จับตาดู โอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2.12.1 หวั่นระบาดในไทย

Omicron กลายพันธุ์ BA.2.12.1 แพร่เร็วระบาดหนักที่อเมริกา

สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิดในประเทศไทยยังต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด ล่าสุดวันนี้พบผู้ป่วยอีกกว่า 2 หมื่นราย และเสียชีวิตยังคงสูงต่อเนื่องถึง 128 ศพ และดูเหมือนว่าทุกอย่างจะยังคงยืดเยื้อไปอีกเมื่อล่าสุด ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี โพสต์เตือนให้จับตาดูโควิดโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2.12.1 ที่กลายพันธุ์มาจาก BA.2 ซึ่งขณะนี้พบการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วที่เมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา หวั่นเกิดการระบาดในไทย

สหรัฐฯ เผย BA.2.12.1 ครองสัดส่วนแล้ว 19%

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ (CDC) เผยข้อมูลที่น่าสนใจว่าขณะนี้ในสหรัฐฯ เชื้อโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2 ได้ครองสัดส่วนการแพร่ระบาดอยู่ที่ 74.4% ตามมาด้วย BA.2.12.1 ที่ค่อย ๆ เพิ่มจำนวนและครองสัดส่วนอยู่ที่ 19% ซึ่งคาดว่าในอีกไม่นานทั้งสองสายพันธุ์ย่อยดังกล่าวจะกลายเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในประเทศ

ขณะเดียวกันยังมีรายการด้วยว่าอัตราการติดเชื้อในสหรัฐฯมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเพิ่มขึ้นถึง 23.4% เมื่อเทียบกับเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยเฉพาะรัฐในแถบภาคตะวันออก และตะวันออกเฉียงเหนืออย่าง นิวยอร์คและคอนเนกติกัต

นอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ปธ. โจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ เตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อศาลรัฐฟลอริดากรณีมีคำตัดสินว่ามาตรการสวมหน้ากากบนเครื่องบนสาธารณะไม่ชอบด้วยกฎหมายทำให้ทุกสายการบินยกเลิกมาตรการดังกล่าวทำให้หวั่นว่าจะเป็นการเพิ่มจำนวนผู้ติดเชื้อในอนาคต

โอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2.12.1
เชื้อไวรัสโควิดสายพันธุ์โอมิครอน

โอมิครอน BA.2.12.1 แพร่เร็ว หลบภูมิคุ้มกันได้

ศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เผยว่า Omicron สายพันธุ์ย่อย BA.1 ได้ลดระดับลงจนอาจเรียกได้ว่าสูญพันธุ์ไปแล้วในไทย ขณะเดียวกัน BA.2 ที่ระบาดรุนแรงก่อนหน้านี้ก็เริ่มพบผู้ติดเชื้อจำนวนลดน้อยลงเรื่อย ๆ แต่ได้มีการกลายพันธุ์ไปเป็น BA.2.12 ที่เป็นเชื้อตัวที่แพร่ระบาดอยู่ทั่วโลกในเวลานี้

เพียงแต่เราไม่ได้ให้ความสำคัญมากนักเนื่องจากเป็นเชื้อที่มีความสามารถไม่ต่างจากตัวแม่อย่าง BA.2 อย่างไรก็ตามที่น่าเป็นห่วงคือ BA.2.12.1 ตัวลูกอีกตัวที่แตกย่อยมาจาก BA.2.12 และกำลังแผลงฤทธิ์อยู่ในเวลานี้ พบว่ามีการกลายพันธุ์นิดหน่อยแต่กลับมีความสามารถมากกว่าเดิมกล่าวคือสามารถหลบหลีกภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้นและสามารถแพร่กระจายเชื้อได้มากขึ้นด้วย

ซึ่งในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา พบอัตราการแพร่เชื้อของ BA.2.12.1 เพิ่มจากตัวแม่อย่าง BA.2 เป็นตัวเท่า มีสัดส่วน 1 ใน 5 ของผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั่วประเทศมีการกลายพันธุ์ และมีอัตราการแพร่ระบาดสูงถึง 96% เหนือกว่า BA.2

BA.2.12.1 ยังไม่พบในไทย

ศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์ กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่าในขณะนี้โอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2.12.1 ยังไม่พบในประเทศไทยแต่ก็ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเนื่องจากเรามีตัวแม่อย่าง BA.2.12 ที่พบในไทย จากการสุ่มถอดรหัสพันธุกรรมกว่า 186 ตัวอย่าง ซึ่งคาดหวังว่า BA.2.12 จะค่อย ๆ หายไปและไม่กลายพันธุ์เป็น BA.2.12.1 ในอนาคต

วัคซีนคือทางออกที่ดีที่สุด

ศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์ เผยอีกว่า นักวิทยาศาสตร์ในต่างประเทศได้ทำการทดลองโดยนำเอาแอนติบอดี้ของผู้ป่วยโควิดโอมิครอนมาทดสอบภูมิคุ้มกันผลปรากฎว่าป้องกันได้เฉพาะโอมิครอน แต่สำหรับสายพันธุ์อื่น ๆ ในอดีตรวมถึงที่จะมาในอนาคตจะป้องกันได้ไม่ดีนัก ซึ่งจะต่างกับคนที่ฉีดวัคซีน จึงขอเชิญชวนให้ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเพื่อให้ภูมิคุ้มกันลอยตัวสูงอยู่เสมอซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งแต่ก่อนเราเชื่อว่าภูมิคุ้มกันธรรมชาติน่าจะดีกว่า

อย่างไรก็ตามนี่เป็นแค่ข้อมูลเพียงตัวอย่างเดียวเท่านั้น ต้องรอการวิจัยยืนยันที่มากกว่านี้ ศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ศูนย์จีโนมฯ ได้เผยแพร่ข้อมูลโดยนำมาจาก GISAID, WHO, U.S. CDC หรือข้อมูลวิจัยจากประเทศต่าง ๆ ทั้งนี้เพื่อให้ทุกคนได้นำไปศึกษาเรียนรู้ วิเคราะห์สถานการณ์ เพื่อให้เกิดความตระหนัก เท่าทันเหตุการณ์ ไม่ได้มุ่งหวังให้เกิดความตื่นตระหนก หวาดกลัวแต่อย่างใด และทั้งหมดนี้ก็คือรู้เท่าทันสถานการณ์ จับตาดู โอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2.12.1 หวั่นระบาดในไทย

อ้างอิง : ไทยรัฐออนไลน์

อ่านบทความอื่น