ผู้ปกครองเช็คด่วน ข้อควรรู้ก่อนยิมยอมฉีดไฟเซอร์ให้นักเรียน

ตุลาคมนี้ฉีดวัคซีน Pfizer ให้เด็กนักเรียน ม.1-6 ปวช. ปวส. หรือเทียบเท่า

หลังจากประเทศไทยได้รับบริจาควัคซีนไฟเซอร์จากสหรัฐอเมริกา เป็นจำนวน 1,503,450 โดส เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 64 ที่ผ่านมา ภาครัฐได้จัดการวางแผนจัดสรรวัคซีนโควิดทั้งหมด 24 ล้านโดส ได้แก่ วัคซีนซิโนแวค 6 ล้านโดส วัคซีนแอสตร้าเซเนกา 10 ล้านโดส และวัคซีนไฟเซอร์ 8 ล้านโดส ให้กับ 5 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ประชาชนทั่วไปอายุตั้งแต่ 18 ปี เด็กนักเรียนอายุ 12-17 ปี แรงงานในระบบประกันสังคม หน่วยงานอื่น ๆ และผู้ที่ได้รับวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็ม ต้องการเข็มที่ 3 กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย. 64 – 31 ต.ค. 64 โดยบทความนี้ขอเจาะจงไปที่การฉีดวัคซีน Pfizer ให้กับเด็กนักเรียนที่ผู้ปกครองควรทราบข้อมูลเบื้องต้นก่อนยินยอม เช่น เริ่มฉีดเมื่อไหร่ ที่ไหน ฉีดให้กับเด็กอายุเท่าไหร่ ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น และอื่น ๆ เนื่องจากที่ผ่านมาการฉีดวัคซีนวัคซีนโควิด-19 ให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาวิจัยว่ามีประสิทธิภาพและปลอดภัยกับเด็กหรือไม่ โดยขณะนี้คณะกรรมการร่วมด้านวัคซีนและภูมิคุ้มกัน (JCVI) ได้มีมติให้อายุ 12-15 ปี ที่มีโรคประจำตัว รับการฉีดวัคซีนโควิดชนิด mRNA ได้ ทางด้านสหรัฐอเมริกาก็มีการฉีดวัคซีนโควิดให้กับเด็กแล้วกว่า 10 ล้านคน

แนวทางฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้เด็กนักเรียนอายุตั้งแต่ 12 ปี

ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศคบ. ได้เห็นชอบให้ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ในกลุ่มเด็กนักเรียนอายุ 12-17 ที่ศึกษาอยู่ในระดับชั้น ม.1-6 หรือ ปวช. ปวส. หรือ เทียบเท่า รวมทั้งอนุโลมให้ฉีดวัคซีนกับเด็กอายุเกิน 18 ปี ที่ยังศึกษาอยู่ในสถานศึกษา โดยผู้ปกครองจะต้องส่งใบยิมยอมการฉีดวัคซีนให้แก่สถานศึกษาที่บุตรหลานศึกษาอยู่

ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้เด็กนักเรียน

กลุ่มเป้าหมายเด็กนักเรียน

นักเรียน/นักศึกษา ที่ศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 หรือ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช. / ปวส.) หรือเทียบเท่า และนักเรียนอายุเกิน 18 ปี

เริ่มฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้นักเรียนเมื่อไหร่

เริ่มฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับนักเรียนตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระยะแรก สำหรับนักเรียน ม. 4-6 หรือ ปวช. ปวส. หรือ เทียบเท่า ส่วนระยะถัดไป สำหรับนักเรียนระดับชั้นอื่น ๆ ที่เหลือ

เด็กรับการฉีดวัคซีน

ให้บริการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับนักเรียนที่ไหน

ให้บริการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ในสถานศึกษา อาทิ

  • โรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดรัฐบาลและเอกชน
  • สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวะศึกษา (สอศ.)
  • โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน สังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  • โรงเรียนสอนศาสนา
  • สถาบันการศึกษาอื่น ๆ ที่มีเด็กนักเรียนอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป กำลังศึกษา เช่น โรงเรียนทหาร

วิธีการฉีดวัคซีนและฉีดห่างกันกี่สัปดาห์

วัคซีน Pfizer มีวิธีการฉีดเข้าชั้นกล้ามเนื้อ (IM : Intramuscular injection) จำนวน 2 เข็ม โดยเข็มที่ 1 ฉีดระยะห่างกันกับเข็มที่ 2 ประมาณ 3-4 สัปดาห์

วัคซีน Pfizer

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเด็กนักเรียนฉีดวัคซีนไฟเซอร์

สำหรับผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติ สหรัฐ ซึ่งผู้ปกครองควรเฝ้าสังเกตให้ดี เมื่อเด็กได้รับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ที่เป็นวัคซีนป้องกันโควิด-19 ชนิด mRNA คือ มีความเสี่ยงเล็กน้อยที่จะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ สังเกตได้จากมีอาการเจ็บหน้าอก หายใจหอบ เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ใจสั่น พบได้ภายใน 7-30 วันหลังได้รับวัคซีน โดยส่วนมากจะเป็นเพศชายกลุ่มอายุ 12-17 ปี มากกว่าเพศหญิง ทั้งนี้ผู้ป่วยสามารถหายได้เป็นปกติเกือบทั้งหมด อย่างไรก็ตามหากเด็กมีประวัติกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ภาวะหัวใจล้มเหลวมาก่อน ผู้ปกครองควรปรึกษาแพทย์ก่อนให้เด็กฉีด

ผลข้างเคียงทั่วไปจากการฉีดวัคซีน

ไม่เพียงแค่ควรรู้ว่าวัคซีนไฟเซอร์อาจเกิดผลข้างเคียงอะไรบ้าง เพราะตามปกติการฉีดวัคซีนสามารถมีผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยจะเฝ้าระวังสังเกตอาการหลังฉีดภายใน 30 นาที โดยมีอาการดังนี้

อาการผลข้างเคียงที่ไม่รุนแรง: ปวด บวม แดงบริเวณที่ฉีด อาการคล้ายมีไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย

อาการผลข้างเคียงที่รุนแรง: มีไข้สูง ใจสั่น แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ปวดศีรษะรุนแรง หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว กล้ามเนื้ออ่อนแรง อาการบวม อาเขียนไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง ท้องเสีย ชัก หมดสติ

ทราบข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับเด็กนักเรียน ที่จะเริ่มฉีดในเดือนตุลาคมนี้แล้ว ผู้ปกครองสามารถพิจารณาว่าจะยินยอมให้เด็กฉีดวัคซีนหรือไม่ โดยควรหาข้อมูลหลาย ๆ ด้าน เพื่อความปลอดภัยของบุตรหลานมากที่สุด

READ MORE>>>