งานวิจัย Stem Cell ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผมร่วง – พร้อมวิธีการรักษา

ทุกๆคน สัตว์ทุกตัว แม้แต่สุขัข หรือสัตว์เลี้ยงในบ้าน รวมถึงสิ่งมีชีวิตทั้งหลายในโลกใบนี้ เกิดมาล้วนแล้วแต่ต้องแก่ตัวไปวันใดวันหนึ่ง และสัญญาณของการแก่ตัวก็คือ “ผมร่วง” นั่นเอง คำถามถัดมาก็คือ ทำไมแก่ตัวลงไปแล้วผมถึงต้องร่วงหล่ะ?

หนึ่งในสมมติฐานสำคัญของการปัจจัย และเหตุผลที่ผมร่วงนั่นก็คือเรื่องของ Stem Cells ซึ่งปกติทำหน้าที่เติมเนื้อเยื่อต่างๆในร่างกาย รวมถึงเส้นผมด้วย แต่เมื่อแก่ตัวลงไป การทำงานของ Stem Cells จะทำได้ไม่ดีนัก และทำให้ผมร่วงได้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่เกิดขึ้นเมื่อเริ่มมีอายุมากขึ้นนั่นเอง

Stem Cell คืออะไร? เกี่ยวกับผมร่วงยังไง?

ทำความรู้จัก Stem Cell ก่อนที่จะไปถึงเรื่องของเส้นผม อยากให้เข้าใจเกี่ยวกับ เสต็มเซล ก่อนซักเล็กน้อย ซึ่ง Stem Cell ทำหน้าที่ เปรียบเสมือนเป็นวัตถุดิบหลักของร่างกาย ซึ่งจะคอยประสานงานกันกับเซลอื่นๆในร่างกาย และเมื่อการทำงานของร่างกายในสภาวะปกติ เซลตัวนี้จะทำหน้าที่แบ่งตัวออกมาซึ่งเรียกว่า Daughter Cell

จะเห็นได้ว่า เซลตัวนี้ หน้าที่หลักก็คือการแบ่งตัวออกมา ซึ่งจะไปเกี่ยวข้องกับการสร้าง เส้นผม เนื้อเยื่อโดยตรง โดยงานวิจัยล่าสุดพบว่า Stem Cells มีผลอย่างมาก เกี่ยวกับการเจริญเติบโตของเส้นผมในมนุษย์ และ หนูทดลอง พบว่า การที่มีผมร่วงนั้นเกิดจาก Stem Cell มีการเปลี่ยนรูป (amoebalike) ซึ่งทำให้ผมไม่งอกขึ้นมาใหม่นั่นเอง

ซึ่งเรื่องดังกล่าวมีการรายงานว่า เมื่อผมร่วง ในสภาวะปกติ stem cell จะมีส่วนช่วยในการสร้างผมขึ้นมาใหม่ แต่เมื่อมีอายุมากขึ้นจะทำให้ Stem Cell เปลี่ยนรูปร่างในการแบ่งตัว และทำให้ไม่เกิดวงจรในการงอกใหม่ของเส้นผมนั่นเอง 

Alopecia การตรวจเช็คเบื้องต้น ก่อนหัวล้าน

Alopecia คือภาวะหัวล้าน โดยมีการร่วงเป็นหย่อมๆ ซึ่งจะเกิดขึ้นมากถึง 50 – 55% ของผู้เริ่มมีอาการหัวล้านในเพศชาย และ 40% ในเพศหญิง ซึ่งอาการเบื้องต้นคือ รู้สึกว่าผมบางลง ผมไม่นิ่ม หรือดูไม่มีสุขภาพ แต่อย่างไรก็ดี อาการเหล่านี้ รักษาได้ ด้วยยา หรือ การปลูกผม ทั่วไป

อย่างไรก็ดี หากเจออาการผมร่วงโดยไม่มีสาเหตุ ควรพบผู้เชี่ยวชาญทันที เพื่อที่จะได้เข้ารับการปรึกษาอย่างทันท่วงที และเพราะอาการผมร่วงนั้น อาจทำให้เกิดโรคเครียดได้


ผมร่วงจากสาเหตุอื่นๆ ที่ไม่ใช่ Stem Cell 

สาเหตุอื่นๆที่ทำให้ผมร่วงได้ ก็อาจเกี่ยวเนื่องมาจากฮอร์โมน เช่น ผมร่วงหลังคลอด หรือ ผลร่วงอันเนื่องมาจากการขาดวิตามิน รวมถึงเรื่องของความเครียด (Stress) ในชีวิตประจำวัน ซึ่งการที่ผมร่วงนั้น มักจะมีคำนิยามอยู่สองลักษณะนั่นก็คือ

  1. ผมร่วงจากการที่ เซลล์รากผมถูกทำลาย
  2. และร่วงจากปัจจัยอื่นๆ ที่เซลล์รากผมยังไม่ถูกทำลาย

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆ คือการร่วงตามธรรมชาติ (ที่ได้อธิบายไปข้างต้น) รวมถึง การที่ไม่ได้มีการดูแลเส้นผม โรคบางโรค และ การใช้ยาบางตัว รวมถึง เรื่องของพันธุกรรมอีกด้วย


วิธีการรักษาผมร่วง มีกี่วิธี? 

หากพูดถึงวิธีรักษาผมร่วงแล้ว จริงๆมีแค่เพียง 2 วิธีเท่านั้น ก็คือ การใช้ยาทา ยาสระผม เซรั่ม หรือ การศัลยกรรม ผ่านคลินิกปลูกผมต่างๆ ซึ่งการใช้ยานั้น ยังคงเป็นข้อถกเถียงกันอย่างยาวนาน และขึ้นอยู่กับตัวบุคคล เนื่องจากมียาปลูกผมจากเป็นหลักร้อยเจ้าที่มีการโฆษณาว่า เมื่อใช้แล้วผมจะขึ้นดกดำ

แต่เอาเข้าจริงแล้ว การปลูกผม แม้ว่าจะมีราคาสูงกว่า การซื้อยา หรือการใช้ยา แต่ได้ผลดี 100% เนื่องจากการปลูกผม ทางคลินิกมักจะมีการการันตีผลลัพธ์ และรับประกันว่า ต้องมีผมขึ้นดกดำแน่นอน และสามารถแก้ไขตามอาการได้ด้วย

อุปสรรคสำคัญในการปลูกผม ไม่ว่าจะเป็นแบบ FUE หรือ รูปแบบอื่นๆ นั่นก็คือ เรื่องของราคานั่นเอง โดยราคาในการปลูกผม แบบจบเลย จะอยู่ที่ราวๆ 50,000 – 150,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงมาก แต่อย่างไรก็ดี หลายคลินิก ก็มีโปรโมชั่น ปลูกผมผ่อน 0% เพื่อให้บริการ และให้คนไข้ ตัดสินใจง่าย และมีรายจ่ายที่ถูกระจายไปในรายเดือน


แม้ว่า Stem Cell จะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดผมร่วง และ หัวล้าน แต่การรักษาในปัจจุบัน สามารถทำได้ โดยการทำศัลยกรรม ซึ่งคลินิกต่างๆ ก็มีการเตรียมพร้อมให้บริการด้วยการผ่อน เพื่อแบ่งเบาภาระอยู่แล้ว ดังนั้น ไม่ว่าผมจะร่วงด้วยสาเหตุใดๆ ก็สามารถแก้ไขได้แน่นอน