อัปเดตรถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีเหลือง-ชมพู เปิดบริการเมื่อไหร่

สำรวจความพร้อม ก่อนเดินรถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีเหลือง-ชมพู

รถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สําโรง เป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมและขนส่งของประเทศ ที่ถูกกำหนดไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ของรัฐบาลของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งมุ่งหวังให้ประชาชนได้ใช้บริการรถไฟฟ้าโมโนเรลทั้ง 2 สายนี้ เพื่อเดินทางจากพื้นที่เขตชานเมือง ก่อนเชื่อมต่อเข้าสู่ย่านใจกลางเมือง อย่างสะดวก ปลอดภัย และลดเวลาในการเดินทางมากยิ่งขึ้น

โดยนับตั้งแต่เริ่มก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีเหลืองและสายสีชมพู มาจนถึงการทำพิธีรับรถไฟฟ้าโมโนเรลขบวนแรก เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2565 โครงการรถไฟฟ้าโมโนเรล สายสีชมพู-สีเหลือง ยังคงมีความคืบหน้ามาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีกระแสข่าวว่า เตรียมเปิดเดินรถเสมือนจริงในเดือนตุลาคม 2565 ซึ่งวันนี้ Promotions.co.th ขอพาทุกคนไปสำรวจความพร้อม ตลอดจนกำหนดเปิดเดินรถไฟฟ้าโมโนเรลทั้ง 2 สาย


รถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีชมพู-สีเหลือง เป็นโครงการแบบใด


สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) เป็นโครงการระบบขนส่งมวลชนสายรองประเภทรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Straddle Monorail) มีรูปแบบก่อสร้างเป็นโครงสร้างยกระดับตลอดแนวเส้นทาง โดยมีรายละเอียดดังนี้

รถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีเหลือง
  • มีระยะทางเดินรถทั้งสิ้น 30.4 กิโลเมตร มีสถานีรวม 23 สถานี และมีศูนย์ควบคุมการเดินรถและอาคารจอดแล้วจรอยู่ที่สถานีศรีเอี่ยม
รถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีชมพู
  • มีระยะทางทั้งสิ้น 34.5 กิโลเมตร มีสถานีรวม 30 สถานี และมีศูนย์ควบคุมการเดินรถและอาคารจอดแล้วจรอยู่ที่สถานีมีนบุรี
รถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีเหลือง-ชมพู เปิดบริการเมื่อไหร่
รถไฟฟ้าสายสีเหลือง

ความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีชมพู-สีเหลือง


ความคืบหน้าของโครงการ (ข้อมูลวันที่ 6 กรกฎาคม 2565)
รถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีเหลือง
  • มีความคืบหน้าในภาพรวมคิดเป็น 92.93% แบ่งเป็นงานโยธา 93.42% และงานระบบรถไฟฟ้า 92.29%
รถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีชมพู
  • มีความคืบหน้าในภาพรวมคิดเป็น 88.51% แบ่งเป็นงานโยธา 90.06% และงานระบบรถไฟฟ้า 87.02%
สำรวจเส้นทางเดินรถ
รถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีเหลือง

สำหรับเส้นทางการเดินรถไฟฟ้าสายสีเหลือง เริ่มต้นที่แยกรัชดา-ลาดพร้าว บริเวณหน้าอาคารจอดแล้วจร สถานีลาดพร้าว ของรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (MRT สายสีน้ำเงิน) ไปตามแนวถนนลาดพร้าว ถึงทางแยกบางกะปิ เข้าสู่ถนนศรีนครินทร์ ข้ามทางแยกต่างระดับพระราม 9 ผ่านแยกพัฒนาการ แยกศรีนุช แยกศรีอุดม แยกศรีเอี่ยม แยกศรีเทพา เข้าสู่ถนนเทพารักษ์ และสิ้นสุดที่บริเวณแยกเทพารักษ์

รถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีชมพู

ในส่วนของเส้นทางเดินรถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีชมพู มีจุดเริ่มต้นบนถนนรัตนาธิเบศร์ บริเวณถัดจากศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรี ผ่านแยกแครายเข้าสู่ถนนติวานนท์ ตัดเข้าสู่ถนนแจ้งวัฒนะที่บริเวณใกล้กับห้าแยกปากเกร็ด ผ่านแยกหลักสี่ เข้าสู่ถนนรามอินทราจนถึงแยกมีนบุรี เลี้ยวขวาสู่ถนนรามคำแหง ซึ่งมีสถานีสุดท้ายที่บริเวณใกล้ซอยรามคำแหง 192

กำหนดเดินรถเสมือนจริง

เบื้องต้น รัฐบาลมีแผนทดสอบเดินรถเสมือนจริง (Trial Run) โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง และโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ถูกกำหนดขึ้นในเดือนตุลาคม 2565 เพื่อให้มั่นใจว่าการทำงานทุกระบบสอดคล้องกัน มีประสิทธิภาพ และมีความปลอดภัย


รถไฟฟ้าสายสีชมพู และสายสีเหลือง เปิดเดินรถเมื่อไหร่


สำหรับกำหนดการเปิดใช้งานโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง และโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี บางช่วงอย่างเป็นทางการ ก็คือไตรมาสแรกของปี 2566 ทั้งนี้ประชาชนสามารถทดลองใช้บริการฟรี 3 เดือน ระหว่างเดือนมกราคม-เดือนมีนาคม 2566 ก่อนที่จะเปิดเต็มรูปแบบภายในปี 2566

รถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีเหลือง-ชมพู เปิดบริการเมื่อไหร่
รถไฟฟ้าสายสีชมพู

ข้อดีของการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า


(1) เมื่อประชาชนหันมาใช้บริการรถไฟฟ้าแทนการขับรถยนต์ส่วนตัว จะช่วยลดมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อมในตัวเมือง รวมถึงลดความหนาแน่นของการจราจรบนท้องถนน

(2) ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง การเดินทางด้วยการใช้บริการรถไฟฟ้า ถือว่ามีอัตราค่าบริการที่ค่อนข้างถูก เมื่อเทียบกับความสะดวกสบายที่ได้รับ

(3) ประหยัดเวลาในการเดินทาง และไม่ต้องเจอปัญหารถติดให้เสียเวลา ในแต่ละสถานีจะใช้เวลาประมาณไม่กี่นาทีในการเดินทางแต่ละครั้ง

(4) ความปลอดภัยสูงสุด เนื่องจากบนระบบรางที่มีมาตฐานสูง หมดห่วงเรื่องการเกิดอุบัติเหตุไปได้เลย หากเกิดเรื่องฉุกเฉินในแต่ละประตูจะมีคันโยกหยุดรถ สามารถใช้ได้เมื่อมีเหตุร้ายแรงที่อันตราย

(5) ความสะดวกสบาย ภายในห้องโดยสารจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบมากมาย เช่น เก้าอี้ ที่จับ เสา พร้อมกับเครื่องปรับอากาศสุดเย็นช่ำเปิดให้แก่ผู้มาใช้บริการ

อ้างอิงข้อมูลจาก : ไทยคู่ฟ้า


READ MORE :