ads

ถ้าพูดถึงแบรนด์ Smartphone ที่มาแรงมาก เรียกว่าแซงทางโค้งที่ทำให้ผู้บริหาร Apple หรือ Samsung ต้องเครียดกว่าเดิม ก็คือแบรนด์ “หัวเหว่ย” นั่นเอง ด้วยแผนการตลาดที่ชู มือถือแบบสมาร์ทโฟนที่เน้นการถ่ายรูปแล้วสวย ยกตัวอย่างเช่นรุ่นที่ออกมาและหลายคนเปลี่ยนใจจากแบรนด์อื่น ไปเทใจให้ Huawei ก็คือ P20 Pro ที่มี เทคโนโลยีกล้องจาก Leica ผู้ซึ่งเป็นผู้ผลิตเลนส์กล้องที่มีคุณภาพสูง และทำให้ภาพที่ถ่ายออกมา ถูกใจสาวๆ และผู้รักการถ่ายรูปแทบทุกคน ซึ่งต่อมาได้มีการแนะนำ Huawei P30 และ P30 Pro เข้าสู่ตลาดอีกครั้งหนึ่ง

Huawei ออกโทรศัพท์มาแล้วทั้งหมดกี่รุ่น? (ณ เดือนมีนาคม 2562)

แต่นั่นไม่ใช่สิ่งเดียวที่ ทาง Huawei มีเป็นจุดแข็ง และเพราะ Smartphone Huawei มี ให้เลือกมากหลายซีรี่ย์ ตั้งแต่ D ไปจนถึง Y Series โดยมีรุ่นต่างๆดังนี้[1 ข้อมูลจาก wikipedia]

  • Ascend D Series (มี 6 รุ่นย่อย)
  • Ascend G Series (มี 18 รุ่นย่อย)
  • Ascend Mate Series (มี 21 รุ่นย่อย)
  • Ascend P Series (มี 29 รุ่นย่อย รวมถึง P30/Pro และ P20/Pro)
  • Ascend Q Series (มี รุ่นย่อยแค่ 1 รุ่น)
  • Ascend W Series (มี 2 รุ่นย่อย)
  • Ascend X Series (มี รุ่นย่อยแค่ 1 รุ่น)
  • Ascend Y Series (มี 22 รุ่นย่อย)
  • Nova Series (มี 13 รุ่นย่อย)
  • GX (มี 9 รุ่นย่อย)
  • GR (มี 3 รุ่นย่อย)
  • T (มี 8 รุ่นย่อย)
  • Y (มี 29 รุ่นย่อย)
  • Honor (มี 36 รุ่นย่อย)

รวมทั้งหมดนี่ปาเข้าไป 200 กว่ารุ่นแล้ว ซึ่งมันทำให้มีฐานผู้ใช้ที่กว้าง อยากลองใช้ ในราคาที่ไม่แพงมาก และตัวล่าสุดที่จะพูดถึงวันนี้จาก Huawei ก็คือ P30 และ P30 Pro ที่พึ่งเปิดตัวที่ AIS มาไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ และหากว่า จะมารีวิวแบบบอกข้อดี ก็คงจะธรรมดาไป เรามาดู ข้อเสียของ P30 Pro กันดีกว่า ว่าหากรู้แล้ว จะรับกันได้ไหม?

รู้อยู่แล้วว่าดี แต่มีข้อเสียบ้างหรือเปล่า?

แน่นอนว่า หากใครได้ยินคำว่า Huawei ทุกคนจะนึกถึงกล้องที่มีประสิทธิภาพสูงทันที และ กล้องของ Smartphone จากหัวเหว่ยนั้น ทำให้วงการตลาด Smartphone ต้องรีบปรับคุณภาพตาม โดยที่ P30 Pro นั้น เป็นหนึ่งในมือถือที่ออกมาแบบเด่นชัดที่สุด แต่การที่มีกล้องที่ดีที่สุด ไม่ได้แปลว่า มือถือเครื่องนั้นๆจะดีที่สุดในโลก หรือดีกว่าค่ายอื่นๆ เพราะมันมีปัจจัยอื่นๆด้วย เช่น แบตเตอรี่ การใช้งาน รูปทรง ราคา ฯลฯ และนี่คือสิ่งที่เราเจอใน Huawei P30 Pro ที่เรียกได้ว่าเป็นจุดด้อย

1ไม่มีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร

ก่อนหน้านี้ มีคนบ่นหลายคนกับ iPhone 7 ที่ไม่มีช่องเสียบหูฟังที่เป็น Jack แต่ใช้ช่องเสียบสายชาร์จแทน ทำให้ iPhone ต้องออกอุปกรณ์เสริมออกมา…. เช่นเดียวกัน P30 Pro ที่ไม่มีช่องเสียบ 3.5 แต่เปลี่ยนเป็นช่อง USB C แทน มีข้อถกเถียงกันจากหลายแห่ง ว่า ทำไมบริษัท Smartphone มอง ช่องเสียบหูฟังเป็นเทคโนโลยีโบราณ ทั้งๆ ที่ มันควรที่จะเป็นสิ่งที่ทุกคนจะได้ใช้กัน

2ถ่าย VDO แบบ 4K ที่ 60fps ไม่ได้

มาเข้าใจกันก่อนว่า ความละเอียดแบบ 4K ที่ 60fps มันคืออะไร? ซึ่งเริ่มที่ จำนวน 4K จำนวนนี้ (3840×2160) มันคือความละเอียดของ Pixel ในแต่ละภาพ และยิ่งมี K มากขึ้น เช่น ทีวี LED 5K ก็มีความละเอียดมากกว่า 4K และหากพูดถึง fps มันคือ “frame per second” หรือจำนวนภาพต่อวินาที และถ้าเป็นแบบ 4K ที่ 60fps นั่นแปลว่า มันจะมีความละเอียดที่ 3840×2160 ที่ความเร็วภาพ 60 ครั้งต่อวินาทีนั่นเอง และ สำหรับ Huawei P30 Pro นั้นทำไม่ได้

สาเหตุที่เค้ามีการจำกัด Smartphone แต่ละรุ่นในการถ่ายวีดีโอด้วยความละเอียดระดับนี้ก็คือ ความร้อนของมือถือจะสูงขึ้น เพราะ เมื่อมีการจับภาพด้วยความละเอียดระดับนั้น ภาพจะถูกวิ่งเข้าไปเก็บในมือถือ ทำให้มีการทำงานสูง และเครื่องร้อน และอีกเหตุผลหนึ่งคือ การถ่ายวีดีโอด้วยความละเอียดระดับนี้ เพียงแค่ 1 นาที จะทำให้ต้องใช้พื้นที่ 400MB ขึ้นไป ซึ่งสูงมากเลยทีเดียว (ข้อมูลจาก AndroidCentral)

ซึ่งในปัจจุบัน Smartphone ที่สามารถถ่ายวีดีโอระดับความละเอียดแบบนี้ได้จะมีแค่ Galaxy S9/S9+ , OnePlus 6 สองเครื่องนี้ ถ่ายได้สูงสุด 5 นาทีติดต่อกัน แต่ iPhone 8, 8 Plus และ iPhone 10 ไม่ได้มีจำกัดเวลาในการถ่าย

3 ไม่มี Speaker มาให้ ทำให้ใช้ Speaker Phone ไม่ได้

ปกติเวลาถ้าเราจะคุยหลายๆคนจากฝั่งหนึ่ง เพื่อคุยกับอีกคนหนึ่งในสาย เราก็จะต้องเปิด Speaker Phone เพื่อให้ได้ยินกันหมด แต่สำหรับ P30 Pro นั้นไม่มี Speaker และเหตุผลอย่างหนึ่งก็คือ เค้าเลือกท่จะใช้หน้าจอแบบ Notch ทำให้ไม่มีพื้นที่ในการใส่ Speaker

4 กล้องเป็นแบบ Fixed Focus เฉพาะกล้องหน้า

มาเข้าใจความหมายของ Fixed Focus Lenses กันก่อน, กล้องแบบ fixed focus จะเป็นกล้องที่ไม่เหมือนกับ Auto-Focused  และถ้าเป็นกล้องเปบบ Auto-Focused กล้องมันจะพยายามปรับการถ่ายให้ได้ภาพคมชัดที่สุด แต่กล้องที่เป็นแบบ fixed คือเป็นกล้องที่ไม่มีระบบ Mechanic ในการที่เลนส์จะปรับด้วยตัวของมันเอง ดังนั้น ภาพที่ออกมาจะไม่ได้คุณภาพ และกล้องหน้า หรือ กล้อง Selfie ของ Huawei P30 Pro เป็นแบบ Fixed Focus ซึ่งเป็นอีกจุดด้อยหนึ่งของมือถือรุ่นนี้ ดู Spec กล้องหน้าได้ที่ Consumer.huawei.com โดยตรง

5 Huawei Memory Card ยังไม่ใหญ่พอ

ทางหัวเหว่ยมี Memory Card ของตัวเอง ที่ใช้ชื่อว่า Huawei NM Cards ซึ่งก่อนหน้านี้ มีแค่ 256GB สูงสุด โดยจุดอ่อนของมันก็คือ มันประมวลผลช้ากว่า SD Card ของเจ้าอื่นๆ และหมายถึงว่า มันจะไม่สามารถขยายความจุได้ ยกตัวอย่างเช่น หากซื้อ 128GB (rom) ก็จะไม่สามารถขยายไป 512GB ได้ และบางคนอาจหงุดหงิดในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน


ทั้งหมดนี้คือการรวมข้อมูล เพื่อประกอบการตัดสินใจ ซื้อ Huawei P30 หรือ P30 Pro หากทุกคนยังคงรับจุดด้อยของรุ่นใหม่นี้ได้ ราคาค่าตัวของมือถือทั้งสองรุ่นนี้ จะมีประมาณนี้

  1. Huawei P30 Pro ราคาตลาดอยู่ที่ 31,990 บาท สูงสุด
  2. Huawei P30 อยู่ที่ 21,990 สูงสุด
  3. และ Huawei P30 Lite อยู่ที่ 10,990 บาท

โปรโมชั่น ซื้อ Huawei P30 ควรซื้อที่ไหนดี เอาแบบคุ้มที่สุด

เราได้รวบรวม โปรโมชั่นของแต่ละเจ้า ที่เมื่อไหร่ก็ตามที่มีมือถือออกใหม่ เราจะเห็นมาขายที่เจ้าพวกนี้ เช่น Lazada, Shopee, AIS, DTAC, TRUE โดยสรุปรวมดังนี้

LAZADA – มีของแถมคือ Huawei FreeBuds, VIU PREMIUM และ Huawei Band 3e รับประกัน 2 ปี และโปรโมชั่นสั่งจอง ล่วงหน้าจะได้รับ HUAWEI Watch GT+JBL GO 2+ บัตรกำนัล VIU

ดูโปรโมชั่นจาก LAZADA – https://promotions.co.th/discount/view/lazada.html

Shopee – ของแถมมูลค่า 5,000 กว่าบาท คือ Huawei Watch GT, Free Buds, Noise Canceling Earphones

ดูโปรโมชั่นจาก SHOPEE – https://promotions.co.th/discount/view/shopee.html

(สำหรับคนที่ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะซื้อจากไหน ลองดูเปรียบเทียบความคุ้มค่า ซื้อ P30 LAZADA VS SHOPEE )

Dtac – สำหรับการสั่งซื้อที่ Dtac จะสามารถผ่อนได้สูงสุด 36 เดือน แบบ 0% ให้ส่วนลดสูงสุด 22,000 บาท ฟรีประกันตัวเครื่อง 2 ปี ประกันหน้าจอ 30 วัน (สำหรับสั่งจอง) และมีการแถม Active Noise Canceling Earphones 3 เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ

True – สำหรับ True จะมาแนว พ่วงกับผลิตภัณฑ์ และบริการของตัวเอง ก็คือ โทรฟรีไม่อั้น 24 ชั่วโมง, ดู True Unlimited HD ฟรี 12 เดือน, และ รับ True Point ตามที่กำหนด สามารถผ่อนได้ 36 เดือน 0% เช่นเดียวกัน และมีรับประกันเครื่อง 2 ปี พร้อม ประกันหน้าจอแตกอีกด้วย

AIS – แถม Netflix ฟรี 3 เดือน, HBO + WB 6 เดือน, ลดค่าเครื่องสูงสุด 22,000 บาท, รับประกันเครื่อง 2 ปี, ประกันจอแตก 30 วัน และ รับคะแนน Huawei Points อีก 300 คะแนน

สำหรับผู้ที่สนใจที่ AIS สามารถซื้อ/จอง ออนไลน์ได้ที่หน้าโปรโมชั่นนี้ >> https://store.ais.co.th/th/mobile-phone/p30-series.html พร้อมมี คูปองส่วนลด AIS ให้ได้ใช้กัน ลดเพิ่มได้อีก ที่นี่ >> https://promotions.co.th/coupon/stores/ais-online-store