ส่องเงื่อนไข โครงการรถแลกแจกแถม ใครมีสิทธิได้บ้าง ?

ads

รถแลกแจกแถม โครงการใหม่ภาครัฐ

ยังคงกระแสร้อนแรงไม่เปลี่ยน กับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลผลักดันออกมาเป็นระลอก ดังจะเป็นได้จาก “โครงการคนละครึ่ง” ที่ออกมาเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชนทั่วไป โดยรัฐะช่วยจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไปให้ 50% เมื่อซื้อสินค้าจากร้านที่เข้าร่วม รวมวงเงินสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน จำนวน 10 ล้านคนตลอดระยะเวลาโครงการ

และเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้เรียกเสียงฮือฮาจากประชาชนผู้ใช้รถได้อย่างล้นหลาม กับ “โครงการรถแลกแจกแถม” หรือ “รถเก่าแลกรถใหม่ 100,000 คัน” ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้รถนำรถเก่าที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป มาเปลี่ยนเป็นยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อเป็นการส่งเสริมมาตรการกระตุ้นการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและเป็นการบริหารจัดการซากยานยนต์

สำหรับเงื่อนไขหรือรายละเอียดของโครงการรถแลกแจกแถม เบื้องต้น

(1) ประชาชนที่นำรถเก่ามากำจัด จะได้รับส่วนลดภาษีไม่เกิน 100,000 แสนบาท

(2) คูปองส่วนลดในการซื้อรถยนต์ใหม่ ที่จะได้รับการสนับสนุนจากค่ายรถยนต์ต่าง ๆ

(3) รัฐบาลจะเปิดให้ประชาชนนำรถยนต์เก่าที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป นำมาแลกสิทธิประโยชน์จากรัฐบบาล

(4) จะยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ไม่เกิน 100,000 บาทต่อคัน

โครงการรถแลกแจกแถม ใครมีสิทธิได้บ้าง ?

(1) ประชาชนที่เป็นเจ้าของรถยนต์เก่า ซึ่งมีอายุการใช้งานตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป ตามเงื่อนไขที่รัฐบาลกำหนด

นำรถเก่าแลกรถใหม่ แบบใดได้บ้าง ?

สำหรับโครงการรถแลกแจกแถม หรือรถเก่าแลกรถใหม่ 100,000 คัน รัฐบาลจะเน้นสนับสนุนรถยนต์ประเภทดังต่อไปนี้

  • รถยนต์ไฟฟ้า
  • รถยนต์ไฮบริด
  • รถปลั๊ก-อินไฮบริด (PHEV)
  • รถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าแบบ 100% หรืออีวี

อย่างไรก็ดี โครงการรถแลกแจกแถม หรือรถเก่าแลกรถใหม่ 100,000 คัน ยังเป็นเพียงข้อเสนอของทั้งภาครัฐ และเอกชนที่ร่วมกันเสนอเข้ามา โดยที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) เพิ่งอนุมัติหลักการของโครงการดังกล่าวเท่านั้น คาดว่า จะได้ข้อสรุปในส่วนของวิธีการแลก ส่วนลดที่ออกมาดึงดูดใจประชาชนและผู้ประกอบการภายในสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ หากมีความคืบหน้าเกี่ยวกับโครงการรถแลกแจกแถม ทาง Promotions.co.th จะรีบมาอัปเดตข้อมูลให้ทุกคนได้ทราบกันอีกครั้ง จะได้ไม่พลาดสิทธิดี ๆ ของรัฐบาลที่ผลักดันออกมา เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ


READ MORE :