ข่าวดี เริ่มฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้เด็ก 12 ปีขึ้นไป ตุลาคมนี้

เริ่มฉีดวัคซีน Pfizer ให้เด็กนักเรียนนักศึกษา ผู้ปกครองต้องยินยอมด้วย

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย ที่ยังคงมีผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้ภาครัฐเร่งการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น บุคลากรทางการแพทย์ ผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค เพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้อและบรรเทาอาการร้ายแรงหากติดเชื้อ ปัจจุบันวัคซีนโควิดในไทยที่ได้รับการอนุมัติผ่าน อย. แล้ว มีทั้งหมด 6 วัคซีน ได้แก่ แอสตราเซเนกา ซิโนแวค จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน โมเดอร์นา ซิโนฟาร์ม และไฟเซอร์ ความก้าวหน้าในการฉีดวัคซีนโควิดในไทย มีจำนวนผู้ได้รับวัคซีนครบทั้ง 2 เข็มแล้ว 11,630,996 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 9 ก.ย. 64) และยังมีแผนฉีดวัคซีน 24 ล้านโดส 5 กลุ่ม โดยศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศคบ. ได้เห็นชอบให้เด็กอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป รับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer) เป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้

เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป เตรียมรับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์

หลังจากที่ ศคบ. ได้แถลงการประชุมแนวทางการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer) ให้กลุ่มเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 64 ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบให้เด็กเข้ารับการฉีดวัคซีนตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้ โดยต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง สำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป มีกลุ่มเป้าหมายนักเรียนและนักศึกษาที่อยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 หรือ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช./ปวส.) หรือเทียบเท่า การรับวัคซีนแบ่งเป็น 2 ระยะ ดังนี้

  • ระยะที่ 1 สำหรับเด็กนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 หรือ ปวช./ปวส. หรือเทียบเท่า
  • ระยะที่ 2 ให้จัดสรรวัคซีนโควิดสำหรับเด็กนักเรียนระดับชั้นอื่น ๆ
แนวทางฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับเด็กนักเรียน

เด็กเข้ารับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ได้ที่ไหน

การบริการฉีดวัคซีนจะให้บริการผ่านทางสถาบันการศึกษา

  • โรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดรัฐบาลและเอกชน
  • สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา (สอศ.)
  • โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน สังกัดบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  • โรงเรียนสอนศาสนา
  • สถาบันการศึกษาอื่น ๆ ที่มีเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปและกำลังศึกษาอยู่ เช่น โรงเรียนทหาร

ทั้งนี้ยังอนุโลมให้เด็กอายุเกิน 18 ปี ที่อยู่ในสถาบันการศึกษาข้างต้น ได้รับฉีดวัคซีนไฟเซอร์ด้วย

ขั้นตอนการรับฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด/กรุงเทพมหานคร แจ้งสถานศึกษาให้ชี้แจงและส่งใบยินยอมให้กับผู้ปกครองของเด็ก แจ้งจำนวนนักเรียนที่จะเข้ารับการฉีดวัคซีนและใบรับรองให้กับสำนักงานสาธารณสุขฯ กรมควบคุมโรคจะจัดส่งวัคซีนไฟเซอร์และอุปกรณ์การฉีด เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้ ไปยังสถานพยาบาล เพื่อให้นัดหมายฉีดวัคซีน บริการฉีดวัคซีน ออกเอกสารรับรอง สังเกตอาการผลข้างเคียง และอื่น ๆ ตามขั้นตอนบริการฉีดวัคซีนโควิด โดยการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ จะฉีด 2 เข็ม เข็มแรกและเข็มที่สองห่างกันประมาณ 3-4 สัปดาห์

แผนฉีดวัคซีน 24 ล้านโดส 5 กลุ่ม เริ่ม 27 ก.ย. 64

สำหรับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป จะอยู่ในแผนฉีดวัคซีน 24 ล้านโดส 5 กลุ่ม ตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย. 64 – 31 ต.ค. 64 แต่ละกลุ่มจะได้รับการฉีดวัคซีนแต่ละสูตรดังนี้

5 กลุ่มในแผนฉีดวัคซีน 24 ล้านโดส
  • ประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ทั่วประเทศ จำนวน 8 ล้านโดส คิดเป็น 70% จะได้รับการฉีดสูตรวัคซีน 3 สูตร ได้แก่ ซิโนแวค-แอสตราเซเนกา แอสตราเซเนกา-แอสตราเซเนกา แอสตราเซเนกา-ไฟเซอร์
  • นักเรียนอายุ 12-17 ปี ทั่วประเทศ จำนวน 4.8 ล้านโดส คิดเป็น 20% จะได้รับการฉีดวัคซีน ไฟเซอร์-ไฟเซอร์
  • แรงงานในระบบประกันสังคม จำนวน 8 แสนโดส คิดเป็น 3% จะได้รับการฉีดวัคซีนซิโนแวค-แอสตราเซเนกา
  • หน่วยงานต่าง ๆ เช่น เรือนจำ จำนวน 1.1 ล้านโดส คิดเป็น 5% จะได้รับการฉีดวัคซีนซิโนแวค-แอสตราเซเนกา
  • ผู้ต้องการฉีดกระตุ้นเข็ม 3 ที่ได้รับการฉีดวัคซีนซิโนแวคมาแล้วครบ 2 เข็ม จำนวน 5 แสนโดส คิดเป็น 2% ได้รับการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา

เรียกได้ว่าเป็นข่าวดีสำหรับกลุ่มเด็กนักเรียนนักศึกษา ที่จะได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในเดือนตุลาคมนี้ หลังจากระลอกการแพร่ระบาดที่ผ่านมา ก็มีข่าวว่ามีเด็กติดเชื้อโควิดเป็นจำนวนมากหลังจากไปเรียนที่โรงเรียน จนต้องนำเอาวิธีการเรียนการสอนผ่านทางออนไลน์มาใช้อีก เนื่องจากยังไม่สามารถยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้

READ MORE>>>