มาตรการช้อปช่วยชาติ เตรียมคัมแบ็ก ลดหย่อนภาษี สูงสุด 50,000 บาท

ads

ยิ่งช้อป ยิ่งลดภาษี

ถือเป็นข่าวดี ! สำหรับประชาชนที่ชื่นชอบการช้อปปิ้ง เมื่อกระทรวงการคลัง เตรียมเสนอที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากโควิด-19 (ศบศ.) ฟื้นมาตรการช้อปช่วยชาติ 2563 ซึ่งเป็นมาตรการที่ภาครัฐฯ ทำออกมาเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งมาตรการช้อปช่วยชาติในแต่ละครั้งที่ผ่านมา ล้วนมีกลุ่มสินค้า บริการและเงื่อนไขที่เข้าข่ายแตกต่างกันออกไป

แต่สิ่งที่ประชาชนผู้เสียภาษีอย่างเราได้ประโยชน์ ก็คือ เมื่อเราซื้อสินค้าหรือมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับมาตรการช้อปช่วยชาติ สามารถนำรายจ่ายส่วนนั้นมาเป็นค่าลดหย่อนภาษีตอนคำนวณภาษี ทำให้บุคคลธรรมดาที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ต้องเสียหรือยื่นภาษี สามารถประหยัดภาษีที่ต้องจ่าย และอาจจะได้เงินคืนอีกด้วย

ช้อปช่วยชาติ 2563 ให้สิทธิ์ในการลดหย่อนภาษีเท่าไหร่ ?

สำหรับในมาตรการช้อปช่วยชาติ 2563 นั้น จะมีการเพิ่มวงเงินในการลดหย่อนภาษีได้ จากเดิมที่เคยให้สิทธิ์ในการลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15,000 บาท เพิ่มเป็นลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท เพื่อจูงใจให้ประชาชนที่มีรายได้และมีกำลังซื้อไปจับจ่ายซื้อสินค้าในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้

ช้อปช่วยชาติ 2563 ใครใช้ได้บ้าง ?

แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยหลักเกณฑ์มาตรการช้อปช่วยชาติ 2563 อย่างชัดเจน แต่เมื่อเทียบเคียงกับข้อมูลเก่าของมาตรการช้อปช่วยชาติ 2558 มาจนถึงปัจจุบัน คาดการณ์ว่า ผู้มีสิทธิตามมาตรการช้อปช่วยชาติ 2563 ก็คือ ประชาชนที่ซื้อสินค้าและบริการที่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% โดยต้องนำใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบที่ได้จากห้างร้านที่จดทะเบียน VAT กับกรมสรรพากร มาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งสามารถใช้เป็นค่าลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริงสูงสุดปีละไม่เกิน 50,000 บาท

ช้อปช่วยชาติ 2563 สินค้าและบริการที่สามารถลดหย่อนภาษีได้ มีอะไรบ้าง ?

เมื่อพิจารณาสินค้าและบริการที่เข้าข่ายมาตรการช้อปช่วยชาติ 2563 ที่สามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้นั้น คาดว่า เป็นการเลือกซื้อสินค้าหรือบริการ ดังนี้

  • ค่าซื้อสินค้าจากร้านสะดวกซื้อและห้างสรรพสินค้า
  • ค่าซื้อสินค้าจากร้านค้า duty free
  • ค่าอาหารและเครื่องดื่มในร้านอาหารและโรงแรมที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • ค่าศัลยกรรมกับสถานเสริมความงามที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • ค่าซื้ออุปกรณ์ตกแต่งรถ อะไหล่รถยนต์
  • ค่าซื้ออุปกรณ์ตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า
  • ค่าบริการทำสปา นวดหน้า
  • ค่าตั๋วหนัง
  • ค่าหนังสือ และ e-Book
  • ค่าซ่อมรถที่มีการซ่อมแล้วเสร็จ
  • ค่าตั๋วเครื่องบินที่บินในประเทศ ของสายการบินที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยต้องซื้อและบินภายในช่วงเวลามาตรการเท่านั้น ฯลฯ

หลักฐานที่ต้องใช้ เพื่อลดหย่อนภาษี ตามมาตรการช้อปช่วยชาติ 2563 

ใบเสร็จรับเงิน ต้องมีรายละเอียดอะไรบ้าง ?

หากคุณซื้อสินค้าจากผู้ขายที่ไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีตามมาตรการช้อปช่วยชาติ ใบเสร็จที่ใช้ประกอบลดหย่อนภาษี ต้องมีข้อความครบถ้วนตามนี้

(1) เลขประจำตัวภาษีอากรของผู้ขาย

(2) ชื่อหรือยี่ห้อของผู้ขาย

(3) เลขลำดับของเล่มและใบเสร็จรับเงิน

(4) วัน/เดือน/ปีที่ออก

(5) ชื่อ นามสกุล และเลขประจำตัวที่ผู้เสียภาษีอากรของผู้ซื้อ

(6) ชนิด ชื่อ จำนวน และราคาสินค้า

(7) จำนวนเงิน

ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป ต้องมีรายละเอียดอะไรบ้าง ?

หากเป็นใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป ตามมาตรา 86/4 แห่ง ป.รัษฎากร จะต้องซื้อสินค้าจากผู้ประกอบกิจการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งจะต้องมีการระบุข้อความดังนี้

(1) คำว่า “ใบกำกับภาษี” ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด

(2) ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของร้านค้า

(3) ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อ (เลขประจำตัวผู้เสียภาษี = เลขประจำตัวบัตรประชาชน)

(4) หมายเลขของใบกำกับภาษี และหมายเลขลำดับของเล่ม (ถ้ามี)

(5) ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือบริการ

(6) จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือบริการ โดยให้แยกออกจากมูลค่าของสินค้าหรือบริการอย่างชัดแจ้ง

(7) วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี

(8) ข้อความอื่นที่อธิบดีกำหนด (ถ้ามี) เช่น คำว่า เอกสารออกเป็นชุด สำเนาใบกำกับภาษี ฯลฯ

สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ อย่าง “ช้อปช่วยชาติ 2563” นั้น เชื่อว่า น่าจะได้ข้อสรุปภายในวันที่ 7 ตุลาคม 2563 นี้ ซึ่งหากมีการอัปเดตข้อมูลช้อปช่วยชาติ 2563 เพิ่มเติม ทาง Promotions.co.th จะรีบนำข้อมูลมาบอกต่อเพื่อน ๆ ทันที


READ MORE :