ประกันสังคมลดเงินสมทบ 2564 เริ่มเมื่อไหร่ ? นายจ้าง-ผู้ประกันตน มีเงินเพิ่มไหม

อัปเดตลดเงินสมทบประกันสังคม สู้โควิด-19

จากเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2564 ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ลดหย่อนการออกเงินสมทบของนายจ้างและผู้ประกันตน เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องในช่วงโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด 19 ระบาด เป็นระยะเวลา 3 เดือน

สำหรับมาตรการเยียวยาผู้ประกันตนในระบบกองทุนประกันสังคม เฟสที่ 2 นี้ จะลดเงินสมทบประกันสังคมกี่เปอร์เซ็นต์ ? เริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ และนายจ้าง-ผู้ประกันตน จะมีเงินเพิ่มในกระเป๋าอีกเท่าไหร่ ตามไปดูกันเลย

ลดเงินสมทบประกันสังคมกี่เปอร์เซ็นต์ ? เริ่มเมื่อไหร่

มาตรการลดเงินประกันสังคม เฟสที่ 2 จะลดหย่อนการออกเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตน เหลือฝ่ายละ 2% ของค่าจ้างของผู้ประกันตน เป็นระยะเวลา 3 เดือน คือ เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน – เดือนพฤศจิกายน 2564

ประกันสังคมลดเงินสมทบ 2564 นายจ้าง-ผู้ประกันตน มีเงินเพิ่มในกระเป๋าเท่าไหร่

ตามมาตรการลดเงินสมทบประกันสังคม เหลือ 2% เพื่อช่วยเหลือนายจ้างและผู้ประกันตนในภาวะเศรษฐกิจซบเซาเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้นายจ้าง มีเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้น 450 บาท/เดือน ขณะที่ผู้ประกันตน มาตรา 33 และมาตรา 39 มีเงินติดกระเป๋า เดือนละ 336-450 บาท โดยมีรายละเอียด ดังนี้

นายจ้างของผู้ประกันตน มาตรา 33

ปกติส่งเงินสมทบในอัตรา 5% ของค่าจ้างผู้ประกัน หรือสูงสุดไม่เกิน 750 บาท/เดือน ให้ลดเหลือ 2% ของค่าจ้างผู้ประกันตน หรือสูงสุดไม่เกิน 300 บาท/เดือน ส่งผลให้นายจ้าง มีเงินเหลือในกระเป๋าเพิ่มเดือนละ 450 บาท

ผู้ประกันตน มาตรา 33

ปกติส่งเงินสมทบในอัตรา 5% ของค่าจ้าง หรือสูงสุดไม่เกิน 750 บาท/เดือน ให้ลดเหลือ 2% ของค่าจ้าง หรือสูงสุดไม่เกิน 300 บาท/เดือน ส่งผลให้ลูกจ้าง มีเงินเหลือในกระเป๋าเพิ่มเดือนละ 450 บาท

ผู้ประกันตน มาตรา 39

ปกติส่งเงินสมทบในอัตรา 9% ของฐานเงิน 4,800 บาท หรือ 432บาท/เดือน ให้ลดเหลือ 2% ของฐานเงิน 4,800 บาท หรือ 96 บาท/เดือน ส่งผลให้มีเงินเหลือในกระเป๋าเพิ่มเดือนละ 336 บาท

อย่างไรก็ดี หากจ่ายเงินสมทบเกินกว่าจำนวนเงินที่กำหนดไว้ นายจ้างและผู้ประกันตน สามารถยื่นคำร้องขอรับเงินส่วนที่เกินคืนได้ที่สำนักงานประกันสังคมใกล้บ้าน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่สายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง

และสำหรับการลดหย่อนเงินสมทบครั้งนี้ จะช่วยลดภาระให้แก่ผู้ประกันตน จำนวน 12.92 ล้านคน คิดเป็นเงิน 1.3 หมื่นล้านบาท และนายจ้าง 4.87 แสนราย คิดเป็นเงินถึง 1.1 หมื่นล้านบาท คาดว่า จะเป็นเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจรวม 2.4 หมื่นล้านบาท และหากคิดเป็นจำนวนเงินที่จะประหยัดได้ของผู้ประกันตนมาตรา 33 เฉลี่ย 1,022 บาท และผู้ประกันตนมาตรา 39 เฉลี่ย 1,008 บาท


READ MORE :