น เกิดความสนใจเป็นอย่างมากกับ Deal นี้ และอนุญาติ ให้ บริษัท ดีล นำคูปอง ไปขาย ซึ่งกลายเป็นตัวแทนโรงแรมไปโดยปริยาย.  และเมื่อ มีลูกค้า มาซื้อ คูปองผ่านหน้า เวปไป ซึ่งสามารถบอกได้เลยว่า ลูกค้า กลุ่มนั้น จะต้องเข้ามาใช้บริการ หรือสนใจ การใช้บริการ ในโรงแรมแห่งนั้น เป็นที่แน่นอน.  และนี่ก็จะกลายเป็นเรื่องของ Demand Management ไปในตัวอีกด้วย

ร้านค้า ได้ อะไรจาก ดีล?

แน่นอนว่า เราเคยได้ เขียน Article แบบนี้ไปแล้วครั้งหนึ่ง ถึงเรื่องของ ร้านค้า ได้อะไรจาก การทำ ดีล กับ เวป ดีลต่างๆ.  ร้านค้านั้น จะได้ ประโยชน์ อยู่  2 ทางใหญ่ๆ คือ

  1. คนรู้จักร้าน มากขึ้น – แน่นอนว่า หากมีผู้มาเข้าใช้บริการ มากขึ้น และ เป็นอีกทางหนึ่งในการ Promote ร้านค้า หรือ ที่พัก ของตัวเองไปอีกด้วย.  หากว่าจะ ใช้ วิธีการ โปรโมท วิธี แบบอื่นๆ เช่น ลง นิตยสาร, โปรโมท ร้านตัวเอง ผ่าน website ต่างๆ, หรือแม้กระทั่ง ออกรายการทีวี หรือ โฆษณา ทีวี อาจมีค่าใช้จ่าย ซึ่ง สูง มากเป็นพิเศษ และบางครั้ง ผลตอบรับที่ได้ ในบางครั้งเหมือนกับ ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ.  แต่ด้วยวิธีการดึงลูกค้า แบบ ขายคูปองแล้ว และเมื่อลูกค้าซื้อไปแล้ว แน่นอนว่า จะต้องเข้ามาใช้บริการ อย่างแน่นอน
  2. ได้ส่วนแบ่งจากการขาย Coupon – โดยปกติ แล้ว ทาง ร้านค้า นั้นจะได้ ส่วนแบ่งจากการขาย คูปอง ประมาณ 70% – 80% นั่นหมายถึงว่า เวปดีลต่างๆ จะเก็บค่าคอมมิชชั่น ประมาณ 20%-30% หรือแล้วแต่ตกลงกัน.
  3. ได้ขาย สินค้า หรือ บริการ มากยิ่งขึ้น – เมื่อลูกค้ามาถึงร้านค้า หรือ ร้านที่ให้บริการต่างๆที่ได้ทำ ดีล กับทางเวป ดีลไป.  คูปองนั้น อันที่จริงแล้ว ก็อาจไม่ได้ ครอบคลุม ถึง ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ตัวอย่างเช่น ซื้อ คูปอง 500 บาท เพื่อเป็นส่วนลดในการทานอาหาร 1,000 บาท.  ซึ่งอันที่จริงแล้ว ลูกค้าอาจทานมากกว่า มูลค่าของคูปอง ก็เป็นได้

เวป ดีล ได้ อะไรจากการทำ ดีล?

หากว่าจะพูดถึง ประโยชน์ ที่ บริษัท ทำดีล หรือ เวป ดีล นั้น ต้องบอกได้เลยว่า มากมายมหาศาล.  ดังตัวอย่าง เช่น เวป Groupon.com ซึ่งเป็นต้นแบบ เวปดีล แห่งแรกๆ และเป็นที่มา ของ หน้าตา เวปดีล ที่ลอกเลียนแบบมาในปัจจุบัน.  Groupon.com นั้น ถูก Google เสนอค่าตัว Take Over บริษัทฯ ไว้ถึง 9,000 ล้าน….ดอลล่าร์ สหรัฐ เลยทีเดียว. นั่นหมายถึงว่า เวปดีล ต้องมีมูลค่า มากมายมหาศาลอย่างเห็นได้ชัด.  เราจะมาดูกันว่า เวปดีล ได้อะไร จากการ ทำธุรกิจ ดีล :

  1. Commission – เวปดีล นั้น แน่นอนว่า ต้องมีกินมีใช้ และต้องมีกำไร เนื่องจาก เป็น เวปที่มาจากบริษัท ซึ่งแสวงหาผลกำไร.  และได้ค่าคอมจากการทำดีลต่างๆ 20% – 30% เลยทีเดียว. อย่าคิดว่าการได้ค่าคอมระดับ 20-30% นั้น น้อย ลองคิดดูตัวอย่าง เช่น ขายดีล มูลค่า  1,000 บาท.  ทาง เวป ก็จะมีรายได้อย่างต่ำๆคือ 200 บาท.  หากขายได้ รวมยอดทั้งปี 10,000 คูปอง.  ลองคูณ ดูก็จะรู้ว่า เป็นตัวเงินที่ค่อนข้างเยอะพอสมควร
  2. Traffic –  เป็นข้อบังคับไปในตัวว่า หากว่าจะได้ ดีล ดีๆ ก็ต้องมาเข้าเวปนี้ หากอยากได้ ดีล อื่นๆ ก็ต้องไปเข้าเวป ดีลอื่นๆ.  การที่กลุ่มคนจำนวนมากมายมหาศาล เข้าเวปดีล ก็จะสร้าง กระแส และ Traffic หรือ จำนวนผู้เข้าชมเวปไซด์ ทำให้เวปนั้นมีชื่อเสียงไปโดยปริยาย
  3. มูลค่าของบริษัท + Website – แน่นอนว่า หากเวปดีล เวปหนึ่ง มี จำนวน Traffic มากมายมหาศาล บวกกับ มีรายได้ เยอะในระดับหนึ่งแล้ว มูลค่าของเวปไซด์ และ มูลค่าของ บริษัท ก็ต้องเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน.  ซึ่งแทบจะเรียกได้ว่า  หากดำเนินธุรกิจไปซัก ห้าถึงสิบ ปี และขาย กิจการทิ้งให้ บริษัทต่างประเทศ เจ้าของเวปดีล ก็อาจนั่งกินนอนกิน และสบายไปถึง ลูก หลาน เหลน โหลน เลยทีเดียว.

ลูกค้า ได้อะไร จากการซื้อดีล ?

สิ่งที่ลูกค้าได้ แน่นอน คือ ความสามารถที่จะเข้าไปซื้อ บริการ หรือ สินค้า ได้ในราคาที่ถูกลง. แต่ ยังมี จุด จุดหนึ่ง ที่ทุกคนอาจจะต้อง สังเกตุ.  โดยปกติแล้ว คนเรา นักช๊อปอย่างเราๆ จะมุ่งเป้าไปอย่างเดียวคือ ราคาถูก! แต่อาจไม่ได้คิดถึงสิ่งที่จะตามมา.  สิ่งที่ตามจากการลดราคาให้ถูกที่สุดของร้านค้า ที่จะมีให้ กับ ผู้ใช้บริการ หรือ ลูกค้าคืออะไร?  ลองนึกภาพดู หากว่า เราเป็นเจ้าของร้านค้า และเรา ได้ ทำดีล กับบริษัทดีลแห่งหนึ่ง ซึ่งลดราคาต่ำมากกว่าความเป็นจริง. ซึ่งมีโอกาสเป็นไปได้สูงที่ ทางร้านค้า ต้องลดต้นทุน ในการบริการ และ/หรือ สินค้าที่ผลิตออกมา เพื่อตอบรับกับความต้องการ ของลูกค้าที่ซื้อ ดีล ซึ่งจะเข้ามาใช้บริการ. หากจะว่าไป การซื้อ ดีล ราคาถูกนั้น จะเปิดโอกาส ให้ ผู้ที่ เป็นคนประหยัด เงิน หรือไม่กล้าใช้จ่ายแพงๆ ได้มีโอกาส ที่จะเข้าไปใช้บริการ ในร้านค้า ร้านอาหาร ร้าน สปา โรงแรม ฯลฯ ได้อย่างสะดวกกระเป๋ามากยิ่งขึ้น

หากจะพูดถึงข้อสรุป ว่า การซื้อ ดีล ราคา ถูก นั้น ดีจริงหรือไม่สำหรับลูกค้า?  คงต้องลองมองกันหลายๆมุม อย่างจริงจัง.  หากว่าเป็นการซื้อ ดีล โรงแรม ในราคาถูก ลูกค้า ที่ซื้อ ก็จะไม่สามารถเข้าไปพักในโรงแรม ได้ ในเวลาที่ตัวเองสะดวก แต่จะเป็นเวลา และวันที่ ที่โรงแรม เป็นผู้กำหนด.  หากว่า จะซื้อ ดีล ราคาถูก เพื่อเข้าไปใช้ในร้านอาหาร ทางลูกค้าก็ต้องเป็นผู้รับความเสี่ยงกับ คุณภาพ ของบริการ และคุณภาพ ของ อาหาร ที่จะได้รับ. ดังนั้น การที่จะบอกว่า ซื้อ ดีล ราคาถูกมากๆ นั้น จะดี หรือ ไม่ดี อาจจะต้องขึ้นอยู่กับตัวของลูกค้า ที่เป็นผู้ประสบเองเท่านั้น!

** บทความนี้ เป็นบทความ Original หาก พบว่ามีการนำไปเผยแพร่ด้วย วิธี คัดลอก โดยไม่มี Reference เป็น Active Link อาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย **