Home Promotions.co.th News สรุปสาระสำคัญ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ประกาศครั้งล่าสุด มีข้อห้ามอะไรบ้าง ?

สรุปสาระสำคัญ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ประกาศครั้งล่าสุด มีข้อห้ามอะไรบ้าง ?

เช็กที่นี่ พ.ร.ก.ฉุกเฉินร้ายแรง ใน กทม. มีข้อห้าม-ให้อำนาจตำรวจเรื่องใดบ้าง

ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด หลังมีการนัดรวมตัวกลุ่มผู้ชุมนุม หรือที่รู้จักกันในนาม “คณะราษฎร 2563” นับตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2563 ตรงบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก่อนมีการเปลี่ยนพื้นที่ชุมนุมมาเรื่อย ๆ จนถึงวันที่ 16 ตุลาคม 2563 ซึ่งการนัดรวมตัวของผู้ชุมนุมบริเวณแยกราชประสงค์ ก่อนที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะกระจายของเปลี่ยนจุดนัดหมาย ไปเป็นบริเวณแยกปทุมวันแทน และต้องยอมรับว่า การชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ พบว่า มีประชาชนเกือบทุกเพศ ทุกวัยเดินทางเข้ามาร่วมชุมนุมมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นกรุงเทพมหานคร

และเพื่อเป็นการควบคุมสถานการณ์ที่อาจทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2563 พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ 1) โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 และ 11 วรรค 2 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2548

สำหรับการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงนั้น จำต้องมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
  • มีการก่อการร้าย
  • มีการใช้กำลังประทุษร้ายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน
  • มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า มีการกระทำที่มีความรุนแรง กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยในชีวิตหรือทรัพย์สินของรัฐหรือบุคคล

ซึ่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ประกาศครั้งล่าสุด นายกรัฐมนตรี ได้ให้เหตุผลว่า มีการกระทำที่มีความรุนแรง กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยในชีวิต หรือทรัพย์สินของรัฐหรือบุคคล ทั้งยังเป็นการชุมนุมที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนความสงบ ที่ได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ทั้งยังกระทบโดยตรงต่อสัมฤทธิผลของมาตรการควบคุมโรค COVID-19 อันส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ ที่กำลังอยู่ในภาวะที่เปราะบาง

ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ใน กทม. มีข้อห้ามอะไรบ้าง ?

สำหรับรายละเอียดของการประกาศสถานฉุกเฉิน อาศัยความในมาตรา 9 และมาตรา 11 วรรค 2 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2548 โดยออกข้อกำหนด ดังนี้

1. ห้ามมิให้ผู้ใดชุมนุมหรือมั่วสุม ณ ที่ใด ๆ ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป หรือกระทำการยุยงไม่ให้เกิดความสงบเรียบร้อย

2. ห้ามเสนอข่าว จำหน่าย หรือทำให้แพร่หลายซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใด รวมตลอดทั้งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์บรรดาที่มีข้อความทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว เจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร หรือทำให้เกิดความเข้าใจผิดใน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

3. ห้ามใช้เส้นทางคมนาคม หรือยานพาหนะ หรือให้ใช้เส้นทางคมนาคมหรือยานพาหนะโดยมีเงื่อนไข ตามที่หัวหน้าผู้รับผิดชอบประกาศกำหนด

4. ห้ามใช้ เข้าไป หรืออยู่ในอาคารหรือสถานที่ใด ๆ และให้ออกจากอาคารหรือสถานที่ใด ๆ ทั้งนี้ ตามที่หัวหน้าผู้รับผิดชอบประกาศกำหนด

5. การดำเนินการตามข้อ 1-4 หัวหน้าผู้รับผิดชอบจะกำหนดเงื่อนเวลาในการปฏิบัติตามข้อกำหนด หรือเงื่อนไขในการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่เห็นสมควร เพื่อมิให้มีการปฏิบัติที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนเกินสมควรแก่เหตุก็ได้

หลังจากนั้นไม่นาน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร โดยในเนื้อหาระบุถึงขอบเขตอำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อควบคุมสถานการณ์ฉุกเฉิน

พ.ร.ก.ฉุกเฉินร้ายแรง ให้อำนาจตำรวจทำอะไรบ้าง ?

1. ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ จับกุมและควบคุมตัวบุคคลที่สงสัยว่าจะเป็นผู้ร่วมกระทำการให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือเป็นผู้ใช้ ผู้โฆษณา ผู้สนับสนุนการกระทำเช่นว่านั้น หรือปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งนี้ เท่าที่มีเหตุจำเป็นเพื่อป้องกันมิให้บุคคลนั้น กระทำการหรือร่วมมือกระทำการใด ๆ อันจะทำให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรง หรือเพื่อให้เกิดความร่วมมือในการระงับเหตุการณ์ร้ายแรง โดยปฏิบัติตามมาตรา 12 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2548

2. ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ ออกคำสั่งเรียกให้บุคคลใดมารายงานตัวต่อพนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือมาให้ถ้อยคำ หรือส่งมอบเอกสาร หรือหลักฐานใดที่เกี่ยวเนื่องกับสถานการณ์ฉุกเฉิน

3. ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ ออกคำสั่งยึดหรืออายัดอุปกรณ์หรือเครื่องมือที่ใช้ในการสื่อสาร หรือการส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ อาวุธ สินค้า เครื่องอุปโภคบริโภค เคมีภัณฑ์ หรือวัตถุอื่นใด ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าได้ใช้หรือจะใช้สิ่งนั้นเพื่อกระทำการส่งเสริมหรือสนับสนุนการกระทำให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

4. ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ ออกคำสั่งตรวจค้น รื้อ ถอน หรือทำลายซึ่งอาคาร สิ่งปลูกสร้าง หรือสิ่งกีดขวาง ตามความจำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อระงับเหตุการณ์ร้ายแรงให้ยุติโดยเร็ว และหากปล่อยเนิ่นช้าจะทำให้ไม่อาจระงับเหตุการณ์ร้ายแรงนั้นได้ทันท่วงที

5. ให้หัวหน้าผู้รับผิดชอบมีอำนาจสั่งห้ามมิให้บุคคลกระทำการใด ๆ หรือสั่งให้กระทำการหรืองดเว้นกระทำการใด ๆ เท่าที่จำเป็นแก่การรักษาความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยของประเทศ หรือความปลอดภัยของประชาชน

6. ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งการห้ามกระทำการอย่างใด ๆ ที่เป็นการปิดการจราจร ปิดเส้นทางคมนาคม หรือกระทำการอื่นใดที่ทำให้ไม่อาจใช้เส้นทางคมนาคมได้ตามปกติ ในเขตพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

7. ในการดำเนินการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประกาศนี้ ให้ใช้มาตรการตามความจำเป็นและเหมาะสม โดยระมัดระวังมิให้มีการปฏิบัติที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนเกินสมควร ให้หัวหน้าผู้รับผิดชอบมีอำนาจกำหนดเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาในการใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประกาศนี้ได้ตามที่เห็นสมควร

และเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2563 นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ 2) ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2563 เวลา 04.00 น. ไปจนถึงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 11 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2548

รายละเอียด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ประกาศครั้งล่าสุด
รายละเอียด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ประกาศครั้งล่าสุด

READ MORE :