เปิดหลักเกณฑ์เยียวยาประกันสังคม ลูกจ้างว่างงานจากน้ำท่วม 64

ลูกจ้างตกงาน เพราะน้ำท่วม 2564 ได้เงินเยียวยาเท่าไร

จากสถานการณ์น้ำท่วม 2564 ในหลายพื้นที่ของประเทศอันเนื่องมาจากอิทธิพลของพายุเตี้ยนหมู่ทำให้ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากทั้งเกษตรกร นายจ้างและลูกจ้าง โดยเฉพาะลูกจ้างที่ว่างงานจากเหตุสุดวิสัยอุทกภัย และเพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประกันตน มาตรา 33 ทางสำนักงานประกันสังคมได้ประกาศหลักเกณฑ์เยียวยาประกันสังคม ลูกจ้างว่างงานจากน้ำท่วม 64 ตามกฏกระทรวงที่เคยออกมาก่อนหน้านี้

หลักเกณฑ์การขอรับเงินเยียวยาว่างงานจากน้ำท่วม 64

(1) สถานประกอบการของนายจ้างถูกน้ำท่วม จนไม่สามารถเปิดให้ทำงานได้

(2) บ้านลูกจ้างถูกน้ำท่วมไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้ ถือเป็นกรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัยจากอุทกภัย

ใครมีสิทธิรับเงินเยียวยาประกันสังคม กรณีว่างงานจากน้ำท่วม 64

(1) เป็นผู้ประกันตน มาตรา 33 ที่มีคุณสมบัติเข้าเงื่อนไขทั้ง 2 คือ ทั้งบ้านและบริษัทของผู้ประกันตนถูกน้ำท่วม

(2) เป็นผู้ประกันตน มาตรา 33 ที่จ่ายเงินสมทบมาแล้วต้องไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ในระยะเวลา 15 เดือน

(3) ต้องมีนายจ้างให้การรับรองว่าผู้ประกันตนไม่สามารถมาทำงานได้กี่วัน

ขั้นตอนรับเงินเยียวยาประกันสังคม กรณีว่างงานจากน้ำท่วม 64

(1) ผู้ประกันตน มาตรา 33 ดาวน์โหลดแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน (สปส.2-01/7) ที่เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th พร้อมกรอกข้อมูลให้เรียบร้อย

(2) แนบเอกสารประกอบการยื่นขอรับเงินเยียวยาประกันสังคม

  • สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากของลูกจ้าง
  • หนังสือรับรองจากนายจ้าง รับรองว่า นายจ้างน้ำท่วม หรือลูกจ้างน้ำท่วม ไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้

(3) ผู้ประกันตน มาตรา 33 ที่ว่างงานเพราะน้ำท่วม สามารถยื่นเอกสารทางไปรษณีย์หรือเดินทางมาด้วยตนเอง

ได้รับเงินเยียวยาประกันสังคม กรณีว่างงานจากน้ำท่วม 64 เมื่อไหร่

ผู้ประกันตน มาตรา 33 ที่ยื่นขอรับเงินเยียวยาประกันสังคม กรณีว่างงานจากน้ำท่วม จะได้รับเงินช่วยเหลือ 50% ของค่าจ้าง เป็นเวลา 180 วัน โดยสำนักงานประกันสังคมจะดำเนินการโอนเงินเข้าให้เมื่อครบกำหนด


How To เตรียมตัวรับมือน้ำท่วม เพื่อความปลอดภัย


น้ำท่วมบ้าน
วิธีรับมือน้ำท่วมบ้าน

แน่นอนว่าภัยธรรมชาติเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิด ดังนั้นการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ก่อนเป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะเมื่อมีประกาศว่า พายุไลออนร็อค จ่อเข้าประเทศไทยในวันที่ 11 ตุลาคม 2564 และเพื่อความปลอดภัยของคน บ้าน และทรัพย์สิน ตามมาดูวิธีรับมือน้ำท่วมกันเลย

(1) ติดตามข่าวสาร พยากรณ์อากาศ และประกาศเตือนภัยอยู่เสมอ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ

(2) สังเกตระดับน้ำและความผิดปกติ จากแหล่งน้ำที่อยู่ใกล้ ๆ เช่น แม่น้ำ คลอง

(3) เตรียมแผนรับมือน้ำท่วม พร้อมซักซ้อมหน้าที่ของสมาชิกครอบครัว เน้นความปลอดภัยชีวิตเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้พิการ

(4) มองหาสถานที่ปลอดภัยและศึกษาข้อมูลในพื้นที่ว่าใช้ที่ไหนพักอาศัยระหว่างน้ำท่วม พร้อมแจ้งรายละเอียดให้คนในครอบครัวทราบ

(5) เมื่อมีการแจ้งเตือนไม่ว่าจากหน่วยงานภาครัฐ หรือนิติบุคคลภายในหมู่บ้าน ขอให้ทยอยขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง พร้อมจัดเก็บเอกสารสำคัญไว้ในซองกันน้ำ เช่น บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน โฉนดที่ดิน เอกสารเกี่ยวกับรถ เอกสารทางการเงินและธนาคาร เพื่อให้ปลอดภัยจากน้ำท่วม

(6) ทำการอพยพสัตว์เลี้ยงและเคลื่อนย้ายยานพาหนะไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย

(7) ตัดกระแสไฟฟ้า ปิดสวิตซ์ไฟ สับคัตเอาท์ และปิดช่องปลั๊กไฟ เพื่อป้องกันน้ำเข้าและป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่ว

(8) ปิดอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและแก๊ส

(9) เตรียมสิ่งของจำเป็นเอาไว้ใช้ยามเกิดภัย เช่น น้ำดื่ม อาหาร ยารักษาโรค เสื้อผ้า ถุงนอน ผ้าห่ม ไฟฉายและถ่าน ไม้ขีดและไฟแช็ค เทียน กระดาษชำระ ผ้าอนามัย ยากันยุง ถุงดำ เชือก นกหวีด เทปกาว รองเท้าแตะ มีดพก และอาหารกระป๋อง

(10) ชาร์จแบตมือถือให้พร้อมไว้ตลอดเวลา

(11) ปิดจุดที่น้ำจะเข้าบ้าน เช่น ใช้กระสอบทรายกันน้ำ ติดแผงกั้นน้ำ ก่ออิฐอันน้ำ และอุดช่องน้ำทิ้งหรือท่อน้ำบนพื้น เป็นต้น

(12) จดเบอร์โทรศัพท์เพื่อขอความช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉินเร่งด่วน เช่น เบอร์เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ เบอร์การแพทย์ฉุกเฉิน 1669 เบอร์สายด่วนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 1784

(13) หากระดับน้ำท่วมสูงไม่สามารถอาศัยภายในบ้านได้ ให้ล็อคประตูบ้านและอพยพขึ้นที่สูง ถ้าไม่มีที่ปลอดภัยบนที่สูงให้ฟังข้อมูลจากวิทยุหรือโทรทัศน์เกี่ยวกับสถานที่หลบภัยของหน่วยงานต่าง ๆ

อ้างอิงข้อมูล : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน


READ MORE :