Home Promotions.co.th News เช็คอาการโรคฝีดาษลิง โรคติดต่อจากสัตว์ที่อาจอันตรายถึงชีวิต

เช็คอาการโรคฝีดาษลิง โรคติดต่อจากสัตว์ที่อาจอันตรายถึงชีวิต

ฝีดาษลิง แม้มีโอกาสติดน้อย แต่ยังต้องระวัง

แม้ปี 2565 จะมีข่าวดีเกี่ยวกับการรับมือโรคโควิด-19 ที่สร้างความสูญเสียไปทั่วโลกมากว่า 2 ปี หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ลดลง เนื่องจากหลายประเทศได้เร่งฉีดวัคซีนให้แก่ประชากรเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ทั้งปรับมาตรการต่าง ๆ ภายในของตนหลังผู้คนในประเทศเริ่มปรับตัวและใช้ชีวิตกับโรคร้ายนี้ได้ เห็นได้จากการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบไม่ต้องกักตัว เหมือนช่วงแรก ๆ ที่มีการระบาดของเชื้อ COVID-19

แต่เหมือนข่าวดีจะอยู่ไม่นาน หลังมีรายงานว่า ณ ตอนนี้ หลายประเทศในยุโรปพบผู้ป่วยโรคฝีดาษลิง (monkeypox) อีกทั้งองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกแถลงการณ์เตือนเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2565 ว่า จำนวนผู้ป่วยฝีดาษลิงอาจ “เพิ่มขึ้น” ในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า และไวรัสมีแนวโน้มที่จะแพร่กระจายไปทั่วยุโรป เป็นผลให้ประเทศไทยเร่งออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อรับมือโรคดังกล่าวด้วย  เพื่อให้ทุกคนสามารถสังเกตอาการตัวเองเบื้องต้น วันนี้ Promotions.co.th ได้รวบรวมข้อมูลอาการโรคฝีดาษลิง ว่าเป็นอย่างไร มีความรุนแรงแค่ไหน รวมถึงวิธีดูแลตัวเองมาฝาก


โรคฝีดาษลิง คืออะไร อันตรายแค่ไหน


เกิดจากเชื้อไวรัสที่อยู่ในตระกูลเดียวกับฝีดาษ (smallpox) หรือไข้ทรพิษที่หมดไปจากโลกแล้ว ตั้งแต่ปี 2523 โดยโรคฝีดาษลิงมีความรุนแรงของอาการน้อยกว่าและมีโอกาสในการติดเชื้อต่ำกว่าไข้ทรพิษ ทั้งส่วนใหญ่มักพบการระบาดของโรคนี้ในประเทศแถบแอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันตกใกล้กับป่าฝนเขตร้อน แต่ครั้งนี้กลับพบโรคฝีดาษลิงในทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือ ได้แก่

  • สหราชอาณาจักรอังกฤษ
  • สเปน
  • โปรตุเกส
  • อิตาลี
  • เบลเยียม
  • ฝรั่งเศส
  • เยอรมันนี
  • สวีเดน
  • สหรัฐอเมริกา
  • แคนาดา
  • ออสเตรเลีย
  • อิสราเอล
  • เนเธอร์แลนด์
  • สวิตเซอร์แลนด์
  • กรีซ

ประกอบกับมีคำเตือนจาก WHO ออกมา ส่งผลให้หลายประเทศต่างตื่นตัว พร้อมเร่งหาวิธีรับมือโรคฝีดาษลิง โรคติดต่อจากสัตว์ที่อาจพบไม่บ่อย แต่มีโอกาสเสี่ยงติดเชื้อสูง แถมบางครั้งก็อันตรายกว่าที่คิด

โรคฝีดาษลิง อันตรายแค่ไหน

แม้อาการป่วยของผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ไม่รุนแรง ทั้งมีอาการคล้ายโรคอีสุกอีใสที่สามารถหายได้เองภายใน 2-3 สัปดาห์ แต่รู้ไหมว่า ผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงบางรายก็มีอาการรุนแรงถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้ เพราะเคยมีรายงานว่าพบผู้เสียชีวิตด้วยโรคนี้หลายคนแล้วในแอฟริกาตะวันตก

เชื้อไวรัสฝีดาษลิง

ฝีดาษลิง มีระยะเวลาแพร่เชื้อกี่วัน ติดต่อทางไหนได้บ้าง


โรคฝีดาษลิง ติดต่อได้จาก

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสฝีดาษลิง มีลักษณะการติดต่อดังนี้

(1) จากสัตว์สู่มนุษย์

สามารถติดต่อได้จากการสัมผัสทางผิวหนังหรือเยื่อเมือก เช่น จมูก ปาก ตา กับสัตว์ที่ป่วยเป็นโรค สารคัดหลั่ง เลือด ผิวหนัง หรือการนำซากสัตว์ป่วยมาปรุงอาหาร รวมทั้งการถูกสัตว์ป่วย ข่วน กัด หรือสัมผัส เครื่องใช้ที่ปนเปื้อนเชื้อจากสัตว์นั้น

(2) จากมนุษย์สู่มนุษย์

เป็นการติดต่อจากละอองฝอยจากการอยู่ใกล้ผู้ป่วยในระยะประชิด การสัมผัสสารคัดหลั่งจากผู้ป่วย การสัมผัสเลือด หรือรอยโรคที่ผิวหนัง หรือของใช้ส่วนตัวที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่งจากผู้ป่วย

โดยหลังจากได้รับเชื้อไวรัสฝีดาษลิงเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าจะด้วยวิธีใด โรคนี้มีระยะฟักตัวประมาณ 7-4 วัน หรืออาจนานได้ถึง 21 วัน แล้วแต่ภูมิคุ้มกันภายในร่างกายของผู้ได้รับเชื้อ

ระยะแพร่เชื้อไวรัสฝีดาษลิง คือ

สำหรับผู้ติดเชื้อไวรัสฝีดาษลิงสามารถแพร่เชื้อได้ตั้งแต่เกิดผื่นหรือตุ่มที่ผิวหนังจนกว่าสะเก็ดแผลจะหลุดลอกออกมา โดยสะเก็ดแผลที่หลุดออกมาอาจมีเชื้อไวรัสที่สามารถติดไปสู่ผู้อื่นได้อีกเช่นกัน


สำรวจอาการป่วยหากติดเชื้อไวรัสฝีดาษลิง มีอาการอะไรบ้าง


มีไข้สูง ปวดศีรษะ

โดยอาการของผู้ป่วยโรคฝีดาษลิง มีดังนี้

(1) อาการเริ่มแรกเริ่ม คือ มีไข้ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ต่อมน้ำเหลืองโต หนาวสั่น อ่อนเพลีย หรือรู้สึกกระสับกระส่าย

(2) จากนั้นประมาณ 1-3 วัน จะมีผื่นหรือตุ่มขึ้นบริเวณแขนขา เกิดบนหน้าหรือลำตัว ก่อนจะกระจายไปตามส่วนอื่นของร่างกาย โดยบางคนอาจขึ้นไม่เยอะ หรือบางคนอาจขึ้นหลายพันตุ่ม จะเป็นตุ่มนูนใหญ่และมีหนองด้านในเมื่อสุกแล้วจะแตกเป็นแผล

(3) ในระยะสุดท้ายตุ่มหนองจะกลายเป็นสะเก็ดและร่วงออกมา ซึ่งการติดเชื้ออาจหายเองโดยไม่ต้องรักษาและคงอยู่ประมาณ 14-21 วัน


วิธีป้องกันและรักษาโรคฝีดาษลิง


การป้องกันเชื้อไวรัสฝีดาษลิงเบื้องต้นสำหรับประชาชนทั่วไป มีดังนี้

  • ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์
  • งดรับประทานของป่า หรือปรุงอาหารจากสัตว์ป่า
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่าที่มาจากพื้นที่เสี่ยงหรือสัตว์ป่าป่วย
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ที่มีประวัติมาจากพื้นที่เสี่ยงและมีอาการ
  • หลีกเลี่ยงการเลี้ยงหรือนำเข้าสัตว์ป่าจากต่างประเทศที่ไม่ทราบประเทศต้นทาง
  • กรณีมีการเดินทางกลับจากประเทศที่เป็นเขตติดโรค ต้องทำการคัดกรองและเฝ้าระวังอาการจนครบ 21 วัน หากมีอาการเจ็บป่วยให้รีบไปพบแพทย์ทันที และทำการแยกกักเพื่อมิให้ผู้ป่วยมีการแพร่กระจายเชื้อ
ป่วยด้วยโรคฝีดาษลิง ต้องรักษาอย่างไร

เป็นที่น่าเสียดาย เพราะทุกวันนี้ยังไม่มียาหรือวัคซีนที่สามารถรักษาผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงได้แบบ 100% กระทั่งการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้ทรพิษก็ป้องกันโรคฝีดาษลิงได้เพียง 85% เท่านั้น ประกอบกับเด็กที่เกิดหลังปี 2523 ไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีนไข้ทรพิษมาก่อน ทำให้กลายเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อโรคฝีดาษลิงมากกว่าประชากรกลุ่มอื่น

แม้ตอนนี้ยังไม่พบการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิงในประเทศไทย แต่กระทรวงสาธารณสุขได้ยกระดับการป้องกันโรคเพื่อเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางจากประเทศเสี่ยงสูง รวมถึงขอให้ประชาชนที่ต้องเดินทางไปยังประเทศที่พบผู้ป่วย ฝีดาษลิง เพิ่มความระมัดระวังตัวพร้อมติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ถ้ามีข้อสงสัยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-590-3839 หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

อ้างอิงข้อมูล : กองโรคติดต่อทั่วไป, The Guardian, Euronews Next


READ MORE :
Exit mobile version