Home Promotions.co.th News ไทย เสนอ 3 แนวทางขับเคลื่อนอาเซียน ยุคหลังโควิด-19

ไทย เสนอ 3 แนวทางขับเคลื่อนอาเซียน ยุคหลังโควิด-19

ภาพจาก ข่าวทำเนียบรัฐบาล

เปิดแผนฟื้นฟูอาเซียน หลังการแพร่ระบาด #COVID19

แม้สถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ในหลาย ๆ ประเทศของภูมิภาคอาเซียนจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่มาตรการป้องกัน #โควิด19 ขั้นพื้นฐาน อย่างการเว้นระยะห่างทางสังคมก็ยังจำเป็นอยู่ เมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้นำอาเซียนทั้ง 10 ประเทศและเลขาธิการอาเซียน ได้ตัดสินใจจัด “การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 36” ขึ้น ผ่านระบบการประชุมทางไกล เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2563

โดยการจัดประชุมผู้นำอาเซียนครั้งนี้ เพื่อหารือถึงแนวทางแก้ปัญหาที่เกิดจากวิกฤต COVID-19 ของภูมิภาคอาเซียนไปด้วยกัน ร่วมถึงมาตรการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในครึ่งปีหลัง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับภูมิภาค ตลอดจนหาแนวทางรับมือปัญหาและความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

และภายในที่ประชุมดังกล่าว พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ได้เสนอ 3 แนวทาง เพื่อขับเคลื่อนอาเซียนในยุคหลัง COVID-19 โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

ประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 36 ภาพจาก ข่าวทำเนียบรัฐบาล
1. เร่งดำเนินการตามแผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน (MPAC) 2025 

พร้อมส่งเสริมความเชื่อมโยงและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว เพื่ออาเซียนที่เชื่อมโยงกันมากขึ้นอย่างแท้จริง นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีเห็นว่า อาเซียนควรเริ่มพิจารณาแนวทางการผ่อนคลายมาตรการที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง เพื่อช่วยฟื้นฟูธุรกิจและการเดินทางระหว่างกันของประชาชน

2. เร่งขับเคลื่อนบูรณาการทางเศรษฐกิจอย่างแข็งขัน และเร่งลงนาม RCEP ภายในปีนี้

เพื่อสร้างความเข้มแข็งจากภายในช่วยให้อาเซียนฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว และส่งเสริมการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล เพราะเศรษฐกิจดิจิทัลจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะเพิ่มมูลค่าจีดีพีของอาเซียนให้สูงขึ้น ตลอดจนต้องต่อยอดจุดแข็งด้านความหลากหลายทางชีวภาพโดยอาศัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมตาม “โมเดลเศรษฐกิจ BCG”

3. เร่งเตรียมความพร้อมต่อความผันผวน และความท้าทายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้นในระยะยาว โดยนายกรัฐมนตรีสนับสนุนให้คณะมนตรีประชาคมอาเซียนทั้งสามเสาหลัก เริ่มจัดทำแผนฟื้นฟู เพื่อวางแนวทางให้แก่อาเซียนในอนาคต โดยต่อยอดจากความสำเร็จต่างๆ และควรครอบคลุมประเด็นความมั่นคงทางสาธารณสุข เสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร เสริมสร้างความมั่นคงของมนุษย์ และการป้องกันแก้ไขปัญหาสิทธิมนุษยชน ซึ่งประเทศไทยได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ด้วย

นอกจากนี้ ประเทศไทย ยังมีความยินดีต่อข้อเสนอของสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน เรื่องกลไกระดับภูมิภาคของภาครัฐและเอกชน และสนับสนุนให้คณะกรรมการที่ปรึกษาธุรกิจพิเศษทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับคณะทำงานโควิด-19 ภายใต้คณะมนตรีประสานงานอาเซียน ซึ่งเป็นกลไกที่จัดตั้งขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหา และบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากโควิด-19 พร้อมสนับสนุนภาคเอกชนอย่างเต็มที่ เพื่อทำให้อาเซียนมีความเข้มแข็งและกลับมาเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงที่สุดอีกครั้ง

ที่มา : ข่าวทำเนียบรัฐบาล


READ MORE :
Exit mobile version