Home Promopedia 7 ข้อควรรู้ ก่อนซื้อรองเท้านักเรียนให้กับลูกสุดที่รัก

7 ข้อควรรู้ ก่อนซื้อรองเท้านักเรียนให้กับลูกสุดที่รัก

เลือกรองเท้านักเรียนเหมือนง่าย? แต่จริงๆมีหลักการ

เด็กนักเรียนก็ยังคงเป็นเด็กวันยังค่ำ และเด็กก็จะเล่นซน กระโดด เตะ ลากรองเท้านักเรียน และทำทุกอย่างกับรองเท้านักเรียน กับการทำกิจกรรมต่างๆ และ รองเท้าก็จะมีการฉีกขาด ช้ำ สกปรกเลอะเทอะ และไม่ว่าคุณจะวางแผนซื้อรองเท้านักเรียนที่ไหนเช่น Bigc, Lazada, Lotus, หรือซื้อผ่าน LINE ได้ราคาดีๆ ยังไงก็แล้วแต่ นอกเหนือจากชุดนักเรียนดีๆแล้ว คุณจะต้องเลือกรองเท้าที่เหมาะสมที่สุดสำหรับลูกของคุณ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งควรถูกกฎของโรงเรียนนั้นๆด้วย เพราะแค่การเลือกรองเท้านักเรียนผิดนิดเดียว อาจเกิดดราม่า ขึ้นในโรงเรียนได้

1 เลือกรองเท้าสำหรับเด็ก

เด็กแต่ละคนก็จะมีการใส่รองเท้านักเรียนไม่เหมือนกัน และแต่ละคนก็มีความชอบ และขนาดเท้าที่ไม่เท้ากันดังนั้นการเลือกรองเท้านักเรียนก็ควรที่จะเลือกให้แต่ละคน และแต่ละยี่ห้อเช่นเดียวกัน ลองตามความพอใจ และเลือกตามเทคนิคนี้

  • เวลาสวมใส่ไม่ควรให้นิ้วโป้งเท้าชิดกับปลายรองเท้า และควรขยับนิ้วโป้งได้อิสระ
  • หน้ากว้างของรองเท้านักเรียน ควรที่จะพอดีกันกับเท้าเด็ก
  • รองเท้าควรจะพอดีกันกับข้อด้านหลังของเท้า
  • เวลาซื้อรองเท้าควรไปช่วงบ่าย เพราะช่วงบ่ายเป็นช่วงที่เท้าของเด็กขยายตัวมากที่สุดแล้ว
  • ไม่ควรเลือกรองเท้าที่ใหญ่เกินไป เพราะคำว่า “เผื่อโต”
  • หากซื้อมาแล้วเด็กเดินแล้วหกล้มบ่อย ให้ทดลองเปลี่ยนรองเท้าทันที
  • หากซื้อมาใส่แล้วเด็กคัน ให้เปลี่ยนรองเท้าเช่นกัน

2 รองเท้านักเรียนราคาถูก จริงๆแล้วแพงกว่านะ

อ่านแล้วอาจดูงงๆ เพราะผู้ปกครองทุกคนอยากประหยัดเงินทั้งนั้น และเพราะช่วงเวลาเปิดเทอมของไทย มันอยู่หลังสงกรานต์ หรือช่วงท่องเที่ยว ที่พ่อแม่ผู้ปกครองจะใช้เงินไปมากช่วงนั้น และทำให้ต้องประหยัด ซื้อแต่รองเท้านักเรียนแบบราคาถูก ซึ่งต้องบอกว่ามันไม่ใช่อย่างที่คุณคิด เพราะรองเท้าที่ราคาถูก จริงๆแล้วมันไม่ถูกหรอก เพราะรองเท้าราคาถูกเค้าจะใช้ยางและวัสดุ แบบราคาถูก ยิ่งเป็นพื้นรองเท้าด้วยแล้ว แป๊ปเดียวสึก ต้องซื้อใหม่อีกคู่ และมากไปกว่านั้น ถ้าพื้นรองเท้าสึกมากๆ นักเรียนอาจล้มหัวทิ่ม ลื่นหัวฟาด บาดเจ็บ เสียเงินเสียทองอีกจนได้

3 แพทย์ที่ทำการบำบัดเท้า แนะนำให้ใส่รองเท้าประเภทไหนหล่ะ?

Podiatrists หรือนักบำบัดเท้า นำเสนอไอเดียที่จะบอกพ่อแม่ทุกคนให้หารองเท้าที่เหมาะกับเด็กคนนั้นๆ และหากโรงเรียนของลูกคุณเป็นโรงเรียน International ที่ไม่ได้มีการจำกัดรูปแบบของรองเท้า เช่นอาจจะใส่รองเท้าวิ่งก็ได้ รองเท้าเดินก็ได้ รองเท้ายี่ห้ออื่นๆที่ไม่ใช่ รองเท้านักเรียนก็ได้ นักบำบัดเค้าแนะนำให้ลูกคุณใส่ รองเท้าแบบ Cross Training (ตัวอย่างเช่น Bata Heritage) หรือรองเท้าสำหรับไว้ออกกำลังกายใน fitness เพราะรองเท้าประเภทนี้จะใช้หนังสัตว์ด้านบน ซึ่งจะคลุมเท้าได้ดีกว่าในเวลาเล่น และมีพื้นรองเท้าที่ถูกออกแบบมาให้สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ และรองเท้า Cross Trainer แบบนี้จะมีอายุการใช้งานนานกว่ารองเท้าประเภทอื่นๆ และมากกว่ารองเท้าวิ่งซะอีก ซึ่งจะทำให้ลูกของคุณใช้งานมันได้ยาวนาน และรู้สึกสบายเท้าด้วย

อย่างไรก็ดี สำหรับโรงเรียนในไทย โรงเรียนรัฐบาล ฯลฯ ที่เค้ามีการจำกัดการใช้รองเท้า ที่ต้องเป็นสีดำ ยกตัวอย่างเช่น นันยาง หรือบางโรงเรียนจะต้องบังคับเป็นรองเท้าหนัง และหากถ้าโรงเรียนเค้าบังคับให้เป็นสีดำ ก็สามารถหา Cross Training สีดำมาใส่ก็ได้ แต่ต้องมีการพูดคุยสอบถามกับทางอาจารย์ก่อนนะ

4 ปกติซื้อรองเท้านักเรียนที่ไหนกันหล่ะ?

ถ้าเป็นผู้ปกครองสมัยก่อน ก็จะไปซื้อตามห้าง และรอเวลามันลดราคา แต่เดี๋ยวนี้มันหาซื้อได้แล้วตาม online ซึ่งจะมีราคาถูกกว่า และส่งฟรี จึงอยากให้ได้ใช้ประโยชน์จากออนไลน์ เหมือนกันกับที่ผู้ปกครองทุกคนพยายามหาข้อมูลอยู่นั่นแหละ ส่วนใหญ่ก็จะมียี่ห้อ Bata, breaker, Gold City

ซื้อที่ 7-11 ( Shopat24 Online ) > shopat24.com/รองเท้านักเรียน

ซื้อที่ BigC Online >> Bigc.co.th/รองเท้านักเรียน

Central เซ็นทรัลออนไลน์ >> central.co.th/kids-shoes-school

ซื้อที่ Lazada >> lazada.co.th/?s=รองเท้านักเรียน

5 กฎเหล็ก 3 ข้อในการซื้อรองเท้านักเรียน

เวลาซื้อรองเท้ายี่ห้อไหนก็ตาม โดยเฉพาะรองเท้านักเรียนที่ต้องใส่ทั้งวัน นั่นหมายถึงว่าลูกของคุณจะต้องอยู่กับรองเท้าคู่นั้นๆ ไปตลอดทั้งเทอม หรือทั้ง semester การเลือกรองเท้านักเรียนมีกฎอยู่ 3 ข้อหลักๆ ดังนี้

  1. ตรงส้นเท้า จะต้องไม่มีช่องว่างพอที่จะให้เอานิ้วโป้งยัดเข้าไปได้ คือมีเหลือที่เผื่อไว้ แต่ต้องไม่ใหญ่ขนาดนิ้วโป้งผู้ใหญ่ยัดได้
  2. รองเท้าจะต้องโค้งงอ ตามเท้าที่งอ ถ้าไม่โค้งตาม นั่นคือรองเท้าที่ไม่ได้มาตรฐาน
  3. ต้องมีเชือกรัด หรือสายรัดอะไรก็ตามที่มั่นคง และ สายรัด หรือ เชือกเหล่านั้นต้องถูกใช้งาน

ข้อ 3 เป็นข้อที่สำคัญมากที่สุด คือเราจะเห็นได้ว่า เด็กๆ ที่ขี้เกียจผูกเชือกรองเท้าเวลาถอดแล้วใส่ใหม่ เค้าก็จะเดินทับส้นไปเลย ซึ่งจริงๆแล้วผิด เพราะรองเท้าที่ดี ต้องมีเชือกผูกเอาไว้กันอันตรายจากการลื่นล้ม มันเลยต้องมีเชือกผูกจริงมั้ย?

6 ควรซื้อรองเท้าให้ใหญ่กว่าเท้าจริงๆหรือเปล่า?

คือผู้ปกครองส่วนใหญ่ ก็จะเล็งซื้อรองเท้านักเรียนหรือรองเท้าอะไรต่างๆนาๆ ให้มีขนาดใหญ่กว่าเท้าปกติของเด็ก เพราะให้เหตุผลว่า “เดี๋ยวมันก็โต” แต่นี่อาจจะเป็นข้อผิดพลาดก็ได้ เพราะถ้ารองเท้าใหญ่กว่าจะทำให้เท้าเลื่อนไปมาในรองเท้าทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายเท้า ซึ่งหากจะเอาให้ดีต้องมีขนาดห่างจากนิ้วโป้งเท้าประมาณ 10-20 มิลลิเมตร ก็พอ

รองเท้านักเรียนปกติก็จะสามารถให้เด็กใส่ได้ถึง 6 เดือน ก่อนที่จะต้องเปลี่ยนคู่ใหม่ (หากวัดมาอย่างถูกต้อง) ผู้ปกครองควรเช็ครองเท้าเด็กอย่างน้อยๆ สองเดือนครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าเด็กยังโอเคกับรองเท้าที่ใส่อยู่ (เพราะส่วนใหญ่เด็กไม่ค่อยมาบอกหรอก)

7 ทำยังไงให้รองเท้านักเรียนใช้ได้นานที่สุดหล่ะ?

การที่จะทำให้มันใช้ได้นานที่สุด ก็คือการที่ให้เด็กมีรองเท้าสำรองซักสองคู่ขึ้นไป เพราะเมื่อมีรองเท้านักเรียน มากกว่า 1 คู่ การเสื่อมสภาพจะช้าลงอย่างเห็นได้ชัด และให้เด็กใส่รองเท้านั้นๆ ไปโรงเรียนเพียงอย่างเดียว อย่าใช้ใส่ทำกิจกรรมอื่นๆ การสอนให้เด็กรู้จักการใช้ การถนอมรองเท้าก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ควรทำ เช่นเดียวกัน

Exit mobile version