ศบค. ผ่อนคลายมาตรการ นทท. ต่างชาติ ไม่ฉีดวัคซีนเข้าไทยได้

นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย ไม่ฉีดวัคซีน ฉีดไม่ครบ เข้าไทยได้แล้ว

มติ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ปรับมาตรการรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ Thailand Pass แม้ ไม่ฉีดวัคซีนหรือฉีดวัคซีนไม่ครบโดส ก็เข้าไทยได้ แต่ต้องมีหลักฐานการตรวจ RT-PCR หรือ Professional ATK ภายใน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง เริ่มใช้ 1 มิ.ย.65 พร้อมกันนี้คงเงินประกันชีวิตไว้ที่ 10,000 ดอลลาร์

แถลงจากที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ได้ออกมาเผยถึงผลการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 18 พฤษภาคม ที่ผ่านมานั้น

ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุตัวเลขนักท่องเที่ยวเข้าไทยมีจำนวนมากกว่า 1 ล้านคน โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติ 4 อันดับแรก คือ สิงค์โปร์ อินเดีย มาเลยเซีย และ เวียดนาม ซึ่งถือเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง เพราะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

ผ่อนคลายมาตรการ นักท่องเที่ยวต่างชาติ เข้าไทย
มติ ศบค. ปรับมาตรการรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ เริ่มใช้ 1 มิ.ย.65

ปรับเงื่อนไขใหม่รับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า มาตรการใหม่สำหรับต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ในที่ประชุม มีมติให้ ปรับลดการตรวจดังนี้คือ ผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีนหรือได้รับวัคซีนแต่ยังไม่ครบโดส ให้สามารถใช้ผลตรวจ RT-PCR หรือ Professional ATK ที่ตรวจภายใน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง ยกเลิกการกักตัวสำหรับกลุ่มไม่ได้รับวัคซีน หรือได้รับไม่ครบ หรือไม่มีการตรวจ เมื่อเดินทางมาถึงเพื่อให้การบริการสะดวกยิ่งขึ้นให้ทำการตรวจ Professional ATK ได้ที่สนามบิน

ปรับการลงทะเบียน Thailand pass

สำหรับการลงทะเบียนในระบบสำหรับการเดินทางเข้าประเทศไทยโดย นักท่องเที่ยวชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้ปรับเงื่อนไขใหม่โดยให้ลงทะเบียนก่อนเข้าไทยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ส่วนคนไทยไม่ต้องลงทะเบียนเพราะมีระบบตรวจสอบได้ (หมอพร้อม) ทั้งนี้รูปแบบการลงทะเบียนได้ปรับรูปแบบให้ง่ายขึ้น เหลือเพียงข้อมูลจำเป็น คือ 1.Vaccine/Test 2.Insurance 3.Passport (VIP/TIP) ยังคงไว้ที่ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ

มาตรการผ่านพรมแดนทางบก

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการรองรับนักท่องเที่ยวผู้เดินทางผ่านพรมแดนทางบกว่า ได้มีแผนผ่อนปรนการเข้าประเทศเพื่อสอดรับกับ Endemic Approach เริ่ม 1 มิถุนายน ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้

1. สำหรับผู้ที่มีสัญชาติไทย

ใช้เอกสารผ่านแดนเป็น Passport หรือ Border Pass (หนังสือผ่านแดน) โดยการคัดกรองจะดูหลักฐานการรับวัคซีน และจะไม่มีการกักตัว กรณีฉีดวัคซีนครบ หรือกรณีฉีดไม่ครบต้องมีผล Pro ATK/PCR ภายใน 72 ชั่วโมง และกรณีไม่ฉีดวัคซีนและไม่มีผลตรวจให้ตรวจโดยใช้ Professional ATK

2. สำหรับผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทย

ใช้เอกสารผ่านแดนเป็น Passport หรือ Border Pass (หนังสือผ่านแดน) ส่วนการคัดกรอง ระบบจะคัดกรองจากลักษณะอาการและลงระบบเข้าประเทศ โดยผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทยจะเข้าประเทศได้จะต้องได้รับการฉีดวัคซีนโควิดครบถ้วนแล้วเท่านั้น

ผ่อนคลายการเดินทางระหว่างประเทศกลุ่มนักเรียนและข้าราชการ

นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า ที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ มีมติเห็นขอบสำหรับมาตรการผ่อนคลายการเดินทางระหว่างประเทศให้กับนักเรียนและกลุ่มข้าราชการ แต่เดิมห้ามข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานของรัฐ เดินทางไปต่างประเทศ (ยกเว้นมีความจำเป็น)

ล่าสุด บุคลากรภาครัฐและนักเรียน ที่อยู่ในสังกัดของ สนง. คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ที่อยู่ระหว่างเตรียมตัวเดินทางเพื่อไปศึกษาต่อต่างประเทศ หรืออยู่ระหว่างกำลังศึกษาแต่ปัจจุบันได้พำนักอยู่ในประเทศ แต่เดิมให้ระงับการเดินทาง จากนี้ไปมีคำสั่งปรับเป็นยกเลิกการห้ามเดินทางระหว่างประเทศของนักเรียนทุน ข้าราชการ และบุคลากรของรัฐ

ทั้งนี้ นพ.ทวีศิลป์ ฝากย้ำถึงความห่วงใยจากนายกรัฐมนตรีให้ประชาชนช่วยกันขับเคลื่อนประเทศ โดยถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อหลังผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผ่อนคลายสถานบันเทิง สถานบริการ รวมถึงขณะนี้อยู่ในช่วงเปิดภาคเรียน และล่าสุดผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศของนักท่องเที่ยวต่างชาติ หลังจากนี้คงต้องติดตามสถานการณ์ตัวเลขผู้ติดเชื้ออย่างใกล้ชิดว่าจะเพิ่มหรือลดลง

และทั้งหมดนี้ก็คือรายละเอียด ศบค. ผ่อนคลายมาตรการ นักท่องเที่ยวต่างชาติ ไม่ฉีดวัคซีนเข้าไทยได้ แต่ต้องปฎิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ทั้งนี้จะเริ่มใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มิถุนายน 2565 ที่จะถึงนี้

ขอขอบคุณที่มาจาก : มติชนออนไลน์

อ่านเพิ่มเติม