ยี่ห้อไหนดี? – 11 เทคนิคเลือกที่นอน ไม่เน้น Brand หลับสบายและประหยัด

เทคนิคการเลือก ฟูกที่นอน (mattress) และ เตียง ที่ครบที่สุด

เซลส์ขายที่นอนที่มีหลายยี่ห้อ ส่วนใหญ่แล้วลูกค้าก็จะมาถามว่า เอาจริงๆ นะที่นอน (Mattress) ยี่ห้อไหนดีที่สุด แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า ลูกค้าที่จะซื้อที่นอนไม่ได้มียี่ห้อที่นอนในใจอยู่ แต่นั่นเป็นเพราะว่าลูกค้าแต่ละคนอยากจะ “confirm” ตัวเองว่าสิ่งที่ตัวเองคิดกับสิ่งที่จะซื้อถูกต้องแล้ว ดังนั้นมันมีหลายคำถามตามมา ว่าแล้วที่นอนยี่ห้ออะไร แบบไหน ที่ เรียกได้ว่าดีที่สุดหล่ะ? ก่อนอื่นต้องออกตัวว่า ที่บอกว่าดีที่สุด โดยมากแล้วจะแพงที่สุด เพราะเค้าจะใช้วัสดุและการผลิตแบบซับซ้อน และโดยมากจะเป็นแบบ Posturepedic หรือเป็นที่นอนเพื่อสุขภาพที่มีลักษณะหนาๆ และมีน้ำหนักค่อนข้างมาก (คนเดียวยกไม่ได้) ซึ่งในการเปรียบเทียบนี้ เรานำเอาข้อมูลการเลือกที่นอนจากต่างประเทศ หลักการ และวิธีเลือกมาให้ความรู้กันเผื่อว่า ใครกำลังหาที่นอนราคาดีๆ และจะได้ตัดสินใจถูกว่าจะซื้อดีหรือไม่? และไม่ได้สนใจว่า ที่นอนนั้นจะขายดีที่สุดหรือเปล่า? หรือมีรีวิวดีที่สุดหรือเปล่า มาลองดูกััน

1. เอาที่นอนสบายๆเป็นพอ

คือข้อแรกเลย การเลือกที่นอน ไม่ใช่เพื่อนบอกว่าดี ไม่ใช่ว่าพ่อแม่บอกว่าดี ไม่ใช่ว่าคนอื่นที่ไม่ได้มานอนแทนเราบอกว่าดี และไม่ได้บอกว่าราคาดี จะมาเป็นตัวตัดสินใจว่า เราควรเลือกที่นอนแบบไหน เพราะที่นอนที่ดีที่สุด คือที่นอนที่คุณหลับสบายที่สุด และตื่นมาด้วยความสดชื่นมากที่สุด โดยไม่แคร์สื่อว่ามันจะแพงหรือจะถูก แต่การเลือกที่นอนแต่ละแบบนั้นมันขึ้นอยู่กับหลายอย่างที่จะทำให้คุณสบายที่สุดนั่นก็คือ ความอ่อนหรือแข็ง การใช้วัสดุภายในที่นอน แบบของสปริง และ ขนาดของที่นอนนั่นเอง

2. ทดสอบเอนหลังบนที่นอน (อยากได้ความนิ่มมาก ปานกลาง หรือแข็งเลย)

ถ้าเลือกที่นอนแบบไม่นิ่มเกินไปไม่แข็งเกินไป จากภาพ กระดูกสันหลังเราจะตรงเวลานอนตะแคง แต่ถ้าแข็งเกินไป จะทำให้กระดูกสันหลังคดงอ ไปด้านบน และด้านล่างหากว่านิ่มเกินไปนั่นเอง

ไม่มีอะไรผิดอะไรถูก มันขึ้นอยู่กับว่าคุณชอบแบบไหนมากกว่ากัน และสิ่งหนึ่งที่คุณจะต้องดูว่าชอบหรือไม่ก็คือความแข็งความอ่อนของที่นอน (Firmness) และเพราะแต่ละแบรนด์ความนิ่มของที่นอนไม่เท่ากัน ตัวอย่างเช่น Sealy อาจนิ่มเกินไป Dunloppillow น่าจะเหมาะกับคุณมากกว่า แต่ก็ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยของมันด้วย

แต่ถ้าหากจะพูดถึงการแนะนำการเลือกซื้อ เราขอแนะนำว่าอย่าเลือกที่มันนิ่มจนเกินไป หรือแข็งจนเกินไป เพราะถ้านิ่มเกินไป มันจะทำให้เมื่อยหลังปวดเมื่อยตามตัวตอนตื่นนอน และอาจมีผลต่อกระดูกสันหลังอย่างมากด้วย เพราะการที่ที่นอนนิ่มเกินไป มันจะทำให้ไม่มีอะไรมาคอยรองรับหลังของคุณตอนนอนนานๆ แค่ทดลองนอนนานๆ ซัก 30 นาที นิ่งๆ แค่นี้ก็เมื่อยแล้ว และในขณะเดียวกันการที่ ที่นอนมีความแข็งเกินไป อาจทำให้เกิดแรงดันในหลังเยอะผิดปกติ และทำให้เมื่อยได้เช่นเดียวกัน ดังนั้น การเลือกที่นอนจึงต้องเอาความอ่อนนุ่มแบบพอดีๆ ไม่ยวบเกินไปนั่นเอง

การเลือกเพื่อนไปซื้อด้วยซักคนอาจจะเป็นอะไรที่ดีที่สุด ให้เราทดลองนอนอยู่บนเตียงที่จะซื้อและ ให้เพื่อนคอยสังเกตส่วนเว้าโค้งของกระดูสันหลังของเรา ตอนที่ลงไปนอนแล้ว ซึ่งความโค้งต้องพอดีๆ ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป คือที่นอนอะไรก็ได้ที่ทำให้กระดูกสันหลังของคุณโค้งแบบธรรมชาติมากที่สุด

เทคนิคการทดสอบ: ให้ลองนอนบนที่นอนตัวโชว์ดูซัก 10-15 นาที ให้ลองตะแคง พลิกซ้ายขวา อย่าไปเขินอาย เพราะนี่คือที่นอนของคุณที่คุณจะต้องเสียเงินเป็นหมื่นๆบาทซื้อมาใช้และมันคือสุขภาพของคุณเอง พยายามนอนท่าประจำที่คุณใช้นอนบ่อยที่สุด ถ้ามันรู้สึกสบาย และไม่มีอาการเมื่อยก็รีบสอยได้เลย

3. ขนาดที่เหมาะสมที่สุด

ขนาดที่นอนตามแบบ Single, Double, Queen, และ King Size

ให้ลองพิจารณาก่อนว่า ที่นอนปัจจุบันที่ใช้นอนอยู่เป็นขนาดที่โอเคกับคุณอยู่หรือไม่? มันใหญ่ไปมั้ย? พื้นที่ห้องเป็นยังไง? ขนาดพอดีเตียงมั้ย? และการไปเลือกซื้อที่นอนตัวใหม่ มันคือการเปิดโอกาสให้ตัวคุณช้อปที่นอนให้ดีขึ้นกว่าเดิมนั่นแหละ บางคนตัวสูงเกินไปก็ต้องใช้ที่นอนยาวหน่อย บางคนเตี้ย แต่ก็มีที่นอนใหญ่ๆ ก็ไม่แปลกอะไร

ขนาดสำหรับนอนสองคน – เพราะคนเราโสดไปได้ไม่นานก็มีคู่แล้ว และการเลือกที่นอนเป็นปัจจัยที่ค่อนข้างสำคัญกับการนอนหลับพักผ่อนกันสองคน ถ้าคุณนอนคนเดียวก็เลือกเตียงที่ไม่ใหญ่จนเกินไป เช่น Queen Size หรือ Single Bed แต่ถ้าคิดว่าจะมีคนมานอนด้วยเร็วๆนี้ก็ต้องเป็น King Size Bed เพราะขนาดคิงส์ไซส์ จะเป็นขนาดที่เหมาะสำหรับการนอนสองคน และการเลือกที่นอนสำหรับสองคน ก็ควรไปเลือกด้วยกันทั้งสองคนจะได้พอใจทั้งคู่ และหากนอนกันเป็นคู่ เราแนะนำให้เลือกใช้ เตียงแบบ King Size เพราะหากใช้เตียงที่มีขนาดเล็ก เวลาขยับพลิกตัวอาจทำให้อีกคนตื่นได้

วัดพื้นที่ความสูงเพดานก่อนไปซื้อทุกครั้ง – เวลาไปซื้อฟูกที่นอนมา แล้วขนกลับมา แต่ยัดเข้าห้องไม่ได้ วางไม่พอดีเตียง หรือหาบ้านคุณบางหลังมีเพดานที่ต่ำเกินไป ที่นอนบางแบบมีความหนามาก สูงเกินครึ่งหนึ่งของหัวเตียงก็จะ fail แน่นอน และถ้าเพดานต่ำมากไป ฟูกสูง มันจะทำให้อึดอัด ดังนั้นการเช็คความกว้าง ยาว สูง ของห้องและพื้นที่ที่จะวางฟูก คงเป็นอะไรที่ควรทำกันอยู่แล้วก่อนไปซื้อ

4. ความหนาที่พอดีๆ แบบไหนพอดี?

ปัจจุบันเมื่อพูดถึงความหนาของที่นอน (mattress thickness) ที่นอนที่มีความหนามากๆ กำลังเป็นที่นิยมเพราะมันนุ่มพอดี ไม่แข็งและมีอุปกรณ์เสริมเยอะ และดูหรูหรากว่าที่นอนแบบธรรมดาบางๆ แต่อย่าไปคิดอยู่เสมอว่า ฟูกที่นอนที่หนาๆ จะต้องมีราคาแพงๆ และจะดีกว่าฟูกที่นอนแบบบางเสมอไป เพราะอย่างที่เคยบอกไว้ ความแพง ความหนา ไม่ได้เป็นอะไรที่ดีที่สุดสำหรับคุณหากคุณไม่รู้สึกสบายเวลานอน แต่สำหรับคนที่ชอบที่นอนหนาๆ นอนแล้วสบายอันนี้ก็ว่ากันไป และหากพูดถึงความหนา มันจะมีที่นอนอยู่สองประเภทคือ ที่นอนใช้สปริง (Spring Mattress) และ ที่นอน Latex (Latex Mattress)

ที่นอนหรือฟูกที่มีความหนามากๆ มีข้อเสียอย่างไรบ้าง?

การที่ ที่นอนมีความหนามากๆ ใช่ว่าจะดีเสมอไป และควรจะจำข้อนี้ก่อนไปซื้อที่นอนอันใหม่ด้วย เพราะที่นอนที่มีความหนามากๆ จะมีน้ำหนักมากกว่าที่นอนบางๆ และที่นอนหนาๆบางรุ่น มีน้ำหนักมากถึง   100 กิโลกรัมขึ้นไป และที่นอนที่หนาๆ จะไม่ค่อยเหมาะกับผู้สูงอายุในการก้าวขึ้นเตียง เพราะมันจะทำให้การก้าวขึ้นเตียงลำบากกว่าที่นอนบาง อีกประการหนึ่งก็คือ การหาผ้าปูที่นอนดีๆ ซักชุดมาสวม ที่นอนที่มีความหนามาก ผ้าปูที่นอนที่ซื้อมาราคาแพงๆ อาจจะไม่พอดี เพราะฟูกหนาเกินไปที่จะคลุมได้ และต้องคิดให้ดีก่อนซื้อผ้าปูมาใช้

5. เตียงนอนสำหรับวางที่นอนก็สำคัญนะจ๊ะ

เตียงที่มีเป็นซี่โครงไม้ และปรับได้ น่าจะเป็นเตียงที่ดีที่สุด เหมาะสมที่สุดในการวางฟูกที่นอนราคาแพง เพราะมันจะช่วยให้การนอนของเราดีขึ้น คือไม่เด้งมากเกินไป และไม่แข็งเกินไป

คือไม่ว่าคุณจะมีที่นอนที่แพงที่สุดในโลก นอนสบายที่สุดในโลก ดีที่สุดในโลก แต่ถ้าคุณมีเตียงห่วย ที่เวลาก้าวขึ้นไปเหยียบ หรือปีนขึ้นไปบนเตียงแล้วเตียงโยก ทุกอย่างที่ใช้เงินซื้อมาก็จะกลายเป็นห่วยไปในทันที และการมีเตียงที่ดีต้องรู้ก่อนว่า เตียงมีกี่ชนิดกี่ประเภท สำหรับเลือกซื้อมาใช้ให้ถูกงาน

เตียงแบบทึบ– เป็นเตียงที่มีคนใช้งานมากที่สุด เป็นเตียงแบบมีสปริง และเป็นแบบทึบ เพราะเป็นเตียงที่สามารถวางฟูกที่นอนได้หลายชนิด และโดยมากแล้วจะใช้งานได้กับทุกฟูก ซึ่งเตียงประเภทนี้จะทำให้ฟูกที่นอนรู้สึกนิ่มขึ้นด้วย แต่ข้อเสียของมันก็คือ มันจะระบายอาศได้ไม่ดีเท่ากับรุ่นอื่นๆ

เตียงแบบไม่มีสปริง – คือผิวเตียงจะเป็นแบบเรียบทึบ และไม่มีสปริงอยู่ด้านล่าง โดยมากแล้วผิวด้านบนจะเป็นไม้ ข้อดีคือมีราคาถูกกว่าเตียงข้างต้น เพราะใช้การประกอบง่ายกว่า เพราะชิ้นส่วนไม่เยอะ แต่ระบายอากาศได้ไม่ดีเช่นกัน

เตียงแบบมีไม้คั่นเป็นซี่โครง – คือแทนที่จะมีไม้แผ่นหนึ่งวางไว้ด้านบนเลยเป็นแผ่นเรียบ แต่เตียงประเภทนี้มี โครงไม้เป็นซี่ๆ ที่จะวางคล่อมไว้ใต้เตียง คือเอาจริงๆมันก็ไม่ได้มีผลอะไรมากนักหรอก แต่มันทำให้การระบายอากาศดีกว่าเตียงประเภทอื่นๆ

เตียงมีไม้คั่นเป็นซี่โครง และ มีสปริง – อันนี้ก็คือเอาแบบที่สามมารวมกับแบบแรก คือมันจะให้ความเด้งดึ๋งที่ดีกว่า ยืดหดตัวได้ดีกว่าแบบอื่นๆ และระบายอากาศได้ดีด้วย

6. วัสดุที่ใช้ผลิตฟูกที่นอนแบบไหนดีที่สุด?

เดี๋ยวนี้มันมีวัสดุที่ใช้ในการทำฟูกที่นอน ที่แตกต่างกันไป ซึ่งในแต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป แต่การเลือกมันก็ยังคงต้องเป็นคุณที่เลือกอยู่ดี แต่เรามาดูกันว่าสิ่งที่คุณจะเลือกมีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง?

ที่นอนแบบมีคอยล์สปริงเหล็ก นิยมมากที่สุด แต่ไม่ได้ดีที่สุด

ที่นอนแบบมีสปริงเหล็ก พอใช้ไปนานๆ สปริงจะทรุดตัว ให้นึกถึงสปริงรถยนต์ ใช้ไปนานๆ สปริงจะเกิดอาการล้า และหย่อนในที่สุด ที่นอนแบบสปริงจะมีเสียงสปริงดัง และอาจนอนไม่สบายได้ เพราะค่าสปริงแต่ละตัวเสื่อมไม่เท่ากัน และเคยมีรายงานว่า สปริงใต้ที่นอนอาจทำให้เกิดกระแสแม่เหล็ก หรือที่เรียกว่า EMR ที่จะทำให้เป็นอันตรายต่อร่างกายได้ แต่การศึกษานี้ยังไม่ชัดเจนเท่าใดนัก

ที่นอนแบบเตียงน้ำ ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุด

หลายคนอาจจะคิดว่า เตียงน้ำจะเป็นเตียงที่เข้ากับรูปทรงของร่างกายได้ดีที่สุด แต่มันไม่ได้ช่วยการซัพพอร์ตกระดูกสันหลังได้ดีที่สุด และไม่เหมาะสำหรับคนที่เมาเรือเมารถด้วย เพราะเมื่อคุณขยับตัวบนเตียงน้ำ มันจะเหมือนอยู่บน ห่วงยางในทะเล เหมือนอยู่บนคลื่นนั่นแหละ และลองคิดดูว่าหาก นอนกันเป็นคู่ อีกคนขยับตัวอีกคนคงเจอแรงกระเพื่อมน้ำแน่นอน

ฟูกแบบ Memory Foam ดูน่าสนใจ

หลายคนที่ได้ทดลองนอนที่นอนที่ทำจาก Memory  Foam ก็คงติดใจเพราะ มันจะบุ๋มลงไปตามสรีระของร่างกายของแต่ละคน แต่ไม่ใช่ว่าจะมีแต่ข้อดี เพราะ Memory Foam เป็นตัวดูดความร้อน และเหมาะสำหรับเมืองหนาวเท่านั้น หากนำมาใช้ในเมืองร้อนอย่างบ้านเรา ไม่ว่าจะมีแอร์เคลื่อนที่ดีขนาดไหน เปิดแอร์ Inverter แต่นอนบน Memory Foam   ห่มผ้าห่ม รับรองว่าได้มีการถีบผ้าห่มออกแน่ เพราะมันจะร้อนมาก

ที่นอนแบบ Latex น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

มันคือที่นอนยางพารานั่นเอง และมันทำมาจากธรรมชาติ และมันไม่มีสปริง และไม่มีน้ำอยู่ข้างใน มันเป็นที่นอนที่ทำจากยางพารา สำหรับการทำที่นอนโดยเฉพาะ มันทำให้รู้สึกนุ่มสบาย และ support หลังได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าคุณจะน้ำหนักเท่าไหร่ ตัวใหญ่ขนาดไหนมันก็ได้หมด และอีกประการหนึ่งก็คือ มันเหมาะสำหรับคนแพ้ฝุ่น เพราะที่นอนยางพาราจะมีฝุ่นน้อยกว่าที่นอนรุ่นอื่นๆ แถมยังไม่มีไรฝุ่นอีกด้วย

ข้อดีอีกข้อหนึ่งของที่นอนยางพาราก็คือ มันมีอายุการใช้นานยืนยาว และจะทำงานได้ดีเหมือนเดิมถ้าไม่ได้ขาดวิ่นไปก่อน และหากเป็นยี่ห้อดีๆ เค้าจะทำรูระบายไว้ด้วย ทำให้การระบายอากาศดีกว่าที่นอนทั่วๆไป และการพลิกตัว มันจะช่วยให้ไม่สั่นสะเทือนไปทั้งเตียง ทำให้คนนอนข้างๆไม่รำคาญจนเกินไป

อย่างไรก็ดีแบรนด์อย่าง Sealy,  dunlopillo หรือ slumberland พวกที่เป็นเจ้าดังๆ เค้ามักจะรวมวัสดุ ยางพารา สปริง ฯลฯ เอาไว้ด้วยกันเป็นที่นอนชิ้นเดียว การรวมวัสดุ ทำให้มีการดึงข้อดีของแต่ละอย่างมารวมกันทำให้รู้สึกดีกว่าเวลานอน

7. เช็ควัสดุของฟูก และผ้าปูเตียงให้ดีก่อนซื้อ

เพราะเดี๋ยวนี้ คนแพ้ง่าย อะไรๆ ก็แพ้ แพ้ฝุ่น แพ้ไรฝุ่น ฯลฯ การเลือกเตียง ที่นอน ผ้าปูเตียงและผ้าคลุมเตียง ควรจะเช็คให้ดีว่า มันเป็นแบบป้องกันอาการแพ้หรือเปล่า บางคนอาจแพ้ไรฝุ่นในฟูกอย่างหนัก ต้องเลือกเตียงและอุปกรณ์เสริม แบบ anti-allergens หรือป้องกันการแพ้ และควรเลือกแบบที่สามารถถอดซักได้ด้วย และการซักผ้าปูเตียง ฯลฯ ควรต้องมีอุณหภูมิสูงกว่า 95 องศาเซลเซียสขึ้นไป จึงจะสามารถฆ่าเชื้อได้

8. อย่าไปแคร์ที่นอนแบรนด์เนมให้มาก

จะบอกความลับให้ วัสดุเกือบทุกประเภทของบริษัทและโรงงาน ผลิตฟูกที่นอนนั้น มันมาจากโรงงานผลิตที่เดียวกันเกือบทั้งหมด! และหลังจากนั้นเค้าก็แค่มาแปะแบรนด์เค้าลงไปเท่านั้น ตัวอย่างเช่น สปริง ผ้า เนื้อผ้า memory foam พวกนี้ก็มีไม่กี่โรงงานที่ผลิตนั่นแหละ และการที่แต่ละแบรนด์เค้าออกมาบอกว่าของเค้าดีที่สุด ก็อาจจะไม่ได้เป็นขนาดนั้นก็ได้

วิธีที่ดีที่สุดก็คือถามคนขายว่า วัสดุ ที่ทำเนี่ยมาจากไหน ประเทศอะไร และอาจจะต้องขอดูใบ Certificate ด้วยว่าได้มาตรฐานจริงหรือเปล่า ได้รับการทดสอบจริงหรือเปล่า?

และผู้ผลิตฟูกที่นอนควรได้รับมาตรฐานการผลิต รวมถึง วัสดุที่นำมาใช้ต้องผ่านมาตรฐานด้วย คืออยากให้มองจุดอื่นๆ มากกว่าที่จะไปมองราคา ยิ่งแพงยิ่งดี ยิ่งหรูยิ่งดี ฯลฯ

9. เช็คใบรับประกัน และการคืนสินค้าด้วย

ฟูกที่นอนราคาถูก แบบเลหลังขาย ตัวอย่างเช่น 100,000 บาทลดเหลือ 2-3 หมื่นบาท โดยมากแล้วจะไม่มีรับประกันให้ การรับประกันสำคัญมาก อย่าเผลอซื้อถ้าไม่มีใบรับประกัน และการรับประกันที่ดีที่สุดควรที่จะเป็นคืนเงินภายใน 30 วัน ส่งฟรี  และส่งคืนฟรี และตัวที่นอนต้องมีใบรับประกันคุณภาพ มากกว่า 10 ปีขึ้นไป

10. ที่นอนมาส่งที่บ้าน ให้ทดลองใช้เลย

คือที่ต่างประเทศเนี่ย เค้าจะมีการให้ทดลองที่นอน คือเค้าจะเอามาส่งที่บ้าน และให้ทดลองนอนฟรี 30 วัน ถ้าเกิดว่าไม่พอใจ เค้าจะให้เปลี่ยนได้ แต่สำหรับเมืองไทยคิดว่ายังไม่มี และถ้ามีอาจเกิดเหตุการณ์โกลาหลแน่นอน ดังนั้นเมื่อคุณตัดสินใจซื้อที่นอนแล้ว และเค้ามาส่งที่บ้านให้รีบตรวจสอบเลย สปริงดีมั้ย? การยืดหดตัวของที่นอน รุ่นที่สั่ง มีรอยมั้ย? ลองนอนคืนแรกเหมือนกันกับที่ขายหน้าร้านหรือเปล่า? เพราะถ้าไม่ดี คุณสามารถบอกคนที่มาส่งตอนนั้นให้เปลี่ยนได้เลย อย่ารอให้เค้ากลับไปก่อน เพราะเมื่อกลับไปแล้ว กว่าเค้าจะมาเปลี่ยนให้เนี่ย อีกนานเลยทีเดียว

11. ดูที่ Showroom หรือที่ร้าน แต่มาซื้อออนไลน์ ประหยัดกว่า

การซื้อที่นอนออนไลน์ ไม่ได้เป็นเรื่องตลก เพราะเดี๋ยวนี้ใครๆก็ซื้อกันออนไลน์ เทคนิคก็คือ คุณควรไปเดินดูที่นอนที่ถูกใจ ทดลองให้หมดทุกอย่างก่อน และกลับมาเช็คราคาที่บ้าน จดรุ่นหลัก รุ่นย่อยให้ดี และหาที่นอนที่ถูกที่สุดในช่องทางออนไลน์แทนที่จะไปซื้อหน้าร้าน เพราะโดยมากแล้ว ออนไลน์จะถูกกว่าหน้าร้านค่อนข้างมาก และบางร้านค้าออนไลน์มี ผ่อน 0% 10 เดือนด้วย คือไม่ต้องจ่ายเต็ม และได้รับการส่งฟรี และร้านค้าออนไลน์จะมีการรับประกันสินค้า ซึ่งหากไม่พอใจสามารถขอเงินคืนได้ และคืนสินค้าได้