สธ. จัดหาแอนติบอดี LAAB ป้องกันโควิดในผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ

ไทยลงนามจัดหาแอนติบอดีสำเร็จรูป ช่วยเหลือกลุ่มภูมิคุ้มกันต่ำ

เมื่อวันที่ 6 ก.ค.65 ที่ผ่านมา ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานพิธีลงนามสัญญาจัดหาแอนติบอดีสำเร็จรูป Long Acting Antibodies (LAAB) มาใช้ดูแลประชาชนกลุ่มภูมิคุ้มกันต่ำเพื่อลดเสี่ยงอาการรุนแรงและเสียชีวิตจากโควิด-19 เบื้องต้นคาดว่าถึงไทยภายในกรกฎาคมนี้

ทำไมต้องเปลี่ยนวัคซีนโควิด-19 เป็น แอนติบอดีสำเร็จรูป

ความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องเปลี่ยนวัคซีนโควิด-19 เป็นแอนติบอดีสำเร็จรูป เนื่องมาจากที่ผ่านมากรมควบคุมโรคได้ลงนามจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 กับแอสตร้าเซนเนก้า อย่างไรก็ตามวัคซีนทุกชนิดสำหรับประชากรที่ร่างกายไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ดี เช่น ผู้สูงอายุที่อายุมาก ๆ ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ ผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง ผู้ปลูกถ่ายไขกระดูกและได้รับยากดภูมิคุ้มกัน

กลุ่มดังกล่าวระดับภูมิจะลดลงอย่างรวดเร็วเสี่ยงต่อการป่วยรุนแรงและเสียชีวิต โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยไตวายที่มีการเสียชีวิตทุกวัน ด้วยเหตุนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขจึงได้จัดหาแอนติบอดีสำเร็จรูป (LAAB) เพื่อมาใช้ดูแลกลุ่มเสี่ยงดังกล่าวโดยการจัดหาไม่ได้ใช้งบประมาณเพิ่มเติมแต่อย่างใดแต่เป็นการแลกเปลี่ยนกับวัคซีนแอสตร้า ฯ บางส่วนมาเป็น LAAB ภายในกรอบวงเงินงบประมาณเดิมทำให้ใช้งบลดลง 125 ล้านบาท

พิธีลงนามสัญญาจัดหาแอนติบอดีสำเร็จรูป
แอนติบอดีสำเร็จรูป LAAB ช่วยลดการป่วยรุนแรงและเสียชีวิตแก่ประชากรกลุ่มเสี่ยง

แอนติบอดีสำเร็จรูป (LAAB) คืออะไร

LAAB หรือ แอนติบอดีสำเร็จรูป มีส่วนประกอบ 2 ชนิด ได้แก่ Cilgavimab 150 มิลลิกรัม และ Tixagemab 150 มิลลิกรัม ซึ่งทั้ง 2 ชนิดได้ผ่านการรับรองใช้ในภาวะฉุกเฉินจากสหรัฐอเมริกาและอังกฤษแล้ว และองค์การอาหารและยาของไทยก็ได้อนุมัติให้ใช้ในภาวะฉุกเฉินไปแล้วเช่นกันเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 65 ที่ผ่านมา

โดยมีข้อบ่งใช้ก่อนการสัมผัสโรคให้กับกลุ่มผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำตั้งแต่อายุ 12 ปีขึ้นไปและต้องมีน้ำหนักตัวไม่น้อยกว่า 40 กิโลกรัม ด้วยการฉีดเข้ากล้ามเนื้อทุก 6 เดือน จากการศึกษาพบว่ามีประสิทธิผลลดความเสี่ยงอาการรุนแรงร้อยละ 83 ซึ่งถือว่าคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์

จำเป็นต้องฉีดทุก 6 เดือนหรือไม่

นพ.โอภาส กล่าวว่า อนติบอดีสำเร็จรูป ฉีด 1 ครั้งจะอยู่ได้นาน 6 เดือน แต่หลังจากนั้นจะฉีดต่อหรือไม่ยังตอบไม่ได้ต้องดูตามสถานการณ์การระบาดร่วมด้วย ซึ่งในตอนนี้น่าจะเหมาะสมมากที่สุดเนื่องจากมีการระบาดอยู่ สรุปก็คือจะดูสถานการณ์การระบาดและความปลอดภัยเป็นสำคัญ สำหรับแอนติบอดีสำเร็จรูป (LAAB) จะทยอยเข้าก่อน 7 พันโดสภายในเดือนกรกฎาคมนี้

แอนติบอดีสำเร็จรูปใช้กับใคร

ด้าน นพ.โอภาส พุทธเจริญ หัวหน้าศูนย์โรคอุบัติใหม่ทางคลินิก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการกระจายและการเข้าถึง แอนติบอดีสำเร็จรูป (LAAB) เอาไว้ว่า เบื้องต้นได้เชิญโรงเรียนแพทย์ เช่น ศิริราช รามาธิบดี จุฬาฯ รวมถึงวิทยาลัยต่าง ๆ เข้าหารือเพื่อรับทราบตรงกันว่าจะใช้ (LAAB) กับประชากรกลุ่มไหนดี ซึ่งเดิมได้ทำการศึกษากับประชากรในกลุ่มป่วยโรคไตเรื้อรังที่ต้องฟอกไตว่ามีความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์หรือไม่อย่างไร

แต่ทางผู้เชี่ยวชาญของโรงเรียนต่าง ๆ ก็ได้ให้ขอเสนอแนะว่าอยากเพิ่มกลุ่มผู้ปลูกถ่ายอวัยวะด้วยเนื่องจากประชากรกลุ่มนี้มีความยากลำบากอย่างมากกว่าจะได้อวัยวะมาถึงแม้ว่าการประเมิณในเบื้องต้นจะไม่คุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์แต่ได้คิดถึงคุณภาพชีวิตเป็นสำคัญจึงขอให้เพิ่มกลุ่มนี้เข้าไปด้วยซึ่งทาง สธ. ก็ได้เพิ่มเข้าไปให้แล้วโดยกลุ่มเป้าหมายสามารถเพิ่มได้ตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ

นพ.โอภาส กล่าวต่อว่าเมื่อกำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้วขั้นตอนต่อจากนี้จะได้เชิญ สปสช. มาหารือว่าในแต่ละจังหวัดมีผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังจำนวนเท่าไร เพื่อที่จะได้กระจายตามสัดส่วนลงไปซึ่งข้อมูลในส่วนนี้ทาง สปสช. มีอยู่แล้ว จากนั้นก็ผู้ป่วยกลุ่มอื่น ๆ ที่เพิ่มเข้ามาก็จะขอข้อมูลเพิ่มด้วย

นอกจากนี้เนื่องจากเป็นยาใหม่ที่สามารถใช้ได้ทั้งการป้องกันและรักษาซึ่งทางบริษัทเองได้ยื่น อย.ในเรื่องป้องกันไปแล้วคาดว่าจะยื่นเรื่องรักษาเพิ่มภายในเดือนนี้และคาดว่าจะกระจายได้แล้วเสร็จได้ภายใน 2 สัปดาห์นี้ ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ในโรงพยาบาลใหญ่ ๆ โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลศูนย์ ซึ่งการแจกจ่ายก็จะเหมือนวัคซีนโควิดที่จะส่งไปยังจังหวัดเพื่อให้ไปกระจายต่อตามจำนวนผู้ป่วยที่มีข้อมูลของ สปสช.

ขอขอบคุณที่มา : Hfocus.org เจาะลึกระบบสุขภาพ

อ่านเพิ่มเติม