Apple Watch Must Know: มีกี่แบบ? ซื้อรุ่นไหนดี?

ads

Buyer’s Guide แนะนำ Apple Watch เต็มรูปแบบ

ตอนก่อนที่ Apple Watch จะออกวางตลาด และพึ่งเปิดตัวครั้งแรก Apple ออกมาบอกว่า Apple Watch จะเป็นสินค้าที่เป็นส่วนตัวมากที่สุด คือยิ่งกว่าการใช้ iPhone หรือ iPod ซะอีก. และครั้งที่เราฟังผู้บริหาร apple พูดแบบนี้ ตอนแรกเรานึกว่าจะเป็นเรื่องตลก แต่เอาเข้าจริงแล้ว Apple Watch จะติดตัวเราตลอดเวลาซึ่งนอกเหนือจาก Smartphone หรือ iPad หรือสินค้าต่างๆจาก apple เผลอๆแล้ว Apple Watch จะถูกใช้ระหว่างวันมากกว่าโทรศัพท์เสียอีก. และการออก Apple Watch ออกมาครั้งนี้ ไม่ใช่ออกมาแค่ 2-3 เรือน หรือแค่ไม่กี่แบบแต่มีเป็นสิบๆ แบบที่ให้ลูกค้าได้เลือกกันแบบสะใจ และ ตามกำลังทรัพย์ของแต่ละคนเลยทีเดียว และต่อไปนี้จะเป็น Full Reviews + Previews ที่จะบอกทั้งราคาการใช้งานและแบบต่างๆของ Apple Watch ที่มีทั้งหมด 38 แบบ ซึ่งนำเอามารีวิวกันให้ดูเต็มๆ ซึ่งเราคิดว่าน่าจะละเอียดกว่า รีวิว Pantip ณ ปัจจุบัน

apple watch รุ่นเจ๋งสุด

ทำไมเค้าซื้อ Apple Watch กัน??

ก็คงเป็นคำถามแบบเดิมๆ ที่เมื่อครั้งตอน iPad เปิดตัวใหม่ๆ ผู้คนก็ถามว่าแล้วทำไมต้องซื้อ? และแน่นอนว่าเมื่อ Apple Watch มาถึง คนก็ต้องถามคำถามเดียวกันว่า ถ้าซื้อมาใส่แล้วชีวิตจะดีขึ้นหรือเปล่า? แต่เราอยากให้มองต่างมุม. หลายคนอยากซื้อ Apple Watch มาเพื่อใช้สำหรับ Fitness หรือเกี่ยวกับเรื่องของสุขภาพ บางคนชอบส่ง Message สั้นๆ Apple Watch ก็สามารถใช้ส่ง short message แบบสั้นๆได้. บางคนก็ชอบที่จะให้มาอยู่บนข้อมือ เพราะมันสามารถ Sync กับพวกปฎิทิน อีเมลล์ และ ทุกสิ่งอย่างจาก iPhone หรือบัญชีชี Apple ID ของแต่ละคนได้เช่นกัน ทั้งยังสามารถใช้แทนรีโมทของ Apple TV ได้อีกด้วย. ทั้งนี้เราไม่ได้มาบอกถึงข้อดีเพื่อจะยัดเยียดให้ใครก็ตามซื้อ Apple Watch กันอย่างไร้เหตุผล แต่ต้องบอกว่าขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนจริงๆ

Related: ดีล Apple Watch หาซื้อกันอยู่หรือเปล่า?

12 ข้อควรรู้เกี่ยวกับ Apple Watch

1. ความแตกต่างกันระหว่าง Apple Watch แต่ละรุ่น

ง่ายๆสั้นๆต่างกันที่ วัตถุดิบสำหรับ Case ของ Apple Watch, สายนาฬิกา, และ กระจกหน้าจอ

เริ่มต้นที่ Watch Sport หรือสำหรับการกีฬาเพื่อสุขภาพ เป็น รุ่น Apple Watch ที่ถูกที่สุด เพราะผลิตจากอลูมิเนียม ที่มีสี 2 สีให้เลือกคือ Silver และ สีเทา ที่มาพร้อมกับหน้าจอแบบ Ion-X Glass ซึ่งมีน้ำหนักเบา. รุ่น The Watch ทำด้วย Stainless เบากว่าเดิมหน่อย จอทำด้วย Sapphire และมีราคาแพงกว่า Sports Watch. รุ่นสุดแพง The Watch Edition ทำมาจากทองคำแท้หนัก 18 กะรัต จอเป็น Sapphire และแพงที่สุด บางรุ่นถึงครึ่งล้านบาทเลยทีเดียว

2. แตกต่างกันด้วยความกว้างของหน้าจอ 38MM VS 42MM

ทั้งสองรุ่น 38mm และ 42mm เป็นจอแบบ Retina Screen แต่แน่นอนว่ารุ่น 42mm จอกว้างกว่าพอสมควร และมีภาพที่ละเอียดกว่า. ทั้งนี้ Apple บอกว่ารุ่น 42mm แบตจะอึดกว่าหน่อยและ สายนาฬิกาก็ไม่ได้ใช้กันได้หมด แต่บางรุ่นก็ใช้สำหรับ 42mm บางรุ่นก็ใช้สำหรับ 38mm เท่านั้น

3. ถ้าซื้อ Apple Watch มาแล้วไม่ชอบสายนาฬิกาทำไงอ่ะ?

ลูกค้าสามารถซื้อสายนาฬิกาใหม่ได้ตามใจต้องการ แต่ต้องดูรุ่นด้วยว่ารุ่นไหนใส่กับรุ่นไหนได้บ้าง เช่น สายสำหรับ 38mm จะใช้ได้สำหรับ 38mm เท่านั้น และเล็กกว่าพอสมควร สายรัดแต่ละรุ่นก็สามารถปรับให้เข้ากับขนาดของข้อมือของผู้ใส่ได้. สำหรับรุ่น Sports จะมี 2 size และได้มาแบบเป็นคู่ เพราะฉะนั้นไม่ต้องซื้อเพิ่ม. ส่วนรุ่น Modern Buckle Bands จะมาหลายขนาดเพราะฉะนั้นต้องลองใส่ดูก่อนซื้อนะครับ จำเอาไว้

4. ถ้าเราเอา Smart Watch ไปแล้ว ไม่ได้เอา iPhone ไปจะใช้ทำอะไรได้บ้าง?

อย่างแรกเลยคือ Apple Pay ซึ่งอาจจะยังไม่ได้มาใช้แพร่หลายในไทย แต่เมืองนอกเริ่มมีใช้เยอะขึ้นแล้ว. หากไม่ได้เอา iPhone ไปด้วย ก็ยังสามารถฟังเพลงได้โดยใช้ Bluetooth, Headphones, หรือลำโพงต่างๆ. Apple Passbook ก็ยังใช้ได้. Fitness Tracking ก็ใช้ได้เช่นกัน. และ หากไม่มี iPhone เจ้า Apple Watch ก็ยังสามารถใช้แทนรีโมทของ Apple TV ได้ไม่มีปัญหา

6 App ที่คุณต้องมีใน Apple Watch

5. แบตเตอรี่จะหมดเร็วป่าว? ชาร์จนานแค่ไหน?

ใช้ได้ถึง 18 ชั่วโมง แต่ไม่ใช่แบบ Standby. Apple Watch สามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง เช่นการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน รับ message, รับ Notifications, ใช้ใน fitness, ใช้เล่นเพลง. และถ้าแบตเตอรี่ใกล้หมด Apple Watch จะเข้าสู่โหมด power preserve คือกันไม่ให้ดับและสามารถอยู่ได้ถึง 72 ชั่วโมงเลยทีเดียว. ถ้าจะ Charge เพิ่ม จะใช้เวลา 2 ชั่วโมงจนแบตเต็ม และถ้าชาร์จแบบเร็วได้แค่ 80% ใช้เวลา ชั่วโมงครึ่ง. แนะนำให้ชาร์จ 2 ชั่วโมงไปเลยจะดีกว่า

6. เปลี่ยนแบตเตอรี่ได้มั้ย?

Apple แจ้งว่าสามารถเปลี่ยนแบตได้ แต่ยังไม่ทราบราคา

7. มีหน่วยความจำเท่าไหร่?

Apple บอกว่า Apple Watch จะมีหน่วยความจำ 8GB และ 2GB สำหรับเพลง และ 75MB สำหรับภาพต่างๆ ผ่าน iCloud แต่อย่าคิดว่า 75MB น้อยไปนะครับ! เพราะหน้าจอเล็กๆ ทำให้ภาพถูกบีบอัดให้เล็กลง และ สามารถใช้หน่วยความจำเก็บภาพได้เยอะมากกว่าที่เห็นเยอะ

8. คำถามน่าสัยสัย? Apple Watch กันน้ำหรือเปล่า?

ตามที่สอบถามมานั้น Apple Watch อาจไม่กันน้ำหากเอาไปดำน้ำด้วย! แต่สามารถกันน้ำได้จากการสาด หรือฝนตก เวลาล้างมือ. Apple แนะนำว่าไม่ควรนำไปดำน้ำด้วย (Apple Watch มีระบบกันน้ำแบบ IPX7 คือสามารถลงน้ำได้ลึกแค่ 1 เมตร และ กันได้เต็มที่ 30 นาที) อย่าเสี่ยงเลยดีกว่า

9. Warranty ประกัน?

Apple มีให้ Standard Warranty 1 ปี เท่านั้น แต่ไม่สามารถซื้อ Apple Care ได้ แต่จะซ่อมให้ฟรี 2 ครั้ง แต่ต้องจ่ายค่าอะไหล่เอง

10. iPhone รุ่นไหน ที่สามารถใช้ได้กับ Smart Watch?

ต้องเป็น iPhone 5 หรือใหม่กว่า และต้องใช้ iOS 8.2 ขึ้นไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้ได้กับ Apple Products อื่นๆเช่น iPad (ณ ปัจจุบัน)

11. มีอะไรมาพร้อมกับ Apple Watch บ้าง?

ถ้าซื้อจะได้ Magnetic Charging Cable หรือสายชาร์จแบบแม่เหล็ก, USB Adapter, และใบรับประกันพร้อม Manual ต่างๆ

12. ดูเหมือนว่าจะใช้สำหรับคนถนัดขวา มีคนถนัดซ้ายมั้ย?

Apple Watch สามารถปรับให้ใช้เข้ากับคนถนัดซ้ายและถนัดขวาได้ โดยผ่าน function screen orientation


 

38 Model ราคา และ การใช้งาน

 

apple watch sport series

 

รุ่นยอดนิยม Apple Watch Sport 5 สี ราคาถูกสุด

ขนาด: 38mm และ 42mm

ราคาเริ่มต้น: 11,000 บาท สำหรับรุ่น 38mm และ 12,000+ บาท สำหรับ 42mm

มีสีอะไรบ้าง?: สีฟ้า เขียว แดง ขาว ดำ


 

Apple Watch 38MM 42MM Link Braclet

Apple Watch 38MM + 42MM Link Braclet

รุ่นนี้ราคาประมาณ 30,000 กว่าบาท เป็นแบบ Stanless Steel มีสีดำแบบ Batman ดูหรูหรามีสไตล์

 


Apple Watch รุ่น Classic 38mm 42mm

Apple Watch รุ่น Classic 38mm + 42mm
ราคาอยู่ที่ 19,000-21,000+ สำหรับ 38MM และ 42MM
วัสดุ: Stainless Steel
รูปแบบ: สายรัดแบบ Classic สีดำ สำหรับใส่ไปทำงานดูขรึมดี


 

Apple Watch รุ่น Milanese Loop

Apple Watch รุ่น Milanese Loop
ราคาอยู่ที่ 19,000-21,000+ สำหรับ 38MM และ 42MM
วัสดุ: Stainless Steel
รูปแบบ: สายรัดแบบ Milanese Loop สำหรับคนชอบอวดนาฬิกาข้อมือ


 

Apple Watch Modern Buckle และ Modern Loop

Apple Watch สายสีน้ำตาล ชมพู และ สีออกหินๆ Modern Buckle และ Modern Loop

แตกต่างกันที่สายนาฬิกาเท่านั้น โดยมีให้เลือก กับ 38MM และ 42MM

ราคาสำหรับ Modern Buckle = 22,500+

ราคาสำหรับ Leather Loop = 24,000+

วัสดุทำด้วย Stainless Steel

เหมาะสำหรับคนชอบแบบ Classic Look และแบบ Casual


 

 

sport band ขาวดำ

Apple Watch รุ่น Sport Band มี 2 สี ดำ/ขาว

ราคา 16,000+ – 18,000+ สำหรับ 38MM และ 49MM ตามลำดับ

มีสองแบบสีดำและขาว


 

Apple Watch Silver Link

Apple Watch Silver Link 38MM และ 42MM

ราคาเฉียด 30,000 บาท แตกต่างกันที่ Size หน้าจอเท่านั้น ทำด้วยวัสดุ stainless steel


 

Apple Watch Edition 38mm Rose Gold

Apple Watch Edition 38mm และ 42mm

ราคา 300,000 บาท – 360,000+ สำหรับ 38mm และ 42mm

ตัวเรือนเป็นทอง 18K สี Rose Gold

สายเป็นสายแบบ Sport Band


 

 

Apple Watch Edition 38mm 42mm rose gold sport band

Apple Watch Edition 38mm Rose Gold

สายหนังสีเทา Gray Modern Buckle

ตัวเรือนเป็นทองคำ 18K สี Rose Gold

ราคา 510,000++!!!

เหมาะสำหรับใส่ไปรับประทานอาหารกับเพื่อน!


 

Apple Watch Edition 42 mm Gold กับ Midnight Blue Classic Buckle

 

Apple Watch Edition 42 mm Gold กับ Midnight Blue Classic Buckle

สายหนังสี Midnight Blue

ตัวเรือนเป็นทองคำ 18K สีเหลืองทอง

ราคา 450,000++

เหมาะสำหรับใส่ไปงานราตรี


 

WATCH EDITION black sport band

Apple Watch Edition Black Sport Band 38mm + 42mm

สาย Sport Band ประดับทองคำ

ตัวเรือนเป็นทองคำ 18K สีเหลือทอง

ราคา 300,000 – 360,000++

เหมาะใส่ไป fitness หรือ ไปทะเล!

 


 

 

watch edition red buckle

Apple Watch Edition 38mm Gold สายสีแดง

สายแบบ modern สีแดงสด

ราคา: มากกว่า 510,000++

ตัวเรือนเป็นทองคำ 18K ขนาด 38mm มีขนาดเดียว

เหมาะสำหรับผู้บริหารสุภาพสตรี


 

Apple Watch Edition 42mm สายสีดำ

Apple Watch Edition 42mm สายสีดำ

สายสีดำแบบ Classic

ตัวเรือนเป็นทองคำ 18k สีเหลืองทอง

ราคามากกว่า 450,000++